ข่าว

จับ'มือฆ่า'ลูกชายมหาเศรษฐี

จับ'มือฆ่า'ลูกชายมหาเศรษฐี

04 เม.ย. 2556

จับ'มือฆ่า'ลูกชายมหาเศรษฐี : คอลัมน์ ตะลุยข่าว


  
          จากปัญหา "หนี้พนันบอล" 8,000 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือประมาณ 24 ล้านบาท เป็นชนวนเหตุให้ลูกชายมหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซีย ต้องพบจุดจบถึงชีวิต เมื่อถูกแก๊งทวงหนี้จับตัวมาทรมานให้ยอมใช้หนี้ ด้วยการใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวและใช้แป๊บน้ำและค้อนทุบจนเสียชีวิต!!
 
          หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจอินโดนีเซียสืบสวนติดตามล่าคนร้ายจนแทบพลิกประเทศ จนกระทั่งพบเบาะแสว่าคนร้ายได้หลบหนีออกจากประเทศเข้ามากบดานอยู่ในประเทศไทย ตำรวจอินโดนิเซียจึงบินตรงเข้าประเทศไทยประสานงานชุดสืบสวน บก.สส.สตม. แกะรอยล่าตัว "วัยรุ่นชาย" วัย 20 ปี ผู้ก่อเหตุทวงหนี้โหดฆาตกรรมลูกชายมหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซียรายนี้
 
          โดยตำรวจไทยพยายามแกะรอยสืบหาคนร้ายรายนี้อยู่ร่วมเดือนจนกระทั่งพบเบาะแสเตรียมเดินทางไปกบดานต่อที่ประเทศเพื่อนบ้าน และถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินจากสนามบินดอนเมืองไปยัง จ.อุดรธานี โดยมีแผนจะเดินทางต่อไปยัง ส.ป.ป.ลาว
 
          คดีฆาตกรรม "นายวิลเลียม ลีม" ทายาทเพียงคนเดียวของ "นายพอล ลีม" มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศอินโดนีเซียที่ประกอบธุรกิจเครื่องครัวรายใหญ่ในกรุงจาการ์ตา กลายเป็นข่าวที่สื่อมวลชนภายในประเทศให้ความสนใจและถูกรายงานเป็นข่าวใหญ่ต่อเนื่องหลายวัน
 
          การสืบสวนติดตามคนร้ายของตำรวจอินโดนีเซีย พบว่า นายวิลเลียมถูกฆาตกรรมโดยคนร้ายมีเจตนาที่ทวงหนี้สินการเล่นพนันกว่า 24 ล้านบาท ซึ่งภายหลังตำรวจอินโดนีเซียจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุได้เพียง 3 คน ยกเว้น "นายมูลยาดี้" อายุ 20 ปี และจากการสืบสวนพบว่า "นายมูลยาดี้" หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งอธิบดีกรมตำรวจอินโดนีเซีย ส่งตำรวจอินโดนีเซีย 5 นายมายังประเทศไทย พร้อมทั้งติดต่อมายังกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ประสานมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองช่วยดำเนินการ
 
          ทันทีที่ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ทราบข้อมูลทั้งหมดจึงสั่งการ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.สตม. มอบหมายให้ พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง พ.ต.อ.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบก.สส.สตม.  พ.ต.ท.พัชญ์กฤชโขค เกษมณี รองผกก. พ.ต.ท.ธวัชชัย นรินรัตน์ สว.กก.1 บก.สส.สตม. ร.ต.ต.กิตติพันธ์ เอี่ยมจรูญ ร.ต.ต.สมควร สุพงษ์ รองสว.กก.1 บก.สส.สตม. ด.ต.เจนภูมิ เอี่ยมน้อย ด.ต.ศักดิ์ศรี ท้าวหลาน และ จ.ส.ต.สุภสิทธิ์ ไวเกษตรกรณ์ ผบ.หมู่ กก.1 บก.สส.สตม. กระจายกำลังติดตามคนร้ายคดีนี้
 
          การสืบสวนเพิ่มเติมของชุดสืบสวนทราบเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ นายวิลเลียม ถูกฆาตกรรมแล้วพบศพถูกทิ้งไว้ข้างทางในวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา แล้ว นายมูลยาดี้ หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ผ่านทางสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยเดินทางมาจากประเทศสิงคโปร์
 
          ชุดสืบสวนเริ่มแกะรอยจากข้อมูลเอกสารการขอเข้าประเทศไทย โดย นายมูลยาดี้ แจ้งให้ทราบถึงสถานที่พำนักในประเทศไทย จากนั้นหาข้อมูลทุกสถานที่ที่นายมูลยาดี้เดินทางไปแต่พอไปถึงก็คลาดเคลื่อนกันในบางจุด ต่อมาภายหลังชุดสืบสวนพอได้เบาะแสว่านายมูลยาดี้ พยายามหาข้อมูลของสายการบินโลว์คอสต์เพื่อเดินทางไปยังต่างจังหวัด ไม่นานนักชุดสืบสวน ก็ทราบว่านายมูลยาดี้จะเดินทางไป จ.อุดรธานี แล้วโดยสารรถยนต์เพื่อต่อไปยัง จ.หนองคาย แล้วข้ามแดนไปยัง ส.ป.ป.ลาว
 
          ช่วงเช้าของวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ชุดสืบสวนเดินทางไปยังสนามบินดอนเมืองแล้ว กระจายกำลังค้นหา โดยนายมูลยาดี้พยายามอำพรางตนเองให้เหมือนกับเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลาย แล้วสวมแว่นสายตา ขณะกำลังรอยื่นเอกสารเพื่อรับบัตรโดยสารจึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
 
          การสอบสวนของชุดสืบสวนร่วมกับตำรวจอินโดนีเซีย นายมูลยาดี้ รับสารภาพว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ร่วมกันก่อเหตุอุ้มตัวนายวิลเลียมเพื่อให้จ่ายหนี้พนัน แต่นายวิลเลียมไม่ยอมจ่าย รวมถึงพ่อของนายวิลเลียมก็ไม่ช่วยเหลือหลังจากลูกชายติดหนี้พนัน จึงร่วมกับพวกที่ถูกจับก่อนหน้านี้ใช้ถุงพลาสติกคุมหัวแล้วใช้ท่อน้ำและค้อนทุบจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปทิ้งและแยกย้ายกันหลบหนี
 
          มีรายงานว่า หลังจากชุดสืบสวนควบคุมตัวและสอบสวนนายมูลยาดี้แล้ว ทางตำรวจอินโดนีเซียมีความประสงค์จะขอควบคุมตัวนายมูลยาดี้เดินทางกลับประเทศอินโดนีเซียในช่วงเย็นทันที อีกทั้งยังให้ข้อมูลว่าพฤติกรรมและพฤติการณ์ของนายมูลยาดี้ มีโทษถึงประหารชีวิต
.......................................
(หมายเหตุ จับ'มือฆ่า;ลูกชายมหาเศรษฐี : คอลัมน์ ตะลุยข่าว)