ข่าว

พร้อมรบ!'โสมแดง'ย้ายที่ตั้งขีปนาวุธ

พร้อมรบ!'โสมแดง'ย้ายที่ตั้งขีปนาวุธ

04 เม.ย. 2556

สำนักข่าวของเกาหลีใต้ รายงานว่า เกาหลีเหนือ ได้ย้ายขีปนาวุธพิสัยกลาง เข้าไปยังพื้นที่ชายฝั่งตะวันออก เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหาร หรือไม่ก็พร้อมที่จะยิงในอนาคต

 

                          4 เม.ย. 56  แหล่งข่าวหลายกระแส ระบุว่า การขนย้ายขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ ได้ส่งผลให้สหรัฐต้องส่งระบบป้องขีปนาวุธและระบบเรดาร์ เข้าไปยังเกาะกวม ในมหาสมุทรแปซิฟิก / ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า ขีปนาวุธของเกาหลีเหนือสามารถบรรทุกหัวรบได้หรือไม่ แต่แหล่งข่าวเชื่อว่า เกาหลีเหนือน่าจะทดสอบขีปนาวุธอีกครั้งในช่วงกลางเดือนนี้ ตอนที่เกาหลีเหนือมีพิธีเฉลิมฉลองวันคล้ายวันเกิดของประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง ผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ

                          การเคลื่อนไหวล่าสุดของกองทัพเกาหลีเหนือ ได้มีขึ้นในขณะที่เกาหลีเหนือ พยายามใช้วาจาก่อสงครามกับเกาหลีใต้และสหรัฐ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และยังออกคำสั่งไฟเขียวให้กองทัพโจมตีสหรัฐก่อนหน้านี้ / เจ้าหน้าที่ข่าวกรองของเกาหลีใต้และสหรัฐ ได้พบการเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือ กำลังเคลื่อนย้ายบางสิ่งบางอย่างที่น่าจะเป็นขีปนาวุธพิสัยกลาง ไปยังพื้นที่ชายฝั่งด้านตะวันออก ซึ่งจากการวิเคราะห์ด้านข่าวกรอง น่าจะเป็นขีปนาวุธมูซอดัน

                          เกาหลีเหนือยังไม่ได้ทำการทดสอบขีปนาวุธมูซอดัน ที่เชื่อว่าจะมีพิสัยยิงไกล 3,000-4,000 กิโลเมตร ซึ่งพบว่า ฐานทัพสหรัฐบนเกาะกวมอยู่ในรัศมีของพิสัยการยิง / เกาหลีเหนือได้ประจำการขีปนาวุธ ประมาณ 50 ลูก เมื่อปี 2552 และเปิดตัวต่อประชาคมโลก เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2553 ในระหว่างพิธีสวนสนามในกรุงเปียงยาง แต่ยังไม่แน่ชัดว่า มีศักยภาพพอจะบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้หรือไม่ / เจ้าหน้าที่ข่าวกรอง ระบุว่า กำลังพยายามจับตาว่าเกาหลีเหนือจะเอายังไง ระหว่างแค่แสดงแสนยานุภาพ กับการข่มขู่สหรัฐ

                          ผู้ที่จับตาสถานการณ์ภายนอก ต่างมองว่า มีโอกาสสูงที่เกาหลีเหนืออาจจะยิงขีปนาวุธในช่วงกลางเดือนเมษายน ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง ผู้เป็นปู่ของนายคิม จอง-อึน เพื่อเสริมบารมีให้กับนายคิมด้วย

                          เกาหลีเหนือได้ประกาศ เขตห้ามบิน และเขตห้ามเดินเรือ ตลอดแนวชายฝั่งตะวันออก จนถึงเดือนสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เกาหลีใต้กับสหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการซ้อมรบ / การเคลื่อนไหวล่าสุดของเกาหลีเหนือ ไม่ได้มีท่าทีว่าจะก่อสงครามตามคำขู่ แต่มีการฝึกยิงปืนและแทรกซึม ที่ใช้ทั้งเรือดำน้ำและยานเบาะอากาศ (cushioned vessels)

                          หนังสือพิมพ์อาซาฮี ของญี่ปุ่น รายงานว่า เกาหลีเหนือได้นำขีปนาวุธพิสัยไกล เคเอ็น-08 ที่เชื่อว่า จะสามารถยิงได้ไกลถึง 1 หมื่นกิโลเมตร ไปยังพื้นที่ชายฝั่ง ขณะเดียวกัน สหรัฐก็ประกาศแผนการประจำการระบบป้องกันขีปนาวุธในระดับบรรยากาศชั้นสูง หรือ ทีเอชเอเอดี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล้ำหน้า จนได้รับฉายาว่าเป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต ไปยังเกาะกวม ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า อันเป็นการเตรียมการไว้ก่อนเพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในการป้องกันตนเอง

