ข่าว

ปีนป้ายบอกทางหนีถูกไถเงิน

ปีนป้ายบอกทางหนีถูกไถเงิน

05 เม.ย. 2556

เด็กขายพวงมาลัย ถูกกลุ่มเด็กเร่รอนซ้อม และไถเงิน ตัดสินใจปีนป้ายบอกทางสี่แยกประชานุกูล หาที่หลบภัย ตร.วิ่งวุ่นนึกว่าคิดสั้น สุดเจรจาจนลงมาอย่างนุ่มนวล

          เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 5 เม.ย. ร.ต.ท.สราวุธ บุญเกื้อ พนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ได้รับแจ้งเหตุ มีผู้พยายามจะกระโดดจากคานเหล็กป้ายบอกทางจราจร บริเวณสี่แยกประชานุกูล แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กทม. หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุเป็น ถนนประชาชื่น ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าแยกประชานุกูลประมาณ 200 เมตร

          ตรวจสอบบริเวณคานเหล็กป้ายบอกทางจราจร พบนายณรงศ์ศักดิ์ หรือ ต้น ทองพัน อายุ 15 ปี นอนอย่างสบายใจอยู่บนคานเหล็กอย่างหน้าหวาดเสียว และเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ได้ลุกเดินไปมา เหมือนทำท่าจะกระโดดลงมาบนพื้นผิวการจราจร เจ้าหน้าที่จึงทำการเจรจาให้ลงมา แต่ไม่เป็นผล โดยนายต้น ได้แต่ส่งเสียงโวยวาย มีทีท่าหวาดกลัว เหมือนจะมีคนมาทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำเบาะลมมากางรองไว้ จนทำให้นายต้น ยอมห้อยตัว และลงมาที่เบาะลมอย่านุ่มนวล โดยใช้เวลาเจรจาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ

         ร.ต.ท.สราวุธ เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายต้น ทราบว่า ได้ปีนขึ้นไปนอนบริเวณป้ายบอกทาง เนื่องจากช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มเด็กเร่ร่อน (ดมกาว) ที่มักจะอาศัยอยู่ใต้สะพานพระราม7 ประมาณ 4-5 คน ได้มาทำร้ายและไถเงินไปจำนวน 500 บาท ด้วยความกลัว และเป็นการป้องกันตัว จึงได้ปีนป้ายบอกทางดังกลาาว ขึ้นมาอาศัยหลับนอน เพราะคิดว่าอาจจะถูกตามมาทำร้ายอีก

         ด้านนายณรงศ์ศักดิ์ กล่าวว่า บ้านเดิมตนอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และตนได้หลบหนีออกจากบ้านมาตั้งแต่เด็ก ส่วนที่ผมไม่ติดต่อกลับไปที่บ้านนั้น เพราะจำไม่ได้ว่าบ้านอยู่ตรงไหน และก็ยังไม่สามารถติดต่อญาติๆ พี่น้อง หรือผู้ปกครองได้ เนื่องจากจำใบหน้าของพ่อแม่ ไม่ได้ จากนั้นจึงหันมาขายพวกมาลัย ที่บริเวณสี่แยกประชานุกูล โดยจะอาศัยหลับนอนอยู่ใต้สะพานพระราม7 และบริเวณใกล์เคียงอยู่เป็นประจำ ซึ่งทุกเช้าจะมีคนขับรถกะบะ มาส่งพวงมาลับให้ตามสี่แยก และจะได้เงินจากการขายวันละประมาณ 200 บาทต่อวัน

         เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ ได้นำตัว นายณรงศ์ศักดิ์ ไปสงบสติอารมณ์ที่สถานีตำรวจ พร้อมกับทำการตรวจสอบปัสสาวะ ว่าได้มีการเสพสารเสพติดหรือไม่ ก่อนจะปล่อยตัวกลับไป