ข่าว

"น้องจ๊าบ"เด็กป่วยโรคประหลาดอยากบวชเป็นสามเณร

"น้องจ๊าบ"เด็กป่วยโรคประหลาดอยากบวชเป็นสามเณร

03 มิ.ย. 2552

ธารน้ำใจแห่ช่วย "น้องจ๊าบ" เด็กชายที่เคราะห์ร้ายป่วยเป็นโรคประสาทถดถอย หน่วยงานรัฐส่งทีมแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบร่างกายเตรียมการรักษา พบปฏิกิริยารับรู้ทางสายตา-พัฒนาการทางด้านสมองไม่ตอบสนอง มารดาน้ำตาไหลสุดปลื้มคนแห่ช่วยลูก พร้อมเปิดสมุดบันทึกเขียนด้วยลายมือ

 ความคืบหน้าเกี่ยวกับอาการป่วยของ ด.ช.กฤษกรณ์ คำชัยวงศ์ หรือ น้องจ๊าบ วัย 12 ปี นักเรียนชั้น ป. 5 ร.ร.บ้านป่าตาล หมู่ 1 ต.เถินบุรี อ .เถิน จ.ลำปาง ที่เป็นโรคประหลาดมีพัฒนาการระบบประสาทถดถอย ร่างกายอ่อนแอไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ นอนโทรมอยู่ที่บ้าน โดยมี นายบุญช่วย คำชัยวงศ์ และ นางนิภาวรรณ์ คำชัยวงศ์ บิดามารดา ซึ่งมีอาชีพรับจ้าง คอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยก่อนหน้านี้ ด.ช.กฤษกรณ์ เคยเข้าตรวจรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งมาแล้ว แพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคระบบประสาทถดถอย ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 

 ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 มิถุนายน นายศิรินิพนธ์ แจ้งจันทร์ นายอำเภอเถิน และนางพรทิพย์ แจ้งจันทร์ นายกกิ่งกาชาดอำเภอเถิน พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ไชยถาวรสิทธิ์ นายก อบต.เถินบุรี นายชุมพล ดวงดีวงศ์ สาธารณสุขอำเภอเถิน นายสวงษ์ ใหม่ตัน ผอ.ร.ร.บ้านป่าตาล พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวของ ด.ช.กฤษกรณ์ ที่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 2 บ้านป่าตาล ต.เถินบุรี อ.เถิน จ.ลำปาง โดยมีนางนิภาวรรณ์ มารดา ต้อนรับ ขณะที่นายบุญช่วย บิดาของเด็ก ออกไปหางานรับจ้างนอกบ้าน

 ทั้งนี้ นพ.สราวุธ แสงทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเถิน ส่งทีมพยาบาลเวชปฏิบัติเยี่ยมไข้ประจำโรงพยาบาล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมครอบครัวของ ด.ช.กฤษกรณ์ เพื่อให้คำแนะนำถึงวิธีการดูแลพักฟื้นอาการเจ็บป่วยไข้ โดยนางจำนรรจ์ ชยางคานนท์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการโรงพยาบาลเถิน ตรวจสภาพร่างกายทั่วไป ด.ช.กฤษกรณ์ พร้อมกล่าวว่า ระดับความดันร่างกายผู้ป่วยยังปกติดี แต่ปฏิกิริยาการรับรู้ทางสายตาและการได้ยิน รวมถึงพัฒนาการทางด้านสมองยังไม่ตอบสนอง ขณะที่ร่างกายผอมลง นอกจากนี้ยังพบว่า กระดูกข้อบริเวณหัวไหล่ทั้งสองข้างหลุดออกจากกัน

 ส่วนกล้ามเนื้อบริเวณข้อเท้า และหัวเข่าทั้งสองข้างตึง เนื่องจากไม่ได้ใช้งานมานาน ทำให้อาจจะมีปัญหาในเรื่องข้อตีบ หรือมีบาดแผลเกิดขึ้น จึงแนะนำมารดาของเด็กให้ทำกายภาพบำบัดเป็นประจำ โดยเฉพาะการนวดเบาๆ ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และคอยดูแลเรื่องการทำความสะอาดตามร่างกาย รวมถึงเสมหะในหลอดลม เพื่อป้องกันอาการสำลักเสมหะที่อาจจะเกิดขึ้น ขณะนี้ได้รายงานข้อมูลทั้งหมดให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเถินทราบแล้ว

 ด้านนายศิรินิพนธ์ นายอำเภอเถิน กล่าวว่า ขณะนี้ได้รายงานข้อเท็จจริงทั้งหมดให้นายสมบูรณ์ ศรีพัฒนาวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อจะได้หาทางช่วยเหลือ โดยเฉพาะด้านการเงิน เนื่องจากครอบครัวของผู้ป่วยมีฐานะยากจน ส่วนการช่วยเหลือของทางการนั้น อบต.เถินบุรี เจ้าของพื้นที่ได้สนับสนุนเป็นเบี้ยยังชีพผู้พิการเดือนละ 500 บาทอยู่ก่อนแล้ว ส่วนแนวทางการรักษาที่จะให้เด็กอาการดีขึ้น หรือหายจากอาการป่วยจะมีความเป็นไปได้มากน้อยอย่างไรนั้น ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้ามาตรวจดูก่อน ซึ่งอำเภอยินดีจะเป็นหน่วยประสานงานให้

 "เบื้องต้นนี้ ผมและภรรยาได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัว ขณะเดียวกันยังมอบหมายให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่คอยจัดส่งเจ้าหน้าที่ และ อสม.ในพื้นที่หมั่นเข้ามาเยี่ยม เพื่อคอยให้คำแนะนำ ปรึกษา ในเรื่องการดูแลสุขภาพ และผ่านคลายความเหงา จะได้มีขวัญกำลังใจต่อสู้ชีวิต" นายอำเภอเถิน กล่าว

 ขณะที่นางนิภาวรรณ์กล่าวว่า รู้สึกตื้นตันใจบอกไม่ถูก เพราะหลังจากมีข่าวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่า ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ รวมถึงองค์กรเอกชนและหน่วยงานต่างๆ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทางด้านการเงินบริจาคทุนทรัพย์เข้ามาในบัญชีธนาคาร ขอสัญญาว่า จะนำเงินไว้ใช้จ่ายในการรักษาดูแลบุตรชายอย่างประหยัด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ ด.ช.กฤษกรณ์ จะป่วยเป็นโรคประสาทถดถอ ได้เขียนข้อความไว้ในสมุดส่วนตัวปกสีน้ำเงินที่อยู่ในกระเป๋าเรียน เมื่อเปิดอ่านดู พบว่าใจความของจดหมายเป็นเรื่องการตัดพ้อในชีวิตว่า ถูกเพื่อนๆ รังแกในโรงเรียนเก่าบ้าง และความปรารถนาในชีวิตที่อยากจะบวชเป็นสามเณรเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล นอกจากนี้ ด.ช.กฤษกรณ์ ยังเขียนอธิษฐานขออย่าให้เจ็บป่วยด้วย