ข่าว

'มาร์ค'ชี้แปรญัตติรธน.15วันไม่ชอบ!

'มาร์ค'ชี้แปรญัตติรธน.15วันไม่ชอบ!

05 เม.ย. 2556

'อภิสิทธิ์' ตอก 'สมศักดิ์' รวบรัดสรุประยะเวลาแปรญัตติ รธน.ไม่ชอบ มอบทีมกม.พรรคหาช่องจัดการ ย้ำรัฐจงใจหลีกเลี่ยงกู้เงินในงบปกติ ยันพร้อมแจงอนุฯ ป.ป.ช.สอบปมโรงพัก

 

                         5 เม.ย. 56  นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ยืนยันว่าจะไม่นัดประชุมรัฐสภาใหม่ เพื่อลงมติในญัตติระยะเวลาการแปรญัตติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ว่า เรื่องนี้ไม่ถูกต้องจึงอยากให้ทำกระบวนการทุกอย่างให้ถูกต้อง ซึ่งเราเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยมีกฎกติกาชัดเจน ถ้าคิดแต่ว่า อยากทำอะไรตามใจชอบโดยไม่ต้องคำนึงถึงกฎกติกา หากเดินหน้าก็เป็นเรื่องอันตราย ทั้งนี้ตนมองไม่เห็นเหตุผลที่นายสมศักดิ์ตีความว่ากระบวนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว เพราะมีการเสนอญัตติแล้ว และญัตติก็กำลังจะลงมติแต่องค์ประชุมไม่ครบจะไปตีความว่า สภาจะไม่อนุญาตให้เสนอญัตติเป็นอย่างอื่นคงไม่ได้ และองค์ประชุมไม่ครบก็แสดงให้เห็นว่ามตินั้นใช้ไม่ได้ เพราะสภาไม่สามารถพิจารณาเรื่องอะไรได้โดยที่องค์ประชุมไม่ครบ ซึ่งถือว่าญัตติยังค้างอยู่และชัดเจนปฏิบัติมานานแล้ว

                         "สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือทำไมการพิจารณากฎหมายสำคัญจึงไม่พยายามที่จะยึดกฎ กติกา มารยาท เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ดี เพราะมีปัญหาตั้งแต่ประธานในที่ประชุมกลายเป็นผู้เสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญเอง และยังมีปัญหาว่าผู้เสนอและลงมติจะได้ประโยชน์จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะรวบรัดโดยไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือรัฐธรรมนูญที่ระบุให้ต้องมีองค์ประชุมครบในเรื่องที่จะลงมติ ขณะที่การเรียกประชุมใหม่ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรควรทำให้ถูกต้อง ทั้งนี้แม้สภาจะผ่านกฎหมายเรื่องใดไปแล้ว แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าองค์ประชุมไม่ครบยังถูกยกเลิกหมด"

                         เมื่อถามว่ากรณีที่รัฐบาลและส.ว.บางส่วนเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งที่กระบวนการไม่ถูกต้องจะเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะเกิดปัญหากระบวนการพิจารณาชอบหรือไม่ชอบ ตนคิดว่าถ้ารัฐสภาและรัฐบาลอยากให้เรียบร้อยก็ควรทำกระบวนการให้ชอบ ซึ่งระหว่างนี้คณะกรรมาธิการฯ ก็ทำงานต่อไปได้อยู่แล้ว เรื่องนี้ทีมกฎหมายของพรรคประชาธิปัตย์กำลังพิจารณาข้อกฎหมายอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยเบื้องต้นจะมีแยกเป็นเรื่องของรายละเอียดการอภิปรายและเรื่องกระบวนการ

                         ส่วนกรณีที่นายสมศักดิ์นำข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 96 มาคัดค้านความเห็นของวิปฝ่ายค้านและยืนยันทำถูกต้องแล้วนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อบังคับการประชุมข้อที่ 96 ก็เหมือนข้อบังคับที่กำหนดทั่วไป แต่รัฐสภามีสิทธิในการที่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ซึ่งคือการเสนอญัตติของสมาชิกในที่ประชุม เมื่อมีญัตติก็ต้องมีการลงมติ ผลออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นอย่างนั้น แต่ครั้งนี้ยังไม่มีการลงมติเพราะองค์ประชุมไม่ครบ

                         นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เคยมีการปฏิบัติมาก่อน การกระทำของนายสมศักดิ์ถือว่าทุกอย่างเป็นการรวบรัดเร่งรัด ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญกลับไม่เอาใจใส่ ขณะนี้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้หากจากเนื้อหาจะบ่งบอกถึงความไม่ขอบมาพากลหลายเรื่อง ทั้งนี้กรณีที่มีกระบนการกดดันศาลรัฐธรรมนูญที่รับคำร้องของนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ไว้พิจารณานั้น ตนคิดว่าองค์กรต่างๆ คงจะชินแล้ว เพราะฝ่ายรัฐบาลจะมีมวลชนไปคอยกดดันตลอดเวลา แต่ในที่สุดประวัติศาสตร์ก็ยืนยันว่าภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดสำหรับคนทำหน้าที่คือ ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

 

เตรียม แปรญัตติ กม.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ย้ำ รัฐจงใจหลีกเลี่ยงกู้เงินในงบปกติ

 

                         นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ออกมายอมรับว่าหลายโครงการในร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต้องนำกลับมาศึกษาใหม่เรื่องความคุ่มค่าทางเศรษฐกิจว่า เป็นการย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลอ้างว่ามีความมีพร้อมในเรื่องยุทธศาสตร์ แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่มีความพร้อม ต้องนำโครงการกลับมาทบทวน ซึ่งตนจะแปรญัตติว่าโครงการใดไม่คุ้มค่าและไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการทำ ก็ควรตัดออกไป และไม่ควรกู้เงินมา ไม่ใช่กู้เงินมาแล้วโครงการนี้ทำไม่ได้ ก็จะเปลี่ยนไปทำโครงการอื่น และถ้าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ผ่านไปได้ก็ควรจัดทำให้รัดกุมไม่ใช่จะมาสร้างหนี้ให้ประชาชน 50ปี และปรากฏว่าสิ่งที่รัฐบาลโฆษณาไว้ประชาชนก็ไม่ได้รับสิ่งนั้นและมีความชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่หลีกเลี่ยงการทำในงบประมาณประจำปี เพราะในงบประมาณประจำปีจะมีการกำหนดโครงการที่มีความพร้อมและมีการกำหนดกฎชัดเจนที่ต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

                         อย่างไรก็ตามการที่นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่ารถไฟความเร็วสูง สายกทม.-เชียงใหม่ เฟสแรกจะทำได้ถึงเพียงจ.พิษณุโลก ไม่ถึงจ.เชียงใหม่นั้น ทำให้เห็นชัดว่า ประชาชนจะได้ทราบข้อเท็จจริงหลังจากที่วาดภาพไว้ว่าจะได้รถไฟความเร็วสูงกทม.-เชียงใหม่ กทม.-หนองคาย กทม.-ปาดังเบซาร์ แต่ปรากฏว่ากู้เงิน 2ล้านล้านบาทได้แค่ กทม.-พิษณุโลก และกทม.-หัวหิน

 

ยันพร้อมแจงอนุฯ ป.ป.ช.สอบปมโรงพัก

 

                         นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีการทุจริตก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทนทั่วประเทศว่า ตนพร้อมและมีความยินดีที่จะเข้าบี้แจงต่อคณะอนุกรรมการฯ ไม่มีอะไรที่น่าหนักใจ แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดอะไร เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ไม่เคยเชิญพวกตนไปชี้แจง

 

'เทพไท' ชี้ 'สมศักดิ์' ทำผิดรธน.รวบรัดสรุปแปรญัตติแก้ไขรธน.

 

                         นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ที่มาของส.ว. แถลงว่า ส.ส.ของพรรคที่ร่วมเป็นกรรมาธิการฯแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 คณะ จะเข้าร่วมประชุมกรรมาธิการในฐานะผู้สังเกตการณ์ และไม่มีความประสงค์ที่จะรับตำแหน่งใด ๆ ในกรรมาธิการ เพราะเชื่อว่า เป็นกรรมาธิการก็ทำงานเป็นปากเสียงแทนประชาชนได้ จึงขอให้ผู้รับผิดชอบได้แต่งตั้งตำแหน่งต่างๆที่ว่างให้ครบสมบูรณ์โดยไม่ต้องคำนึงถึงสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์

                         ส่วนกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมรัฐสภา รวบรัดสรุปให้แปรญัตติภายใน 15 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 126 ในเรื่ององค์ประชุม แต่นายสมศักดิ์ตะแบงแบบศรีธนญชัย ทั้งที่ไม่ครบองค์ประชุม รัฐสภาล่มแล้วทำได้แค่เพียงกดออดปิดประชุมเท่านั้น แต่นายสมศักดิ์กลับสรุปว่าการแปรญัตติ 15 วันมีผลบังคับใช้และนัดประชุมกรรมาธิการฯ จึงถือเป็นการทำงานเกินอำนาจหน้าที่ ถ้ายังดำเนินการเช่นนี้จะให้ฝ่ายกฎหมายไปพิจารณาว่านายสมศักดิ์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีเจตนาฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดทั้งสองอย่างนี้จะดำเนินการกับนายสมศักดิ์ต่อไป

                         นายเทพไท กล่าวว่า ทางออกของเรื่องนี้หากนายสมศักดิ์ไม่ลุกลี้ลุกลนรับคำสั่งนายใหญ่ ก็สามารถเรียกประชุมเพื่อลงมติในเรื่องการแปรญัตติ 60 วันตามที่สมาชิกเสนอเพื่อให้ได้ข้อยุติ แต่กลับเร่งรัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้กลายเป็นความล่าช้ามากกว่า ทั้งนี้เชื่อว่า พรรคเพื่อไทยและสว.เลือกตั้งกลุ่มหนึ่งต้องการให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสามฉบับเสร็จสิ้นภายในต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับการเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 โดยจะนำเอาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาวาระสองในช่วงนี้ จึงเชื่อว่าในการเปิดสภาสมัยวิสามัญวันที่ 28 พ.ค. 56 เพื่อรองรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 นั้น จะมีการนำพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 ด้วย เพราะ พ.ร.บ.เงินกู้ฯ มีสัญญาณว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องการให้เสร็จเร็ว โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญากุล รมว.วิทยาศาสตร์ ฯ เช็ครายชื่อกรรมาธิการชุดนี้และดูแลอย่างเต็มที่เพื่อให้เสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ยังอยากให้จับตามอง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมด้วยว่าจะมีการลักไก่เลื่อนขึ้นมาในช่วงนี้ด้วยหรือไม่ นอกจากนี้ขอให้จับตามองการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. ว่าจะมีการเร่งรัดเพื่อให้เสร็จสิ้นก่อนเดือนกันยายนหรือไม่ เพราะวุฒิสภาชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดวาระในวันที่ 2 มีนาคมปีหน้า