
'ปลอดประสพ'โวคนชม.รัก'เจ๊แดง'
'ปลอดประสพ' โว คนเชียงใหม่ ยังรัก'เจ๊แดง'เชื่อลงคะแนนให้ มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ ศาลรธน.ไม่รับคำร้องระงับสภาถกแก้รธน. เตรียมขึ้นเหนือ 6-8 เม.ย. สางปัญหาหมอกควัน
3 เม.ย.56 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 3 เชียงใหม่ ว่า ถามว่าคนเชียงใหม่ถ้าไม่รักนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย แล้วจะไปรักใคร และตนมั่นใจคนเชียงใหม่ว่ารักเราแน่นอน ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตามในการลงพื้นที่ปฏิบัติของตนระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.นี้ จะช่วยชี้แจงกับชาวเชียงใหม่ด้วยว่าพรรคเพื่อไทยที่มีนางเยาวภาเป็นสมาชิกจะทำประโยชน์อะไรให้ชาวเชียงใหม่บ้าง แต่คงไม่ไปเดินหาเสียงและคนในพรรคเพื่อไทยเองก็เตือนให้ตนระวังถ้าตนพูดไปแล้วจะได้มิตรมากกว่าศัตรู
เมื่อถามว่า กระแสข่าววางตัวนางเยาวภา เป็นนายกรัฐมนตรีสำรอง หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกป.ปช. ชี้มูลคดีปล่อยกู้ 30 ล้านบาท จะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวเลี่ยงว่า “ไม่มีหรอก ”
มั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ ศาลรธน.ไม่รับคำร้องระงับสภาถกแก้รธน.
นายปลอดประสพให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ยื่นเรื่องร้องศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน โดยขอให้สั่งระงับและยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และยุบพรรคการเมืองที่สมาชิกร่วมลงชื่อ ว่า ตนมองว่าศาลรัฐธรรมนูญในทางที่ดีว่าท่านมีวุฒิภาวะ มีความรักชาติ และมีความเป็นผู้ใหญ่ ท่านต้องตัดสินออกมาดีอย่างแน่นอน จึงมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับพิจารณาให้การคุ้มครองและหยุดการดำเนินการของรัฐสภา เพราะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากอำนาจในการตรากฎหมายเป็นของรัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติ และไม่ได้ดำเนินการโดยขาดเหตุผล ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้หยุดการประชุมรัฐสภาชั่วคราวไม่ได้เด็ดขาด อีกทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการทำตามความเห็นของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้แก้ไขทีละมาตรา แล้วจะถือว่าทำผิดได้อย่างไร นอกจากนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นการแก้ไขที่มาตรา 68 แต่ผู้ร้องกลับเชื่อมโยงไปถึงมาตรา 309 ถือเป็นเรื่องเพ้อฝัน
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีการแก้ไขมาตรา 237 นั้น พรรคประชาธิปัตย์เคยหาเสียงไว้ว่ารัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่แก้ไขได้และเขาก็อยากแก้ไขด้วย เพราะเห็นว่ามีหลายอย่างที่ถูกเขียนขึ้นในช่วงที่มีการปฏิวัติ โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ถูกยื่นร้องยุบพรรค เขาก็พูดไว้ชัดเจนว่าเนื้อหาในมาตรานี้ไม่ถูกต้อง ขณะที่เรื่องของมาตรา 190 พรรคประชาธิปัตย์ก็แก้ไข แต่ทำแบบครึ่งๆกลางๆ เราจึงมาแก้ไขให้เต็ม วันนี้จึงถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ค้านอย่างเดียว ตนแนะนำให้เปลี่ยนชื่อเป็น “พรรคฝ่ายค้าน” ออกมาคัดค้านทุกเรื่องโดยลืมไปว่าเคยพูดอะไรไว้บ้าง
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย เตรียมจะขอใช้เอกสิทธิ์ สส.เพื่อเสนอให้ลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ค้างการพิจารณาวาระ 3 นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่มีหรอก อาจเป็นการพูดเล่น ทั้งนี้ตนเห็นว่าเป็นการออกข่าวให้ตีกัน แต่ตอนนี้เป็นการแก้ไขทีละมาตรา เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมการอย่างไรหากศาลพิจารณาในทางลบกับพรรค นายปลอดประสพ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้เตรียมการอะไร สมัครเลือกตั้งทีไรก็ชนะทุกครั้ง จึงไม่ต้องเตรียมอะไร
เตรียมขึ้นเหนือ 6-8 เม.ย. สางปัญหาหมอกควัน
นายปลอดประสพ ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ ว่า ตนจะลงตรวจพื้นที่และการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.นี้ เพื่อดูความคืบหน้าหลังมอบหมายและกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องการทำงาน รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ช่วยกันดูแลไม่ให้ลักลอบเผาป่า และจะชี้แจงให้ชาวเชียงใหม่เข้าใจ ที่ผ่านมาปัญหายังเกิดขึ้นเป็นระยะ เพราะส่วนหนึ่งเกิดการความเข้าใจไม่ตรงกันของกลุ่มคนในพื้นที่ดั้งเดิมที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงว่าการดำเนินการบางเรื่องของเขาจะทำเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ซึ่งจุดนี้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมที่มีตัวแทนของหลายหน่วยงานต้องช่วยกันทำงาน และชี้แจงทำความเข้าใจเพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว
เมื่อถามว่า จะประสานกับร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่นายกฯมอบหมายให้เข้ามาช่วยเรื่องนี้อย่างไร นายปลอดประสพ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราทำงานโดยเล่นบทอ่อน โดยกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประสานทำความเข้าใจกับคนที่อาศัยในพื้นที่ ทั้งขอความร่วมมือและให้ประชาชนในมาช่วยสอดส่องดูแล แต่ยังไม่ได้ผลเต็มที่ จึงร้องขอให้ ร.ต.อ.เฉลิม มาช่วยพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ใช้บทแข็ง ด้วยการบังคับใช้กฎหมายหากพบเห็นผู้กระทำผิด ไม่ใช่เป็นการแยกงานกันทำ
“ที่สำคัญทราบว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้เกิดการเผาป่า คือมีกลุ่มนายทุนใหญ่ๆ 2-3ราย ซึ่งผมทราบว่าคือใครแต่ไม่ขอเอ่ยชื่อพาดพิงลอบเผาทำลายป่า เพราะต้องการใช้พื้นที่ในการปลูกข้าวโพด และยังไปชักชวนแนะนำให้นายทุนต่างชาติเข้ามาเผาด้วย ดังนั้นเราต้องใช้แรงกดดันทางสังคมส่งสัญญาณไปถึงเขา ควบขู่ไปกับการใช้มาตรการทางกฎหมายเข้ามาจัดการด้วย” นายปลอดประสพ กล่าว



