ข่าว

'ประยุทธ์'ติงเสียเปรียบปล่อยBRNตั้งโจทย์คุย

'ประยุทธ์'ติงเสียเปรียบปล่อยBRNตั้งโจทย์คุย

04 เม.ย. 2556

'ประยุทธ์' สั่งเพิ่มมาตรการ 'รปภ.' ป้องบึ้มรถทหาร เตือนรัฐอย่าปล่อยฝ่ายบีอาร์เอ็นตั้งโจทย์คุยหวั่นรัฐเสียเปรียบ ยันไม่ขัดแย้งทีมเจรจาลั่นไม่ปล่อยนักโทษป่วนใต้


              4เม.ย.2556 ที่สโมสรกองทัพบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่รถโดยสารของทหารที่กลับจากการตรวจเลือกทหารถูกลอบวางระเบิดที่ จ.ยะลาว่า ได้สั่งการไปแล้วให้หามาตรการเพิ่มเติมแต่ปัญหาอยู่ที่ระยะทางที่ไกล และคนมีจำนวนมาก หากการตรวจเลือกทหารช้าจะทำให้การเดินทางยากขึ้น ทำให้เกิดอันตรายเวลาเดินทางกลับ จึงสั่งการไปยังพล.ท.สกล ชื่นตระกูล แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา เพราะยังเหลือเวลาในการตรวจเลือกทหารอีก 2 วัน ซึ่งทหารถือว่า เป็นเป้าในการถูกโจมตี  ซึ่งระวังอยู่แล้วแต่ไม่ได้ผล 100 % ทั้งนี้ต้องแยกให้ออก เช่น การเกณฑ์ทหารไม่สามารหลีกเลี่ยงได้ สถานที่มีความชัดเจนว่าอยู่ตรงไหนระยะทางเป็นเส้นทางป่าและภูเขา อาจมีผู้ร้ายซุ่มวางระเบิด ดังนั้นให้ดูว่าอะไรที่ง่ายกว่ากันระหว่างคนทำกับคนระวัง

              พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว แต่เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องแก้ไขกันไป ไม่ใช่แก้ไม่ได้เป็นเรื่องของสถานการณ์ระยะทางและเวลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำงานหนัก อยากถามกลับไปยังกลุ่มคนที่ก่อเหตุว่าต้องการอะไร เพราะว่าการคัดเลือกทหารสามารถทำให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับเบี้ยเลี้ยงเงินเดือน สวัสดิการ มีการเรียนรู้ฝึกอาชีพ รวมถึงการศึกษา แต่ยังทำลาย

              "ทุกวันนี้เราไม่เคยไปรังแกใคร อย่ามาบอกว่า ให้เราลดความรุนแรง เพราะเราไม่ใช่ผู้ใช้ความรุนแรง ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกและ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่นั้น กฎหมายมีกี่ข้อและเจ้าหน้าที่ใช้กี่ข้อ ต้องตีความให้ดีก่อนออกมาบอกว่า ยกเลิกหรือไม่ยกเลิก กฎหมายทุกอย่างมีไว้ใช้ประโยชน์ ตนเข้าใจจึงใช้ถูก" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและว่า

              ส่วนที่มองว่าแกนนำบีอาร์เอ็นซึ่งสมช.ไปคุยด้วยไม่สามารถควบคุมระดับปฏิบัติในพื้นที่ได้นั้น คิดว่า เขาติดต่อสารเร็วหรือไม่ เขาสามารถส่งวิทยุผ่านคลื่นความถี่ หรือเล่นไลน์กันได้หรือเปล่าถ้ายังไม่ได้ก็ยังไม่ได้ อย่างประเทศฟิลิปปินส์ต่อสู้กันมาถึง 50 ปี ตั้งโต๊ะพูดคุยกันเมื่อ 6 เดือนที่แล้วแต่ปัจจุบันนี้ยังมีการยิงกัน ซึ่งไม่เร็วขนาดนั้นต้องใจเย็น ๆ เพราะมีอยู่หลายกลุ่มหลายพวกกว่าจะไปถึงทุกพวกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้พูดก็พูดกันไป

