
คมชัดลึกจัดถกแก้(ศาล)รัฐธรรมนูญ?
คมชัดลึกจัดถก แก้(ศาล)รัฐธรรมนูญ?
เรื่องเด่นประเด็นร้อน ณ วันนี้ ที่หลายฝ่ายต่างถกเถียงกันในเรื่องของการแก้ตัวบทกฎหมายในมาตราต่างๆ โดยเฉพาะมาตรา 68 และมาตรา 237 ดังนั้น เมื่อค่ำวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา รายการ "คม ชัด ลึก" จึงได้จัดเสวนา ตอน : แก้(ศาล) รัฐธรรมนูญ ?
นายวัฒนา เมืองสุข ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุที่ต้องแก้ไขมาตรา 68 ก็เพื่อแบ่งแยกอำนาจให้ชัดเจน ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจแค่ไหน เนื่องจากเห็นว่า ศาลไปกำหนดตัวบทกฎหมายเสียหาย ดังนั้น กระบวนการแก้มาตรา 68 ต้องทำให้ชัดเจน โดยฝ่ายนิติบัญญัติเป็นฝ่ายกำหนด อันที่จริงรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อใคร การแก้ไม่ได้ตัดสิทธิ์ใดๆ ของประชาชน
หากเห็นว่า ฝ่ายอัยการทำงานช้า ไม่รักษาสิทธิ์ของประชาชน ประชาชนจึงต้องไปพึ่งศาล ในเรื่องนี้ มีกฎหมายกำกับ ควบคุมอยู่แล้ว
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแก้นั้น เป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เพราะมีคนคิดไปเองว่า ศาลมีงานเยอะแยะ ทั้งๆ ที่ไม่จริง การแก้ไม่ได้ก่อเกิดประโยชน์ใดให้แก่ประชาชน และ แผ่นดิน ในเมื่อปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล เหตุไฉนจึงไปแก้ตัวบทกฎหมาย การแก้รัฐธรรมนูญนั้น มิใช่ว่าจะแก้ไม่ได้ แก้ได้ แต่ต้องไม่ไปลดสิทธิของประชาชน
ต่อคำถามที่ว่า ทำไมต้องไปลดช่องทางตรง นั่นคือ การตัดสิทธิการไปยื่นร้องต่อศาลโดยตรง
นายวัฒนา กล่าวว่า ในเรื่องนี้ การจะใช้สิทธิสองช่องทาง คือ ยื่นผ่านอัยการสูงสุด และการยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ หรือการยื่นทางใดทางหนึ่งนั้น ต้องมีการกำหนดให้ชัดเจน ซึ่งในเรื่องนี้ไม่มีใครขัดข้อง
การยื่นต่ออัยการสูงสุด ต้องมีการกำหนดระยะเวลาดำเนินการให้ชัดเจนว่า มีระยะเวลาเท่าไหร่ เมื่อครบกำหนดแล้ว จึงไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
ด้านนายวิรัตน์ กล่าวว่า เห็นด้วย แต่ต้องระบุให้ชัดด้วยว่า เว้นแต่กรณีอันไม่อาจก้าวล่วง... ทั้งนี้ ในมาตรา 291 ระบุไว้แล้วว่า แก้ได้ แต่เป็นรายมาตรา ไม่ใช่แก้ทั้งฉบับ
นอกจากนี้ ในรายการ "คม ชัด ลึก" ยังมีการกล่าวถึงมาตรา 237 เรื่องของการยุบพรรค และเรื่องการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค
นายวัฒนา กล่าวว่า เรื่องการยุบพรรค เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง การที่ลูกพรรคหรือคนใดคนหนึ่งในพรรค กระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง ก็ต้องลงโทษบุคคลนั้น ไม่ใช่ยุบพรรค หรือลงโทษทุกคนในพรรค ซึ่งในเรื่องนี้ เห็นว่าควรไปแก้ที่กฎหมายลูก ซึ่งแก้ง่ายกว่าแก้รัฐธรรมนูญ
ด้านนายวิรัตน์ กล่าวว่า การไม่ยุบพรรค เห็นด้วย แต่ต้องมีการพิจารณาลงโทษทั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการพรรคให้หนัก อาทิ ต้องรับโทษเป็นสองเท่า นั่นก็คือ ลูกพรรคทำผิด ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคก็จะต้องโดนตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี



