
'อภิสิทธิ์'เล็งยื่นตีความร่างแก้รธน.
'มาร์ค' เล็งยื่นตีความร่างแก้รธน. หลังสภารวบรัดแปรญัตติแม้ไม่ครบองค์ประชุม ระบุขัดรธน.ชัดเจน แนะ 'ส.ส.-ส.ว.' ยื่นถอดถอน 'นิคม' จี้รัฐหยุดถกสันติภาพ 'บีอาร์เอ็น'
4 เม.ย.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการที่ที่ประชุมรัฐสภามีมติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม 3 ฉบับ ว่ามีความพยายามรวบรัด ไม่ทำตามกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ โดยเฉพาะปัญหาเรื่อการกำหนดวันแปรญัตติ 15 วัน ทั้งที่องค์ประชุมไม่ครบถือเป็นกระบวนการที่ไม่ชอบ ซึ่งต้องหารือกันว่าฝ่ายค้านจะมีช่องทางดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยตนยังยืนยันว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภาต้องนัดประชุมร่วมรัฐสภาใหม่เพื่อที่จะลงมติว่าแปรญัตติภายในกี่วัน แต่หากยังเดินหน้าต่อก็มีความเป็นไปได้ว่าจะต้องมีการยื่นตีความกัน เพราะกระบวนการมันผิดชัดเจน ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภา และขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ครบองค์ประชุม
นายอภิสิทธิ์ ยังวิเคราะห์ถึงคะแนนโหวตรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ร่างด้วย ว่า มาจากเสียงของรัฐบาล ส.ส.กลุ่มมัชฌิมา และส.ว.บางส่วน ทั้งนี้ในร่างแก้ไขเรื่องที่มาของส.ว.ซึ่งได้เสียงสนับสนุนน้อยกว่าร่างแก้ไขอีก 2 ฉบับนั้น อาจเป็นเพราะมี ส.ว.จำนวนหนึ่งงดออกเสียง เพราะเกรงปัญหาเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน จึงเกรงว่าจะถูกยื่นถอดถอนได้ในอนาคต ส่วนส.ว.ที่เข้าชื่อขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็ต้องดูว่าจะเข้าข่ายผลประโยชน์ขัดกันหรือไม่ และหนึ่งในนั้นก็มีนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา อยู่ด้วย ซึ่งหากเห็นว่าเข้าข่าย สมาชิกรัฐสภาสามารถเข้าชื่อยื่นถอดถอน
'อภิสิทธิ์' แนะรัฐหยุดถกสันติภาพ 'บีอาร์เอ็น'
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า การที่สมช.บอกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่มีผลกระทบนั้น ตนอยากให้ตั้งหลักให้ดี เพราะอาจจะไม่กระทบถึงนโยบายในการพูดคุยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น แต่ถ้าบอกว่า ในการพูดคุยจะไม่สนใจเหตุการณ์ความรุนแรงในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องที่ผิด เพราะถ้าเกิดเหตุรุนแรงในเชิงสัญลักษณ์มากขึ้น ก็ต้องกระทบการพูดคุย
ดังนั้น สมช.ต้องไปถามคนที่มาพูดคุยกับเราว่า ตกลงแล้วกำลังจะแสวงหาสันติภาพจะลดความรุนแรงหรือไม่ เพราะถ้าคุยแล้วแต่สภาพในพื้นที่ยังเป็นอย่างนี้ก็คงพูดคุยกันต่อไม่ได้ จึงต้องมีการหาทางจะแก้ปัญหาตรงนี้ก่อน จึงจะสามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งรัฐจะต้องส่งสัญญาณนี้ไปอย่างชัดเจน จะบอกเพียงว่าไม่เป็นไร ไม่เกี่ยวข้อง ไม่กระทบกันคงไม่ได้