              "ผมไม่ได้ขัดแย้งอะไรกันอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงทำหน้าที่ในการรักษาสภาพแวดล้อมให้เกิดความปลอดภัยเพื่ออำนวยการพูดคุยสันติภาพ และการจะให้เกิดสันติภาพพูดคุยกันก็ต้องมีมาตรการทำให้ฝ่ายโน้นออกมาพูดกับเราคือการบังคับใช้กฎหมาย เขาจะได้ออกมาพูดคุยต่อรอง ไม่ใช่ให้เขาเป็นคนตั้งโจทย์การพูดคุยทุกเรื่อง ถ้าเป็นอย่างนี้รัฐจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ซึ่งเราเป็นเจ้าหน้าที่ ใครทำผิดกฎหมายต้องมาตรวจสอบกันว่า ถูกหรือผิด มีหลักฐานหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็มาเคลียร์กัน แต่ถ้ามีหลักฐานก็ต้องลงโทษ ไม่ใช่จะปล่อยทั้งหมด คงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นผู้ร้ายทั้งประเทศก็ต้องปล่อยกันหมด ส่วนพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษก็ให้กำลังใจ ผบ.เหล่าทัพในการทำงานมาตลอดอยู่แล้ว และให้กำลังใจทุกคน ไม่เคยลำเอียง เพราะทุกคนทำตามหน้าที่ และสนับสนุนการแก้ไขปัญหา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
 

บึ้มป่วนงานคัดเลือกทหารอีกไร้เจ็บตาย 

               เมื่อเวลา 14.50 น. ร.ต.ท.มาโนช ปลอดขันเงิน พนักงานสอบสวน สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดขึ้นบริเวณข้างอาคารศูนย์คัดแยกผลไม้ อ.ระแงะ เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ให้ประชาชนที่นำรถจยย.มาจอดไว้ภายในศูนย์คัดแยกผลไม้ออกไปไว้ข้างนอก เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายอาจจะนำ จยย.บอมบ์มาจอดไว้ เพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ เมื่อตรวจสอบที่บริเวณข้างคูน้ำของอาคารศูนย์คัดแยกผลไม้ พบเศษซากชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซีสีฟ้า หนัก 1 ก.ก. จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาจากนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล ในเวลา 14.50 น. ทั้งนี้ ที่ฝาฝนังของอาคารถูกสะเก็ดระเบิดได้รับความเสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

               สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวมากับประชาชนที่มาคัดเลือกทหารประจำปี 2556 นำระเบิดแสวงเครื่องใส่ในถุงพลาสติกมาวางไว้บริเวณโคนต้นไม้ข้างคูน้ำ จนกระทั่งเวลา 14.50 น. ได้เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ


บึ้มคณะสวป.ขณะกลับจากประชุมด้วยปลอดภัย  

               ขณะเมื่อเวลา 12.30 น. พ.ต.อ.จงใจรักษ์ คงเผ่า ผกก.สภ.สุคิริน จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายจุดชนวนระเบิดดักสังหาร ร.ต.อ.วัชรินทร์ หอมแซ่ม สวป.สภ.สุคิรินและและคณะ บนถนนสายจะแนะ-สุคิริน ช่วงบริเวณใกล้บ่อดินในหมู่บ้านเกียร์ ม.1 ต.เกียร์ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ที่เกิดเหตุพบหลุมระเบิดที่บริเวณพงหญ้ารกทึบริมถนนลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต มีเศษซากชิ้นส่วนของระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในกลุ่องเหล็ก หนัก 10 ก.ก.จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟฟ้าเข้าไปในป่ารกทึบ นอกจากนี้ห่างไปประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์สายตรวจตราโล่ห์ของ สภ.สุคิริน ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณตัวถังด้านซ้ายและกระจกแคปแตกได้รับความเสียหายเล็กน้อย จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

               สอบสวน ร.ต.อ.วัชรินทร์ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา รวม 3 นาย โดยมีส.ต.อ.กิตติพงษ์ เช่งเวียง เป็นพลขับ และ ส.ต.อ.จารุ แกล้วกล้า ผู้บังคับหมู่งานป้องกันและปราบปราม สภ.สุคิริน นั่งโดยสารมาด้วย เพื่อเดินทางไปร่วมประชุมที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เมื่อแล้วเสร็จได้เดินทางกลับ ขณะถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกริมทาง ได้จุดชนวนระเบิดที่นำไปวางไว้ใต้พุ่มไม้ริมถนน จนเกิดระเบิดขึ้นทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ


