ข่าว

ตะวันตกกับโลกมุสลิมในมิติความมั่นคง

ตะวันตกกับโลกมุสลิมในมิติความมั่นคง

05 เม.ย. 2556

ตะวันตกกับโลกมุสลิมในมิติความมั่นคง : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์

 
               หลังสงครามเย็นสิ้นสุดลงพร้อมกับการล่มสลายของสหภาพโซเวียต อิสลามถูกมองว่าเป็นอุดมการณ์ใหม่ที่ขึ้นมาท้าทายโลกเสรีนิยมตะวันตกขบวนการมุสลิมถูกวาดภาพให้กลายเป็นปีศาจร้ายไม่ต่างอะไรจากลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุคสงครามเย็น โดยเฉพาะในโลกหลังวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 แต่ที่แตกต่างไปก็คือ คู่แข่งของโลกตะวันตกในอดีตนั้นเป็นโลกสังคมนิยมที่เป็นรัฐ เห็นหน้าค่าตากันชัดเจน แต่ในวันนี้ตะวันตกต้องเผชิญกับฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ใช่รัฐ ขณะเดียวกันตัวแสดงในโลกมุสลิมนั้นก็มีความหลากหลาย
 
               หากดูจากพฤติกรรมระหว่างประเทศแล้ว รัฐมุสลิมอาจแบ่งออกได้ 3 ประเภท กลุ่มแรกคือประเทศที่เป็นพันธมิตรกับมหาอำนาจตะวันตก กลุ่มที่ 2 เป็นรัฐที่ต่อต้านมหาอำนาจตะวันตก (เช่น ซีเรียและอิหร่านในปัจจุบัน) และกลุ่มสุดท้ายคือประเทศที่เป็นกลาง คือสนับสนุนตะวันตกในบางประเด็นและไม่เห็นด้วยในบางประเด็น
 
               อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของรัฐมุสลิมก็ถือเป็นพันธมิตรหรือหุ้นส่วนกับมหาอำนาจตะวันตก มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่เป็นคู่แข่งผิดกับตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐ (non-state actors)ซึ่งเป็นปรปักษ์กับตะวันตกที่ปรากฏตัวออกมามากมายหลากหลาย มีทั้งตัวแสดงที่เคลื่อนไหวในระดับท้องถิ่นและระดับโลก เช่น กลุ่มอัล-ไกดา กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ กลุ่มอิสลามิกญิฮาดในอียิปต์ กลุ่มตอลีบันในอัฟกานิสถาน ฯลฯ ตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในโลกยุคหลังสงครามเย็น แต่ดำรงอยู่มาเนิ่นนานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ถูกจัดให้เป็นภัยคุกคามลำดับต้นๆ ของพันธมิตรตะวันตกในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา แต่หลังการล่มสลายของคอมมิวนิสต์ กลุ่มต่างๆ เหล่านี้ก็ปรากฏตัวขึ้นมากมายและแสดงบทบาทเด่นชัดยิ่งขึ้นทั่วโลก จนก่อให้เกิดวาทกรรมมากมายที่พยายามนิยามและจัดแบ่งกลุ่มต่างๆ เหล่านี้ อาทิเช่น กลุ่มฟันดาเมนทอลลิสต์ (Fundamentalist) กลุ่มอิสลามิสต์ (Islamist) กลุ่มฟื้นฟูอิสลาม (Islamic Revivalist) กลุ่มอิสลามการเมือง (Political Islam) กลุ่มก่อการร้ายอิสลาม (Islamic Terrorist) ฯลฯ
 
               แม้คำนิยามเหล่านี้จะมีความหมายที่แตกต่างหลากหลายกันออกไป แต่ในสายตาของโลกเสรีนิยมตะวันตก ก็จัดให้กลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว มีความคิดคับแคบ และเป็นพวกหัวรุนแรง ทั้งนี้เป็นเพราะในมุมมองของโลกตะวันตกที่มีต่อโลกมุสลิมนั้นถูกบดบังด้วยมายาคติของความไม่รู้และความมีอคติที่มีอยู่แต่เดิม เป็นการมองกลุ่มขบวนการมุสลิมจากภายนอกในลักษณะเหมารวมเป็นเนื้อเดียวกัน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้วโลกมุสลิมมีความหลากหลายอยู่ภายใน
 
               เพราะกลุ่มขบวนการมุสลิมนั้นมีทั้งกลุ่มที่เคลื่อนไหวโดยเน้นสันติวิธีและกลุ่มที่ใช้ความรุนแรง มีทั้งกลุ่มที่ต่อต้านตะวันตกและประนีประนอมกับตะวันตก มีทั้งกลุ่มที่พัฒนาและล้าหลัง มีทั้งกลุ่มที่นิยมแนวทางอิสลามและกลุ่มที่ยึดอุดมการณ์ชาตินิยมทางโลกมีทั้งองค์กรการกุศลที่เคลื่อนไหวทางสังคมและกลุ่มที่ขับเคลื่อนทางการเมืองหรือแม้แต่กลุ่มติดอาวุธในโลกมุสลิมเองก็ยังแบ่งออกได้อีกหลายประเภท และมีความแตกต่างกันในเป้าหมายและวิธีการ เช่นกลุ่มอัล-ไกดาที่เน้นการต่อสู้ทุกรูปแบบกับมหาอำนาจโลก กลุ่มที่มีแนวคิดแบ่งแยกดินแดนซึ่งเคลื่อนไหวในระดับท้องถิ่น กลุ่มที่ต่อต้านอิสราเอลที่ยึดครองดินแดนอาหรับ กลุ่มที่จับอาวุธต่อต้านอำนาจรัฐเพื่อเปลี่ยนแปลงให้เป็นรัฐอิสลาม ฯลฯ
 
               ที่ผ่านมามุมมองแบบเหมารวมของพันธมิตรตะวันตกที่มีต่อขบวนการมุสลิมนำมาซึ่งความสับสนวุ่นวาย มาตรการที่นำมาใช้เพื่อขจัดขบวนการเหล่านี้ได้นำไปสู่ความคับข้องหมองใจ จนเกิดเป็นวาทกรรมที่ว่าสงครามต่อต้านการก่อการร้ายที่นำโดยสหรัฐนั้นคือ “สงครามต่อต้านอิสลาม” ความไม่รู้และอคติที่มีต่อโลกมุสลิมของตะวันตกได้ถูกส่งผ่านไปให้ชาติพันธมิตรทั่วโลกผ่านความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย ประชาคมโลกได้รับข่าวสารที่บิดเบือนจนเกิดความหวาดระแวงชาวมุสลิมไปทั่ว
 
               ภาวะเช่นนี้นับเป็นอันตรายและเป็นความท้าทายต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างยิ่ง

..................................................................................................................................

( หมายเหตุ : ตะวันตกกับโลกมุสลิมในมิติความมั่นคง : วิถีมุสลิมโลก โดยศราวุฒิ อารีย์ )