
'มะกัน'ทำได้แค่ขู่กลับ'โสมแดง'
นักวิเคราะห์ชี้ นโยบายของสหรัฐต่อเกาหลีเหนือล้มเหลว ทำได้แค่ขู่กลับ ขณะที่เว็บไซต์โสมแดงถูกแฮกโพสต์ภาพล้อ 'คิมน้อย' เป็น 'ตือโป๊ยก่าย'
5 เม.ย. 56 สหรัฐติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือมาโดยตลอด แต่หลังจากผ่านไป 60 ปี ก็ยังไม่สามารถหาหนทางยุติปัญหาความขัดแย้งได้ / แม้ว่าเกาหลีเหนือจะพยายามใช้วาจายั่วยุมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่า จะถล่มสหรัฐด้วยระเบิดนิวเคลียร์ แต่ก็ยังไม่เห็นยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และทำได้แค่ประเมินว่า เกาหลีเหนือดีแต่พูดมากกว่าลงมือทำ
ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐ ถูกมองว่า เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขาแสดงความพลั้งเผลอหลังจากปล่อยให้ปรากฏการณ์อาหรับ สปริง ลุกลามเมื่อสองปีก่อน และล่าสุด ไม่มีใครตั้งตัวทันต่อวิกฤติล่าสุดที่มาจากเกาหลีเหนือ ที่ทำให้การดำรงชีวิตประจำวันตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
สหรัฐมีปฏิกิริยาตอบโต้ 2 รูปแบบที่ใช้มายาวนาน อย่างแรกก็คือ การใช้วาจาแข็งกร้าว แสดงความเป็นมหาอำนาจของโลก ส่งสัญญาณว่า การท้าทายของเกาหลีเหนือไม่น่าเป็นห่วง และก็ยังไม่มีทหารเกาหลีเหนือแม้แต่คนเดียว ที่เดินเข้าสู่สงคราม / อย่างที่สอง คือ แสดงแสนยานุภาพ ด้วยการที่กระทรวงกลาโหม สั่งประจำการเรือพิฆาตในภูมิภาค ซึ่งก็อาจจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก เนื่องจากยังคงไม่มีความชัดเจนถึงอันตรายที่แท้จริงของวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่ทางการในกรุงวอชิงตัน ได้พยายามไม่สนใจการเผชิญหน้ากันในครั้งนี้ แม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หลายฉบับ ก็ไม่ยอมรายงานข่าวเรื่องคำขู่ที่รุนแรงที่สุดของเกาหลีเหนือที่ว่า มีการไฟเขียวให้ถล่มสหรัฐด้วยนิวเคลียร์
ทำเนียบขาวและกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า จากการตรวจจับการเคลื่อนไหว ไม่พบการเคลื่อนกำลังพลของทหารเกาหลีเหนือ / แต่แม้ภาพรวมของสหรัฐ จะพยายามไม่ใส่ใจคำขู่ของเกาหลีเหนือ แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล อย่างนายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหม ก็แสดงท่าทีแข็งกร้าว ด้วยการระบุว่า จริงจังกับคำขู่ของเกาหลีเหนือ และยืนยันว่า สหรัฐจะไม่ลังเลที่จะใช้อาวุธตอบโต้เกาหลีเหนือ และนายจอห์น แคร์รี่ย์ รัฐมนตรีต่างประเทศ บอกว่า สหรัฐจะป้องกันและปกป้องตัวเองกับชาติพันธมิตรตามสนธิสัญญา คือ เกาหลีใต้
การส่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ ไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก และส่งเครื่องบินหลบหลีกเรดาร์ บรรทุกนิวเคลียร์ สเตลธ์ ไปยังน่านฟ้าเกาหลีเหนือ เป็นผลมาจากการประเมินสถานการณ์มานาน 2 ปี ในการที่จะติดตั้งระบบโล่ห์ป้องกันขีปนาวุธบนเกาะกวม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สหรัฐให้ความสำคัญต่อคำขู่ของเกาหลีเหนือมากเพียงใด / นายฮาเกล กล่าวว่า มันอาจจะเป็นความผิดพลาดในครั้งเดียว แต่เขาก็ไม่ต้องการจะเป็นรัฐมนตรีกลาโหมที่เป็นคนทำผิดพลาดในครั้งนั้น