ปัตตานีทหารเร่งตรวจคัดเลือกทหารเกณฑ์

               ที่บริเวณลานที่ว่าการอำเภอเมือง จ.ปัตตานี ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการตรวจคัดเลือกทหารกองเกินเพื่อเข้ารับเป็นทหารกองประจำการ ประจำปี 2556 ในเขตพื้นที่ อ.เมือง จ.ปัตตานี   ปรากฏว่า มีชายไทยทั้งพุทธ-มุสลิม ที่ต้องเข้ารับการตรวจคัดเลือกมารายงานตัวกันตั้งแต่เช้า เพื่อตรวจสภาพร่างกายและขั้นตอนอื่นๆ  แต่เนื่องจากมีผู้เข้าร่วมจำนวนมากทำให้ต้องใช้เวลานานมาก  เนื่องจากมีทั้งสมัครใจเป็นทหาร และบางคนก็ต้องการเสี่ยงจับฉลาก
 
               ทั้งนี้ ทหารที่เดินทางมาเป็นกรรมการคัดเลือก  ต้องรีบเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  เพราะหากค่ำมืดอาจจะตกเป็นเป้าของผู้ก่อเหตุขณะเดินทางกลับได้   ดังเช่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา เมื่อคืนวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา


อดีตกอส.เผยบึ้มป่วนใต้ตัวเร่งอุณหภูมิบนโต๊ะเจรจาทวีความเข้มข้น

               นายฮัอหมัดสมบูรณ์ บัวหลวง นักวิชาการอิสระและอดีตคณะกรรมการสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) เปิดเผยว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังการเจรจา ทั้งนี้เชื่อว่าเหตุการณ์ความรุนแรงโดยเฉพาะการลอบวางระเบิดน่าจะเป็นตัวเร่งสำคัญในการหารือหรือการพูดคุยให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากในการพูดคุยระหว่างสมช.และกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็นนั้นยังเป็นเพียงความร่วมมือเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งในรายละเอียดในอนาคตจะต้องมีการหารือกันอีกหลายประเด็น โดยหนึ่งในนั้นคือประเด็นการลดระดับความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายอยากเห็น ดังนั้นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมของทั้งสองฝ่ายจะเป็นดัชชนีบ่งชี้สำคัญว่าสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดจากกลุ่มขบวนการไม่ว่าจะเป็นบีอาร์เอ็นหรือกลุ่มพูโลอย่างที่สังคมเข้าใจและเชื่อมาโดยตลอดหรือไม่
 
               "เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นรายวันช่วงนี้เป็นตัวเร่งให้นำไปสู่การพูดคุยให้เป็นรูปธรรมขึ้น โดยหากวันนี้มีความชัดเจนในหลักการของทั้งสองฝ่ายแล้วแต่เหตุการณืยังไม่หยุดนั่นอาจแสดงให้เห็นว่ามีกลุ่มอื่นที่อาจไม่ใช่กลุ่มขบวนการเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุความวุ่นวายดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมามักมีการพูดคุยเสมอว่า 60%ของเหตุการณ์ความรุนแรงมาจากฝีมือกลุ่มขบวนการ ส่วนอีก 20%เป็นเรื่องความขัดแย้งหรือส่วนตัวที่อาศัยสถานการณ์ในพื้นที่ ส่วนอีก20% ที่เหลือยังต้องหาทางออกร่วมกัน" นายฮัอหมัดสมบูรณ์ กล่าว
 
               อย่างไรก็ตามแม้เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะหลังไม่ว่าจะเป็นก่อนหรือหลังการหารือเจรจาสิ่งที่ทำให้คลายกังวลใจไปได้บ้างคือ เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเป้าหมายอ่อนแอหรือประชาชนนั้นลดระดับลง ซึ่งหากมองในมุมนี้ก็เท่ากับว่าเป็นไปตามคำกล่าวอ้างของกลุ่มขบวนการที่บอกว่าจะพยายามหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้บริสุทธิ์หากไม่จำเป็น