                          นอกจากนี้ กองทัพเรือสหรัฐ ยังได้ส่งฐานเรดาร์ เอสบีเอ็กซ์-วัน (Sea-Based X-Band Radar) จากฐานทัพที่ฮาวาย ไปยังด้านตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อจะได้ตรวจจับการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะการยิงขีปนาวุธของเกาหลีเหนือได้ง่ายขึ้น

 

สหรัฐจะส่งระบบโล่ห์ป้องกันขีปนาวุธ ทีเอชเอเอดี ไปยังเกาะกวม เพื่อรับมือการโจมตีจากเกาหลีเหนือ

 

                          สหรัฐจะส่งระบบโล่ห์ป้องกันขีปนาวุธไปยังเกาะกวม ในมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อปกป้องตนเองและพันธมิตรในภูมิภาค อันเป็นการตอบโต้วาจาที่บ่งบอกถึงความเป็นปรปักษ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ของเกาหลีเหนือ หลังจากเกาหลีเหนือหันมาขู่ล่าสุดว่า จะใช้นิวเคลียร์โจมตีสหรัฐ และเตือนด้วยว่า สงครามจะระเบิดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี อย่างเร็วไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้

                          การข่มขู่ล่าสุด ออกมาจากกองเสนาธิการในกองทัพประชาชนเกาหลี ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่มีทั้งการทำสงครามจิตวิทยา และการเคลื่อนไหวทางทหารของทั้งสองฝ่าย ที่สั่นคลอนไปทั้งภูมิภาคขณะที่เมื่อวันพุธ กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ประกาศจะประจำการระบบป้องกันขีปนาวุธในระดับบรรยากาศชั้นสูง (Terminal High Altitude Area Defense) หรือ ทีเอชเอเอดี (THAAD) ซึ่งมีขีดความสามารถในการยิงสกัดกั้น ขีปนาวุธนำวิถีพิสัยใกล้และพิสัยกลาง ในชั้นบรรยากาศในระยะสุดท้ายก่อนที่จะเข้าโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดิน ที่เกาะกวม เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในการป้องกันตนเองจากการถูกโจมตี

                          เกาหลีเหนือ ระบุว่า สหรัฐซึ่งใช้นโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือมากขึ้นเรื่อย ๆ จะถูกทำลายโดยนิวเคลียร์และปฏิบัติการที่ไร้ความปรานีจากกองทัพเกาหลีเหนือ / กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ยังไม่ได้แสดงปฏิกิริยาตอบโต้ใด ๆ ต่อคำขู่ล่าสุดของเกาหลีเหนือ แต่เมื่อวันพุธ นายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหม ได้ให้ความเห็นว่า คำขู่และท่าทีของเกาหลีเหนือ ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นอันตรายอย่างชัดเจน และเป็นการคุกคามผลประโยชน์ของสหรัฐและพันธมิตรในเอเชีย-แปซิฟิก อย่างแท้จริง โดยเริ่มจากการข่มขวัญเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นก่อนที่จะพุ่งเป้าโดยตรงไปที่สหรัฐ โดยเฉพาะฐานทัพที่เกาะกวม , ฮาวาย รวมถึงชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ และเขาเชื่อว่า สหรัฐมีความรับผิดชอบ มีมาตรการเพื่อตอบสนองอย่างจริงจังต่อการข่มขู่เหล่านี้

                          เกาหลีเหนือ อ้างว่า การขู่จะโจมตีสหรัฐด้วยนิวเคลียร์ เป็นผลมาจากการที่สหรัฐแสดงแสนยานุภาพในบริเวณคาบสมุทรเกาหลี ที่เป็นการโหมโรงก่อนที่จะเปิดฉากโจมตีเกาหลีเหนือก่อน / ผู้เชี่ยวชาญหลายคน ระบุว่า ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าที่เกาหลีเหนือจะมีขีดความสามารถพอที่จะโจมตีสหรัฐด้วยนิวเคลียร์ แม้ว่าจะใช้เวลาหลายสิบปีไปกับการพัฒนาศักยภาพด้านอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม

                          นักวิเคราะห์หลายคน ชี้ว่า สหรัฐมีแผนจะส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ ทีเอชเอเอดี ไปยังเกาะกวมอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้อยู่ในบรรยากาศที่ถูกข่มขู่จากเกาหลีเหนือ และที่จริง ระบบนี้ จะปกป้องแค่เฉพาะเกาะกวมและพื้นที่โดยรอบเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นแต่อย่างใด

 

เกาหลีเหนือปิดทางเข้านิคมอุตสาหกรรมแกซองเป็นวันที่สอง

 

พร้อมรบ!'โสมแดง'ย้ายที่ตั้งขีปนาวุธ

                          เกาหลีเหนือ ได้ปิดทางเข้านิคมอุตสาหกรรมแกซอง ที่เป็นการลงทุนร่วมของสองเกาหลี เป็นวันที่สองแล้วในวันนี้ ทำให้รถประมาณ 40 คัน ที่รอคอยข้ามพรมแดนไปยังนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ ต้องหันหัวกลับ หลังจากมีการประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า นิคมแห่งนี้ถูกห้ามเข้า

