ข่าว

เคาะ21โครงการขับเคลื่อนภาคกลาง

เคาะ21โครงการขับเคลื่อนภาคกลาง

06 เม.ย. 2556

เคาะ 21 โครงการ...ขับเคลื่อนจังหวัดภาคกลาง : ทีมข่าวภูมิภาค ... รายงาน

 

                          ผลสรุปจากการเดินทางมาปฏิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรีและคณะ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายก และสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคม 2556 ที่ฉะเชิงเทรา บทสรุปที่ได้คือ สนับสนุนแผนงานพัฒนาเศรษฐกิจ ที่สามารถดำเนินการได้ทันที 21 โครงการ ในวงเงินงบประมาณ 622 ล้านบาท และอนุมัติเพิ่มเติมในหลักการตามโครงการที่เสนอมา 203 โครงการ ภายใต้งบประมาณดำเนินการ 91,714 ล้านบาท

                          เมื่อพิจารณาในรายละเอียดถึงที่มาของแผนงานอันเป็นข้อเสนอ และท่าทีของรัฐบาลต่อการสนับสนุนนับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง ทั้งนี้ในภาคการค้า-การลงทุน มีข้อเรียกร้องจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ต่อการขอรับการสนับสนุนโครงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษบ้านป่าไร่ จ.สระแก้ว โดยกำหนดรูปแบบและสิทธิประโยชน์ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือตามยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ระหว่างกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไทย และเวียดนาม 

                          ขอให้สนับสนุนโครงการอีโค่ อินดัสเตรียล ทาวน์ ที่สมุทรปราการ และปราจีนบุรี โดยจะต้องมีการศึกษารูปแบบของอีโค่ อินดัสเตรียล ทาวน์ ที่เหมาะสมกับพื้นที่เป้าหมาย การเร่งรัดย้ายตลาดสะพานปลากรุงเทพฯ ไปที่สมุทรปราการ ภายในปีนี้ เพื่อลดความแออัดทั้งในกรุงเทพฯ และสร้างความเป็นศูนย์กลางในตลาดการค้าสัตว์น้ำในสมุทรปราการ สนับสนุนโครงการจัดตั้งสถาบันมะม่วงแห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาสายพันธุ์มะม่วง ส่งเสริมการผลิต การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการพัฒนาด้านตลาดอย่างครบวงจร

                          ในประเด็นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ต้องการให้เร่งรัดโครงการพัฒนาโครงข่ายทางถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา อาทิ การขยายช่องจราจร และขอการสนับสนุนการปรับปรุงและก่อสร้างเส้นทาง เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2558 รวม 7 เส้นทาง, เร่งรัดโครงการขยายเส้นทาง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 319  หนองชะอม จ.ปราจีนบุรี - พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา จาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่น ลดการเกิดอุบัติเหตุ

                          สนับสนุนการศึกษาการแก้ไขปัญหาการจราจรสู่ จ.นครนายก และภาคตะวันออก ด้วยการศึกษาการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 305 “รังสิต-นครนายก” ศึกษาแนวทางการขยายเส้นทางไปยังด่านคลองลึก สระแก้ว เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรของรถบรรทุกขนส่งที่ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และรองรับการขยายตัวทางการค้าการขนส่งข้ามแดนจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน การสนับสนุนโครงการเชื่อมต่อรถไฟฟ้าโมโนเรล จากสถานีรถไฟฟ้าบางปู-แอร์พอร์ตลิงค์ สุวรรณภูมิ โดยระบบการขนส่งมวลชนแบบระบบราง เพื่อส่งเสริมการแก้ไขปัญหาการจราจร

                          ในสาขาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ขอให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตอนบน (ปากน้ำบางปะกง ฉะเชิงเทรา - สมุทรปราการ) โดยในส่วนของสมุทรปราการ บริเวณพื้นที่ราบลุ่มที่เกิดการทับถมของดินตะกอนปากแม่น้ำ และตอนใต้ใกล้ชายฝั่งทะเลลักษณะที่เป็นดินเลน และในส่วนฉะเชิงเทรา ประสบกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งยาว 10 กิโลเมตร ในเขตบางปะกง ที่ส่งผลมาถึงการให้ชุมชนบางส่วนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ลำดับสุดท้าย  สาขาการส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการสุขภาพ ให้สนับสนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว “ขุนด่านแลนด์” (ถนน-สะพาน-ภูมิทัศน์) นครนายก