สหรัฐยังมีทหารประจำการอยู่ในเกาหลีใต้ 28,000 คน ที่ทำให้เกาหลีใต้อยู่ภายใต้ร่มเงาของการป้องปรามนิวเคลียร์ของสหรัฐ / แต่แม้จะอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี แต่สหรัฐก็ไม่เคยมีการติดต่อโดยตรงกับนายคิม จอง-อึน ผู้นำหนุ่มของเกาหลีเหนือ ที่ยังคงเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงท่ามกลางวิตกว่า จะเกิดอะไรขึ้น ถ้านายคิมจะทำอะไรที่เลยเถิด
นายไมค์ ชีนอย ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชีย ของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ให้ความเห็นว่า ความจริงที่กำลังเผชิญอยู่ก็คือ นโยบายของสหรัฐต่อเกาหลีเหนือไม่ได้ผล การใช้นักการทูตระดับกลางก็ไม่ได้ผลเช่นกัน เพราะมีแต่ระดับผู้นำเท่านั้น ที่เป็นผู้ตัดสินใจ / ด้านนักวิเคราะห์จากสถาบันคลังสมอง บรู้คกิ้ง ให้ความเห็นว่า ผู้นำเกาหลีเหนือต่อต้านอิทธิพลจากภายนอกยกเว้นจีนแผ่นดินใหญ่
ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีอีกคนหนึ่ง จากสถาบันคลังสมอง " สภาความสัมพันธ์ต่างประเทศ " ในวอชิงตัน ชี้ว่า อันตรายที่ใหญ่หลวงที่สุด มาจากความเป็นไปได้จากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด อาจทำให้เกิดหายนะที่ร้ายแรงตามมา และแม้จะไม่มีหลักฐานการเคลื่อนไหวทางทหารในเกาหลีเหนือ แต่การยั่วยุสไตล์กองโจร ที่เกาหลีเหนือนำมาใช้ ก็เป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เพราะเปรียบได้กับการที่เราไม่ทราบว่าจอมยุทธ์ จะมีวิทยายุทธ์ขนาดไหน ถ้าเราไม่ได้เห็นเขากวัดแกว่งกระบี่
เกาหลีเหนือถูกโจมตีเว็บไซต์ โพสต์ภาพล้อเลียน 'คิม จอง อึน' เป็น 'ตือโป๊ยก่าย'
มีรายงานว่า แอคเคานต์ของทางการเกาหลีเหนือในเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ และฟลิคร์ ที่ใช้ในการเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ จากรัฐบาลกาหลีเหนือ เช่น ภาพผู้นำ คิม จอง อึน ประชุมกับเหล่าทหาร ไม่สามารถใช้งานได้เมื่อวานนี้ โดยแอคเคานต์ในฟลิคร์ถูกแฮก และมีการโพสภาพล้อเลียนคิม จอง อึน เป็นตือโป๊ยก่าย หนึ่งในตัวละครเอกเรื่องไซอิ๋ว โดยมีภาพการ์ตูนมิกกี้เมาส์บนหน้าท้องเพื่อสะท้อนความชื่นชอบของเขาต่อการ์ตูนของวอล์ท ดิสนีย์ และมีคำบรรยายประกอบภาพว่า ต้องการตัวคิม จอง อึน เขาคุกคามโลกด้วยขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ และผลาญเงินงบประมาณแต่ปล่อยให้ประชาชนหิวโหยจนตาย นอกจากนี้ยังมีอีกข้อความโพสต์ว่า เรา คือ อนอนิมัส เพื่อบอกว่าเป็นการกระทำของกลุ่มแฮ็คเกอร์ชื่อดังที่เคยโจมตีเว็บไซต์ต่างๆทั่วโลก
ส่วนแอคเคานต์ทวิเตอร์ของเกาหลีเหนือที่ใช้ชื่อว่า ยูริมินซ็อกคิรี ก็ถูกแฮกด้วยเช่นกัน โดยทวีตจากแอคเคานต์นี้จะขึ้นข้อความว่า ถูกแฮก แอคเคานต์นี้เริ่มเปิดใช้เมื่อปี 2553 และมีผู้ติดตามกว่า 13,000 คน
