ข่าว

'ทอง'ส่อลงอีกเตือนไม่ต้องรีบซื้อ

'ทอง'ส่อลงอีกเตือนไม่ต้องรีบซื้อ

04 เม.ย. 2556

ราคาทองคำโลกลงแรงสุดในรอบ 1 เดือน ส่วนของไทยได้บาทแข็งช่วยร่วงแค่ 350 บาท จับตากองทุนรายใหญ่กระหน่ำขายไม่หยุด แนะยังไม่ถึงจังหวะเข้าซื้อมีโอกาสปรับลดลงต่ออีก

 

                          ราคาทองคำและดัชนีราคาหุ้นไทยเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2556 ต่างปรับลดลงค่อนข้างมาก โดยราคาทองคำปรับลดลง 350 บาท เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า โดยราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่ 21,800 บาทต่อน้ำหนักทอง 1 บาท ขายออกอยู่ที่ 21,900 บาท และทองรูปพรรณรับซื้ออยู่ที่บาทละ 21,481.72 บาท ส่วนขายออกอยู่ที่บาทละ 22,300 บาท ขณะที่ดัชนีราคาหุ้นไทยปิดตลาดที่ 1,520.52 จุด ลดลง 30.02 จุด มูลค่าการซื้อขายรวม 59,143.79 ล้านบาท

                          นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำปรับลงแรง เนื่องจากในตลาดโลกมีกระแสข่าวว่านักลงทุนรายใหญ่เทขายทองคำออกมา จึงทำให้นักลงทุนรายอื่นเทขายตาม ซึ่งนักลงทุนควรติดตามและหาข้อมูลก่อนตัดสินใจจะซื้อหรือขาย และหากกระแสข่าวดังกล่าวเป็นจริงก็มีโอกาสที่ราคาทองจะลดลงได้อีก จากล่าสุดราคาในตลาดโลกอยู่ที่ 1,550 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ถ้าปรับลงหลุด 1,545 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก็มีแนวโน้มที่ราคาจะหลุดลงมาต่ำกว่าระดับ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ดังนั้น กลยุทธ์ในช่วงนี้ควรชะลอลงทุนและติดตามข้อมูลให้ชัดเจน

                          นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ กล่าวว่า ราคาทองคำตลาดโลกปรับลดลง 23.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มาปิดที่ระดับ 1,575.24 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการปิดลดลงครั้งใหญ่ในรอบกว่า 1 เดือน เนื่องจากมีแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงที่กลับมาจากความคาดหวังนโยบายการเงินของบีโอเจ และการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐในเชิงบวกทำให้เงินไหลออกจากทองคำ ประกอบกับการระบายทองคำอย่างต่อเนื่องของกองทุนขนาดใหญ่ทำให้มุมมองทางจิตวิทยาที่มีต่อทองคำเป็นเชิงลบ

                          "ในระยะสั้นยังทำให้การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำมีแรงกดดัน อย่างไรก็ดี ปัจจัยที่ไม่แน่นอนในอนาคตทั้งในด้านเศรษฐกิจและความตึงเครียด โดยเฉพาะในคาบสมุทรเกาหลียังถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา ส่วนค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าส่งผลบวกต่อราคาทองคำในประเทศ" นายกมลธัญกล่าว

                          ขณะที่นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกเริ่มปรับตัวลงแรงให้เห็นอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้าเคลื่อนไหวแกว่งตัว เนื่องจากกองทุนทองคำขนาดใหญ่ของโลกคือ SPDR ขายทองคำออกมาตั้งแต่วันที่ 1-3 เมษายน 2556 ประมาณ 13 ตัน ส่วนเกาหลีแม้ว่าจะเป็นประเด็นการขู่ทำสงครามแต่ก็ยังไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นจริง ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นแค่ข่าวลือแสดงศักยภาพผู้นำในด้านการเมืองเท่านั้น จึงไม่มีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนในทองคำ

                          "ขณะนี้นักลงทุนไม่ควรจะทยอยซื้อสะสม เพราะราคาทองคำมีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีกโดยมองแนวรับไว้ที่ 1,550 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยให้ทยอยซื้อที่แนวรับดังกล่าว และแนวต้านประเมินไว้ที่ 1,575 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์" นายณัฐพงศ์กล่าว