
'บิ๊กโอ๋'เผยรู้กลุ่มอุ้มฆ่าพลทหารแล้ว
'บิ๊กโอ๋'เผยรู้กลุ่มอุ้มฆ่าพลทหารแล้ว ลั่นจะลากตัวมาลงโทษ วอนสื่อหยุดถามเรื่องเอฟบีไอจัดอันดับไทยเสี่ยงก่อการร้าย
เมื่อเวลา 07.30 น. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกจับตัวและสังหารพลทหารมะอีลา โต๊ะลู อายุ 23 ปี สังกัดร้อยปืนเล็กที่ 2 ฉก.นราธิวาส 32 ว่า ตนได้รับรายงานจากทางพื้นที่ว่าขณะนี้ทราบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้วว่าเป็นกลุ่มใด และตนได้กำชับว่าจะต้องจับกุมตัวมาลงโทษให้ได้ ซึ่งทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้นทุกวันว่าใครไม่ดีกับเรา และทำกับเราอย่างนี้ โดยจะต้องนำตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ อย่างไรก็ตามคนดีคนที่พร้อมจะเข้ามาร่วมเป็นผู้พัฒนาชาติไทยเราก็ยื่นแขนรับด้วยความโอบอ้อมอารี แต่คนที่ไม่ดีก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย
วอนสื่อหยุดถามเรื่องเอฟบีไอจัดอันดับไทยเสี่ยงก่อการร้าย
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกมาแถลงข่าวว่าเตรียมตั้งศูนย์ก่อการร้าย ภายหลังจากที่สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (เอฟบีไอ) จัดอันดับประเทศไทยเป็นอันดับ 1 ของเอเชีย และอันดับ 5 ของโลกที่เสี่ยงต่อการเกิดการก่อการร้าย ว่า ตนได้สอบถามไปยังทูตทหารสหรัฐฯแล้วพบว่าเป็นเรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง และทางสหรัฐก็รีบแก้ข่าวให้แล้ว ตนไม่อยากให้สื่อมวลชนมาถามเรื่องนี้อีก สำหรับกรณีที่ดีเอสไอเตรียมจัดตั้งศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย หากเรื่องนี้ไม่มีก็จบไป แต่ทางดีเอสไออาจจะตั้งศูนย์นี้ขึ้นมา เพื่อไว้ติดตามสถานการณ์การก่อการร้ายถือว่าเป็นความไม่ประมาท และเป็นสิ่งที่ดี
เผยนำคณะจนท.กองทัพสังเกตการณ์สู้คดีปราสาทเขาพระวิหารที่ลุยกรุงเฮก
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ ตนพร้อมด้วยเจ้ากรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และเจ้ากรมกิจการชายแดน กองบัญชาการกองทัพไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเดินทางไปยังกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยจะไปสังเกตการณ์การให้ถ้อยแถลงเพิ่มเติมคดีปราสาทพระวิหารต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ศาลโลก) ทั้งนี้ในส่วนของกระทรวงกลาโหมจะเตรียมพร้อมข้อมูลให้ทีมกฎหมายฝ่ายไทย เพื่อความรอบคอบในการต่อสู้คดี
ร่วมงานครบรอบวันสถาปนา 126 ปี กลาโหม
พล.อ.อ.สุกำพล ให้สัมภาษณ์ถึงวันคล้ายสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ 126 ปี ว่า จริงๆแล้ววันสถาปนากระทรวงกลาโหมเป็นวันที่ 8 เม.ย. แต่เนื่องจากไม่สะดวกจึงได้เลื่อนมาจัดงานในวันนี้ นับแต่อดีตกระทรวงกลาโหมได้มีวิวัฒนาการการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับอารยประเทศที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ทั้งในด้านการฝึกศึกษา การยุทธ์ และด้านอื่นๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมมีอายุมากกว่าทุกกระทรวง ดังนั้นเราก็ต้องมีความสุขุมในการที่จะทำงานในเรื่องของความมั่นคง ตนย้ำอยู่เสมอว่างานด้านความมั่นคงนั้นเป็นนามธรรม ไม่เป็นรูปธรรมเหมือนกระทรวงอื่นเขา หากมานับเป็นชิ้นเป็นอันอาจจะอยากไม่เหมือนโครงการบ้านหลังแรก รถคันแรก ที่สามารถนับได้ แต่กระทรวงกลาโหมเป็นงานเรื่องของความมั่นคงและเรื่องของความสงบเรียบร้อย เรื่องนี้ต้องทำไปเรื่อยๆ ให้เชื่อมั่นได้เลยว่าที่ประชาชนอยู่อย่างสงบสุขได้ทุกวันนี้ก็เพราะกระทรวงกลาโหมที่อยู่เบื้องหลัง
พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า สำหรับการพัฒนากระทรวงกลาโหมที่ก้าวสู่ปีที่ 127 นั้น ทางกระทรวงกลาโหมก็จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัญหาที่เราเผชิญอยู่คือปัญหาทางภาคใต้เป็นปัญหาที่ตนพูดอยู่เสมอว่าอยากให้จบตั้งแต่ช่วงปีใหม่แล้ว แต่ก็จะต้องทำอย่างที่เราตั้งใจไว้ แม้ว่าเหตุการณ์ช่วงนี้จะไม่ค่อยดีนัก มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางแม่ทัพภาคที่ 4 ต้องเข้าไปแก้ไขกัน นั้นเป็นเรื่องทางยุทธวิธี ทางยุทธศาสตร์ และนโยบายเราได้เดินมาถูกต้องแล้ว การเจรจาก็เป็นเรื่องพูดคุยกันไป ส่วนการให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในพื้นที่ภาคใต้ทหาร ตำรวจเราก็ต้องทำต่อไป อย่างไรก็ตามในส่วนของนำกองทัพเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 นั้น สถานการณ์ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงไปโดยฉับพลัน แต่จะค่อยๆเปลี่ยนไปตามลำดับ ซึ่งเราจะต้องเตรียมการตรงนี้ ในส่วนของกระทรวงกลาโหมได้เตรียมการไว้เหมือนกัน ทั้งเรื่องบุคลากร และโครงสร้างว่าจะมีการปฏิบัติการอย่างไรในอนาคต อีกทั้งความร่วมมือทางความมั่นคง
“ เราจะเดินหน้าเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมั่นคง เพราะเราเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลางอาเซียนพอดี และถือว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่โชคดี ถ้าเพื่อนบ้านในอาเซียนมีความสามัคคีและร่วมมือกันแล้ว เราเป็นไข่แดง เราสบายความมั่นคงก็จะมั่นคงมากๆ ถ้าเรารักษามิตรของเราไว้ให้ได้ นี้คือความสำคัญของกระทรวงกลาโหม ที่มีทั้ง ไทย ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย เวียดนาม ที่มีภูมิประเทศติดกันต้องกลมเกลียวกัน " รมว.กลาโหม กล่าว