ส่วนสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีกำลังตึงเครียดยิ่งขึ้น เมื่อเกาหลีเหนือประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่ากองทัพได้รับไฟเขียวให้โจมตีสหรัฐด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และมีรายงานว่าเกาหลีเหนือได้ประจำการขีปนาวุธในบริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก ซึ่งอาจเป็นขีปนาวุธมูซูดาน ที่มีพิสัยการยิงระหว่าง 3,000-4,000 กม. และอาจยิงได้ไกลถึงเกาะกวม ดินแดนนอกอาณาเขตของสหรัฐที่อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และสหรัฐเตรียมส่งระบบป้องกันขีปนาวุธไปยังเกาะกวมภายในไม่กี่สัปดาห์นี้
ล่าสุดเกาหลีใต้ส่งเรือพิฆาตติดตั้งระบบเอจิส 2 ลำไปยังชายฝั่งทั้งทางตะวันออกและตะวันตกเพื่อจับตาเกาหลีเหนือ ซึ่งระบบเอจิสเป็นระบบควบคุมและสั่งการใช้อาวุธทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ในเรือและเชื่อมต่อกับเรดาร์เข้าด้วยกัน และเรดาร์บนเรือสามารถตรวจจับขีปนาวุธได้ในระยะไกลถึง 1,000 กม. นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งระบบเรดาร์บนภาคพื้นดินเพื่อตรวจจับขีปนาวุธของเกาหลีเหนือด้วยเช่นกัน
นักวิเคราะห์ชี้ เกาหลีเหนือทำเป็นขู่เรียกคะแนนคิม จอง-อึน
นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เหมือนกับประธานาธิบดีคิม จอง-อิล บิดาของเขา ตรงที่ถูกมองจากโลกภายนอก ด้วยความคิดหลายอย่างผสมกัน ทั้งเข้าในยาก , น่าเย้ยหยันและน่ากลัว
เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม ผู้คนต้องพากันส่ายหัวด้วยความงุนงง เมื่อเห็นภาพถ่ายของนายคิม จอง-อึน จัดงานเลี้ยงต้อนรับอดีตซูเปอร์สตาร์แห่งวงการบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ เดนนิส
ร้อดแมน ที่กรุงเปียงยาง หลังจากไปนั่งชมการแข่งขันด้วยกัน / อีกหนึ่งเดือนต่อมา เขาก็ทำในสิ่งที่คาดไม่ถึง ด้วยการฉุดเอาคาบสมุทรเกาหลี เข้าสู่บรรยากาศของความขัดแย้งที่อาจนำมาซึ่งหายนะ
วิกฤติที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เกิดจากการข่มขู่ว่าจะโจมตีชาติศัตรูด้วยนิวเคลียร์ ทำให้นายคิมกลับมาโดดเด่นบนเวทีโลกอีก / ในขณะที่พ่อของเขาได้ชื่อว่า เป็นคนที่เก็บตัวจากโลกภายนอกแล้ว นายคิมยังทำตัวลึกลับยิ่งกว่าพ่อ โดยเฉพาะในเรื่องส่วนตัว / เขายังหนุ่ม แต่ไม่แน่ชัดว่า เขามีอายุเท่าไหร่กันแน่ มีแต่รายงานออกมาว่า เขามีอายุระหว่าง 28-30 ปี เขามีภรรยาที่มีสไตล์การแต่งตัว และดึงดูดสายตา แต่เขามีลูกกี่คน หรือเพศใดบ้าง ก็ยังคงเป็นปริศนา
เขามีรสนิยมชอบสวนสนุก สไตล์ดิสนีย์ แลนด์ ซึ่งขัดแย้งอย่างแรงกับตำหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของประเทศที่ได้ชื่อว่ามีขนาดกองทัพใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลก และกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง / นายคิม มักจะใช้สื่อเป็นเครื่องมือแสดงอำนาจ และล่าสุดก็ทำให้เกาหลีเหนือเข้าไปอยู่ในวงล้อมแห่งอันตราย เมื่อความตึงเครียดที่ก่อไว้กับเกาหลีใต้และสหรัฐ พุ่งขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
