
นางนากพระโขนง
นางนากพระโขนง : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ โดยประภัสสร เสวิกุล
คนสร้างหนังไทยสมัยก่อนมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าสร้างหนังเรื่อง “นางนากพระโขนง” คราใด หนังจะไม่มีวันเจ๊ง “นางนากพระโขนง” นั้น เป็นเรื่องผีระดับคลาสสิกของไทย และผีในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ที่เล่าสืบต่อกันมาน่าจะก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะมีการใช้สถานที่จริง คือย่านพระโขนง และวัดมหาบุศย์ รวมทั้งอ้างอิงบุคคลที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น เช่นสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และสมเด็จพระพุทธบาทปิลันท์ (ม.จ.ทัด เสนีย์วงศ์) ด้วย มีเรื่องเล่าว่าเมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังอยู่ในวัยหนุ่ม ประมาณปี พ.ศ.2420 ได้ทรงสอบถามผู้คนที่เดินผ่านพระบรมมหาราชวังว่า บุคคลใดที่มีคนรู้จักมากที่สุดระหว่างรัชกาลที่ 1 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และนางนากพระโขนง ผลโพลล์ปรากฏว่า นางนาก หรือที่สมัยนั้นเรียกว่า “อีนาก” ติดอันดับหนึ่ง
คุณเอนก นาวิกมูล นักเขียนสารคดีและนักค้นคว้าเรื่องเก่า เคยเล่าไว้ว่า เรื่องนางนากนี้ เคยเป็นลำตัด เพลงฉ่อย และเพลงทรงเครื่องมาก่อน สำหรับภาพยนตร์เรื่องแรกของนางนากเท่าที่ปรากฏหลักฐานได้แก่เรื่อง “นางนากพระโขนง” ซึ่งสร้างในปี พ.ศ.2479 แต่ที่โด่งดังมากคือเรื่อง “แม่นาคพระโขนง” แสดงนำโดย ปรียา รุ่งเรือง และ สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ กำกับการแสดงโดย รังสี ทัศนพยัคฆ์ ออกฉายเมื่อปี พ.ศ.2502 และตามที่มีผู้รวบรวมไว้ แม่นากถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้ว 24 ครั้ง
ตลอดระยะเวลา 77 ปี นอกเหนือจากการเป็นละครโทรทัศน์ 6 ครั้ง ละครวิทยุ 10 ครั้ง และละครเวทีอีก 4 ครั้ง ผมจำได้ว่าในสมัยก่อน มีการเล่นอย่างหนึ่งที่เด็กๆ ชอบเล่นกันในเวลากลางคืน ก็คือ “ตะล็อกต๊อกแต๊ก” ที่เริ่มต้นด้วยการที่คนหนึ่งมาร้องเรียกตะล็อกต๊อกแต๊ก แบบว่าเคาะประตู แล้วคนอื่นๆ ก็จะถามว่า “ตะล็อกต๊อกแต๊ก มาทำไม” คนที่เคาะก็จะตอบว่า “มาซื้อดอกไม้” คนอื่นๆ ก็จะถามว่า “ดอกอะไร” แล้วก็ว่ากันไปสักพัก มาลงเอยด้วย “มาชวนไปดูหนัง” คนอื่นๆ ก็จะถามว่า “หนังเรื่องอะไร” พอได้ยินคำตอบว่า “เรื่องแม่นาคพระโขนง” เท่านั้นแหละครับ วงแตกทันที เด็กๆ วิ่งกันกระเจิงคนละทิศละทาง และถ้าคนที่ร้องตะล็อกต๊อกแต๊กจับใครได้ คนนั้นก็ต้องมาเป็นตัวตะล็อกต๊อกแต๊กแทน
ผมมาย้อนมองตอนนี้ ก็คิดว่าถ้าไม่ใช่เพราะอิทธิพลของภาพยนตร์เรื่อง “แม่นาคพระโขนง” ฉบับ ปรียา รุ่งเรือง ที่ดังสุดๆ ก็อาจจะเป็นฝีมือการทำพีอาร์หนังเรื่องนี้ในสมัยนั้น เช่นเดียวกับที่มีเรื่องเล่าว่ามีผู้หญิงนั่งรถสามล้อไปที่โรงหนังซึ่งฉายเรื่องแม่นากอยู่ แล้วก็หายตัวไปเฉยๆ นั่นแหละครับ
หากพิจารณาถึงสาเหตุที่ทำให้นางนากได้รับความนิยม แบบแรงดี-ไม่มีตก มาตั้งแต่ปลายสมัยรัชกาลที่ 4 ก็น่าจะเป็นเพราะเป็นเรื่องผีที่มีความเสมือนจริงเป็นอย่างมาก มีวัตถุพยานและพยานบุคคลให้อ้างอิงได้ เป็นผีรุ่นใหม่ที่มีความร่วมสมัย แปลก ใหม่ และน่ากลัวไปพร้อมๆ กัน ขณะประเด็นสำคัญของเรื่องคือความรักและความผูกพันต่อชายคนรัก ก็เป็นเรื่องที่กินใจคนทั่วไปอยู่ลึกๆ แตกต่างจากเรื่องผีอื่นๆ ที่ขาดความสมจริง และเหตุผลรองรับพฤติกรรม และแน่นอนว่าหนังผีแบบนางนาก ก็เข้าถึงคนไทยมากกว่าแวมไพร์ มนุษย์หมาป่า หรือซอมบี้ อย่างแน่นอน
และเหตุผลสำคัญอีกประการหนึ่งที่หนังผีไทยมักจะทำเงิน ก็เพราะนอกจากความลึกลับน่ากลัว ก็ยังมีความตลกขบขันแทรกอยู่ด้วย ดังสปอตโฆษณาภาพยนตร์เรื่อง “เลือดรักนางพราย” ของจิตรวาณีภาพยนตร์ เมื่อปี พ.ศ.2507 ที่ว่า
“ขนพองสยองเกล้า ร้อนเร่าด้วยอาถรรพ์ แทรกขบขันคึกคัก บู๊กันหนัก ใน เลือดรักนางพราย"
ซึ่งตรงกับจริตและรสนิยมของคนดูหนังไทยเผงเลยครับ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดก็ตาม



