
ชุมชนป้อมมหากาฬขู่ปิดป้อมหลังกทม.ปัดเปิดเวทีสาธารณะ
ชุมชนป้อมมหากาฬขู่ปิดป้อม หลังกทม.ปัดข้อเสนอเปิดเวทีสาธารณะ พร้อมดึงเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศร่วมต้าน
หลังจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ประชุมร่วมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คณะกรรมการกฤษฎีกา สถาบันพัฒนาองค์กรเอกชน(พอช.) เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาการเวนคืนที่ดินของภาครัฐ กรณีชุมชนป้อมมหากาฬ และที่ประชุมมีความเห็นให้ กทม.ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณป้อมมหากาฬ ส่งผลให้ชุมชนต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ทำให้แกนนำชุมชน ยื่นข้อเสนอให้มีการเปิดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่กทม.กลับปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว
โดยล่าสุด นายวิมล แดงสะอาด แกนนำชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า ชุมชนป้อมมหากาฬอาจจำเป็นต้องงัดกลยุทธ์ปิดพื้นที่ป้อมมหากาฬทั้งหมดเพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวหรือเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้งบุคคลเข้าไปในพื้นที่ได้หลัง กทม.ปัดข้อเสนอของชาวชุมชนทั้งหมดแล้ว และเตรียมการรื้อย้ายชุมชนอย่างเดียว โดยมาตรการดังกล่าวชาวชุมชนเคยกระทำมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2546 สมัยนายสมัคร สุนทรเวช เป็นผู้ว่าฯกทม. และนางณัษฐนนท ทวีสิน เป็นปลัดกทม. มีนโยบายร่วมกันที่จะรื้อย้ายชุมชนทั้งหมดออกจากพื้นที่ด้วยการอ้างเหตุผลด้านกฎหมายเวนคืนที่ดินเช่นเดียวกับ กทม.ยุค ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้บริหาร กทม.ในปัจจุบัน เริ่มด้วยการย้ายท่าเรือผ่านฟ้าจากเดิมที่ตั้งอยู่ฝั่งเดียวกับตัวป้อมมหากาฬ ซึ่งสมัยนั้นเป็นแหล่งทำมาหาเลี้ยงชีพของชาวชุมชนไปอยู่บริเวณบริเวณฝั่งซ้ายของคลองแสนแสบในปัจจุบัน
รวมทั้งมีการจะปิดถนนมหาไชยบริเวณหน้าป้อมมหากาฬเพื่อมิให้ประชาชนทั่วไปรับรู้ว่ากำลังมีการรื้อย้ายชุมชนป้อมมหากาฬ ชาวชุมชนจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการปิดพื้นที่ป้อมมหากาฬทั้งหมดเพื่อป้องกันสิทธิตัวเองเพราะไม่สามารถไว้ใจเจ้าหน้าที่รัฐได้ อีกมาตรการหนึ่งคือการรวมพลชาวชุมชนที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับชุมชนป้อมมหากาฬ ซึ่งทางชุมชนมีเครือข่ายกับทางกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชนเมืองที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ โดยในกทม.นั้นมีเครือข่ายอยู่ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต
“ครั้งนั้นมีการปิดตายถึง 6 เดือน มาเปิดให้เมื่อถึงวันแม่ 12 สิงหา ส่วนครั้งนี้หากมีความจำเป็นเราอาจจะปิดตายนานกว่านั้นก็ได้คือ 6 เดือนหรือ 1 ปี ขึ้นอยู่กับท่าทีของกทม. หากหารือกับชาวชุมชนและเครือข่ายทั้งหมดแล้วเห็นพ้องต้องกันก็จะผนึกกำลังรวมตัวกันไปทวงถามต่อ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ศาลาว่าการกทม.เพราะไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนจนเลย ” นายวิมล กล่าว