นายคิม จอง-อิล บิดาของเขา ได้รับการปูทางมาอย่างดี ก่อนจะรับช่วงสืบทอดอำนาจจากบิดา คือประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ แต่นายคิม จอง-อึน แทบจะไม่ได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นนัก ตอนที่เขารั้งตำแหน่งแทนบิดา ที่เสียชีวิต เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2554 / หลังจากบริหารประเทศได้ไม่ถึง 16 เดือน เขาก็พาประเทศเข้าสู่ภาวะจวนเจียนจะเข้าสู่สงคราม ที่นับว่าเป็นวิกฤตครั้งแรกที่เขาเผชิญในฐานะผู้นำที่ด้อยประสบการณ์
นักวิเคราะห์ มองว่า การด้อยประสบการณ์ของนายคิม กำลังสร้างความกังวล เมื่อนำไปเทียบเคียงกับการไม่มีประสบการในการรับมือกับเขาของโลกภายนอก ทำให้ยากที่จะรู้ได้ว่าเขาจะทำอะไร ขณะที่นักวิเคราะห์ของเกาหลีใต้ ซึ่งมีประสบการณ์กับพฤติกรรมที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของเกาหลีเหนือมากกว่าใคร ต่างลงความเห็นว่า นายคิมมีเวลาเตรียมตัวก้าวขึ้นเป็นผู้นำในช่วงเวลาอันสั้น ย่อมหมายความว่า เขาจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้รวดเร็วขึ้น และก้าวร้าวมากขึ้นเมื่อต้องเลือกเส้นทางนี้ เพื่อควบคุมอำนาจเอาไว้ในมือให้ได้
นักวิเคราะห์ บอกว่า มันเป็นเรื่องปกติ ตอนที่นายคิม จอง-อิล ก้าวขึ้นสู่อำนาต เขาก็สร้างปึกแผ่นให้กับสถานภาพการเป็นผู้สืบทอดอำนาจ ด้วยการประกาศการเข้าสู่ภาวะกึ่งสงคราม ที่ทำให้เกิดความตึงเครียดระดับสูง ที่มีสาเหตุมาจากโครงการนิวเคลียร์ เมื่อปี2536-2537 เช่นกัน
แต่ขณะเดียวกัน เรื่องวงในของเกาหลีเหนือ ก็ยังคงคลุมเครือว่า นายคิม เป็นผู้กุมอำนาจทั้งหมด หรือแค่หุ่นเชิด ของบรรดานายพลและเจ้าหน้าที่ระดับสูง / นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า นายคิมได้แสดงให้เห็นว่า เขากุมอำนาจในพรรคกรรมกร และกองทัพ และยังเด็ดขาด หรือแม้แต่ไร้ความปรานีต่อบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้วยซ้ำ / แม้เขาจะถูกรายล้อมจากบรรดาที่ปรึกษาที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ แต่ไม่ได้ทำให้เขาอ่อนแอ เขาตัดสินใจเองในเรื่องที่สำคัญระดับชาติ ระบบมันเป็นมาแบบนี้
นักวิเคราะห์อีกคนหนึ่งมองว่า นายคิมกำลังรอให้การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้สิ้นสุดลง ในปลายเดือนนี้ เพื่อจะได้อวดอ้างบารมีต่อชาวเกาหลีเหนือต่อไป เพราะที่ผ่านมาภาพถ่ายของเขาที่รายล้อมไปด้วยเหล่านายพล ในวอร์ รูม ก็เป็นการแสดงถึงการข่มขวัญที่ย่อมได้รับความสนใจจากคนในชาติ / นอกจากจะใช้วาจาแข็งกร้าวแล้ว นายคิมยังสร้างภาพตัวเองยืนอยู่เคียงข้างชาวเกาหลีเหนือ โดยมีสหรัฐเป็นศัตรูผู้รุกราน
เมื่อการซ้อมรบสิ้นสุด เกาหลีเหนือก็จะบอกกับประชาชนของเขาว่า พวกเขาจะรุกรานเรา ด้วยเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-52 และเครื่องบินหลบหลีกเรดาร์ สเตลธ์ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะเรามีนิวเคลียร์เอาไว้ป้องปราม และเหนือสิ่งอื่นใด เรามีผู้นำผู้ยิ่งใหญ่อย่าง คิม จอง-อึน
----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