                          โดยพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล เร่งรัดพัฒนาพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำทับลาน ปราจีนบุรี เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงเกษตรที่สมบูรณ์ ให้แยกช่องทางการผ่านด่านชายแดนของนักท่องเที่ยวออกจากด่านการค้าที่ด่านคลองลึก สระแก้ว เนื่องจากมีการใช้งานที่หนาแน่น รวมทั้งขอให้ปรับปรุงด่านการค้าที่สำคัญให้ได้มาตรฐาน ทั้งในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและการบริหารจัดการโดยเฉพาะบุคลากร และยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าที่มีอยู่ในสระแก้ว 2 แห่ง เพื่อให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรเพิ่ม คือ บ้านเขาดิน-กิโลเมตรที่ 13 ของพระตะบอง หรือจุดหนองปรือ-พนมมาลัย จ.บันเตียเมียนเจย พัฒนาเส้นทางช่องบะระแนะ หรือช่องตากิ่ว ซึ่งอยู่ติดชายแดนกัมพูชา เพื่อให้เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ให้แก่สระแก้ว 

                          "เชื่อว่าในโครงการปรับปรุงเส้นทางเชื่อมโยงการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ ที่แปลงยาว ฉะเชิงเทรา จะทำให้การเดินทางของประชาชนมีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น และการขนส่งภาคอุตสาหกรรมภายในนิคมอุตสาหกรรม จะมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น จากการลงพื้นที่เห็นว่า ถนนสายในเส้นทางที่เข้านิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ และถนนสายทางหลวง 331 บ้านเนินไร่ ที่เชื่อมกับนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ซิตี้ มีสภาพปัญหาการจราจรบริเวณทางเข้าที่ติดขัดแออัด เนื่องจากช่องจราจรมีเพียง 2 ช่อง ไม่สามารถรับรองปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะรถบรรทุกยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ผิวจราจรทางหลักชำรุดเสียหายส่งผลกระทบต่อการขนส่งยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ ขาดการระบายน้ำในเส้นทางหลักทำให้เกิดน้ำท่วมขังผิว นี่คือสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข" พล.อ.อ.กำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ ภายหลังได้รับมอบหมายให้ลงพื้นที่

                          "พิจารณาในเชิงกายภาพแล้ว ฉะเชิงเทราอยู่ในฐานะของการถือเป็นศูนย์กลางแห่งโลจิสติกส์ ทั้งทางบก ทางน้ำ และยังมีพื้นที่ใกล้เคียงกับสนามบินสุวรรณภูมิ แนวคิดในการพัฒนายุทธศาสตร์ของจังหวัด จึงต้องการให้เป็นเส้นทางเชื่อมโยงจุดต่างๆ โดยงบประมาณ 100 ล้านบาทที่ได้รับการจัดสรรมาจากรัฐบาลนั้น ทางจังหวัดจะนำไปพัฒนา เป็น 3 โครงการ คือ 1.ปรับปรุงเส้นทางเชื่อมโยงเพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ และชิ้นส่วนรถยนต์ ที่มีการตั้งแหล่งผลิตอยู่ในพื้นที่ ปรับปรุงเส้นทางเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รักษาเสถียรภาพต้นทุนการผลิตไข่ไก่  เพราะที่นี่ถือเป็นแหล่งในการผลิตสินค้าจากปศุสัตว์" เริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าว

                          คือภาพของการพัฒนาเศรษฐกิจที่กำลังจะเกิดขึ้นกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางในอนาคตอันใกล้นี้

 

 

--------------------

(เคาะ 21 โครงการ...ขับเคลื่อนจังหวัดภาคกลาง : ทีมข่าวภูมิภาค ... รายงาน)