                          กระทรวงรวมชาติ เปิดเผยว่า ชาวเกาหลีใต้ 526 คน และรถยนต์อีก 421 คัน มีแผนจะเดินทางข้ามชายแดนไปยังฝั่งเกาหลีเหนือ ในวันนี้ / เกาหลีเหนือได้แจ้งไปยังเกาหลีใต้เมื่อวันพุธว่า ได้ปิดทางเข้านิคมอุตสาหกรรมแกซอง ที่อยู่ลึกเข้าไปในพรมแดนเกาหลีเหนือ 10 กิโลเมตร ที่ชาวเกาหลีใต้ข้ามไปทำงานรายวัน โดยไม่ยอมบอกว่า จะปิดนานแค่ไหน แต่บอกเพียงว่า ชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม สามารถเดินทางกลับออกไปได้อย่างเสรี

                          การห้ามเข้านิคมอุตสาหกรรมแกซอง ทำให้เกิดภาวะ " คอขวด " ต่อโรงงานของเกาหลีใต้ 123 แห่ง / ขณะนี้ยังมีคนงานเกาหลีใต้ 815 คน ทำงานอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม และเกาหลีเหนือก็ไม่ได้สร้างปัญหาหรือแสดงการคุกคามใด ๆ ต่อพวกเขา แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พวกเขาอาจถูกจับเป็นตัวประกัน เนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2552 พนักงานของบริษัทฮุนได อาซานของเกาหลีใต้ ที่อยู่ในโครงการร่วมมือทางธุรกิจ ระหว่างสองเกาหลี ถูกกักตัวไว้โดยไม่ได้แจ้งเหตุผล ก่อนจะปล่อยตัวในภายหลัง

                          โฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ เปิดเผยเป็นนัยว่า เกาหลีใต้อาจดึงคนงานที่เหลือกลับเพื่อความปลอดภัยของพลเมือง ในขณะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

                          เกาหลีเหนือ อ้างว่า การตัดสินใจปิดทางเข้านิคมอุตสาหกรรมแกซอง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางการเมือง / นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เริ่มผลิตสินค้าเมื่อปี 2547 และเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือระหว่างสองชาติที่มีความสัมพันธ์แบบปฏิปักษ์ต่อกัน

 

เกาหลีเหนือขู่จะถอนคนงานกว่า 5 หมื่นคน ออกจากนิคมอุตสาหกรรมแกซอง

 

                          สถานการณ์ล่าสุด บริเวณพรมแดนเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ พบว่า เกาหลีเหนือได้ขู่ว่าจะถอนคนงาน 53,000 คน ออกจากนิคมอุตสาหกรรมแกซอง ซึ่งรวมทุนกับเกาหลีใต้ พร้อมทั้งปิดตัวลงอย่างเป็นการถาวร / นับเป็นท่าทีล่าสุด หลังจากเกาหลีเหนือปิดทางเข้านิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ เมื่อวานนี้

                          โฆษกของคณะกรรมการเพื่อการรวมชาติเกาหลีโดยสันติของเกาหลีเหนือ หรือ ซีพีอาร์เค ระบุว่า เป็นการตอบโต้แถลงการของรัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ ที่มีแผนจะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัยของชาวเกาหลีใต้ ที่แกซอง

                          เกาหลีเหนือ ได้แจ้งไปยังเกาหลีใต้ เมื่อวันพุธว่า ได้ระงับกิจกรรมรายวันของชาวเกาหลีใต้ที่นิคมอุตสาหกรรมแกซอง ซึ่งนับเป็นสัญลักษณ์เพียงแห่งเดียวที่ยังแสดงให้เห็นถึงการติดต่อกันอย่างแท้จริงระหว่างสองเกาหลี / กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ระบุว่า เมื่อเวลาเที่ยงวันของวันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 10.30 น. ตามเวลาในไทย ยังมีชาวเกาหลีใต้ 812 คน อยู่ในแกซอง

                          เกาหลีเหนือ ระบุว่า ชาวเกาหลีใต้ที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม สามารถออกไปเมื่อไหร่ก็ได้เท่าที่ต้องการ แต่พบว่า มีหลายร้อยคนที่ยังไม่ยอมออกมา เพื่อให้โรงงานของพวกเขาสามารถเปิดดำเนินการได้ / ซึ่งนายคิม ควาน-ชิน รัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ บอกว่าได้มีการวางแผนเฉพาะหน้าเอาไว้เช่นกัน ที่รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหาร ถ้าจำเป็นต้องปกป้องพลเมืองเกาหลีใต้ ในกรณีที่ตกอยู่ในอันตราย

                          นายคิม จอง-อึน ได้เตือนว่า การยั่วยุทางทหารใด จะส่งผลต่อนิคมอุตสาหรรมแกซองด้วยและจะกลายเป็นผลร้ายที่เกิดจากการทำลายตัวเองของกองทัพศัตรู และตอนนี้ แกซองก็จวนเจียนจะเจอหายนะแล้ว 

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)