
หุ้นตีกลับรับข่าว'ปู'รอดมือปปช.
ตลาดหุ้นไทยพลิกปิดตลาดบวก 7.9 จุด หลังเปิดตลาดร่วงแรงกว่า 40 จุด รับข่าว'ยิ่งลักษณ์'รอดมือปปช.
4เม.ย.2556 บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ดัชนีผันผวนหนัก ระหว่างวันร่วงแรงถึง 40 จุด จากความกังวลปัญหาการเมืองในประเทศ แต่หลังจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ผิดกรณีเงินกู้ 30 ล้าน ดัชนีตีกลับขึ้นทันที จนสามารถพลิกปิดตลาดบวกได้ โดยดัชนีปิดตลาดที่ระดับ 1,528.46 จุด ปรับขึ้น 7.94 จุด หรือ 0.52% มูลค่าการซื้อขาย 60,928.61 ล้านบาท
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่าช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยมีความเปราะบาง เพราะมีปัจจัยเข้ามากระทบอย่างต่อเนื่อง แต่นักลงทุนไม่ควรแตกตื่นตามข่าวลบที่เข้ามา เพราะเมื่อพิจารณาจากราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พีอี) ของตลาดหุ้นไทยที่ลดลง โดยปัจจุบันอยู่ที่ 13 เท่า ขณะที่พีอีของตลาดหุ้นภูมิภาคอยู่ที่ประมาณ 14 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจและเป็นจังหวะในการเข้าซื้อ หลังจากที่ราคาหุ้นปรับลดลงมา นอกจากนี้ราคาหุ้นยังมีพื้นฐานที่รองรับ ไม่น่ากังวล
“ช่วงนี้เป็นจังหวะที่นักลงทุนควรเลือกลงทุนในหุ้นต่างๆ โดยการลงทุนจะต้องมีราคาในใจในการซื้อขาย ไม่แตกตื่นตามข่าวลบที่เข้ามา โดยข่าวลบต่างๆที่ออกมาจะมีผลต่อตลาดประมาณ 1 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน และจะหายไป”
สำหรับปัจจัยทางการเมืองยอมรับว่ามีส่วนกระทบต่อตลาดหุ้นไทยบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีปัจจัยลบหลายอย่างที่เข้ามา ทั้งเศรษฐกิจของต่างประเทศ และภาวะไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหุ้นไทยยังมีความแข็งแกร่ง ตลาดหุ้นไทยจึงยังน่าลงทุนอยู่
ด้านน.ส.มยุรี โชวิกรานต์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยผันผวนแรง จากความกังวลสถานการณ์การเมือง แต่หลังจากป.ป.ช.พิจารณากรณีการปล่อยเงินกู้ 30 ล้านบาทของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่มีความผิด ประกอบกับมีข่าวธนากลางของญี่ปุ่น หรือ บีโอเจ อัดฉีดเงินเข้าระบบเพิ่ม 7 ล้านล้านเยน ดัชนีก็ปรับขึ้นมาเป็นบวกได้ในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตามมองว่าดัชนีจะปรับขึ้นไปได้ไม่สูงนัก เพราะความกังวลในสถานการณ์การเมืองยังมีอยู่ จากประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท
นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินทุนบุคคล บล.กสิกรไทย กล่าว่า ตลาดหุ้นไทยที่ลดลงในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา อาจเป็นการปรับฐาน หลังจากที่ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้นที่ต้องมีการปรับฐานในระยะสั้นก่อนปรับตัวขึ้นต่อ โดยคาดว่าช่วงปลายเดือนเม.ย.ถึงช่วงต้นเดือนพ.ค. เป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนในการเข้าไปลงทุนรอบใหม่ เพราะมีปัจจัยบวกหลายอย่างที่จะเข้ามา ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนการลงทุนระยะยาวประเมินว่าดัชนี ปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 1,720 จุด และมีพีอีตลาด ที่ 15 เท่า โดยมีปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนคือสภาพคล่องในตลาดโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ปัจจุบันภาวะการเงินของประเทศญี่ปุ่นอยู่ในช่วงเงินฝืด รัฐบาลญี่ปุ่นจึงน่าจะมีมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องออกสู่ตลาด ทำให้มีสภาพคล่องสูงขึ้น และคาดว่าเม็ดเงินดังกล่าวจะไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มประเทศรอบประเทศจีน รวมทั้งประเทศไทยด้วย
สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในการเข้าไปลงทุนรอบใหม่แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ขยายการลงทุนในต่างจังหวัด กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิตอลและโครงข่าย 3G กลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการลงทุนของภาครัฐ และหุ้นเทิร์นอะราวด์
...........
(หมายเหตุ : ภาพจากแฟ้มข่าว)



