
รู้ทันเมกะโปรเจกท์2ล้านล้าน
ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : รู้ทันเมกะโปรเจกท์2ล้านล้าน : โดย ... ดร.วิโรจน์ (วิลเลี่ยม วู) กูรูตลาด นีช
ท่านผู้อ่านคงจะทราบดีนะครับว่า รัฐบาลได้ทุ่มงบเมกะโปรเจกท์ ด้วยงบถึง 2 ล้านล้านบาท ไม่ใช่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เหมือนสมัยก่อน แต่เป็นการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับ การลงทุน และเชื่อมต่อเออีซี ในอนาคต เช่น 1. โครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ สายสีเขียว-ชมพู-สีส้ม 2. โครงการ รถไฟความเร็วสูง (HI Speed Train) ความเร็ว 250-300 กม./ชม.ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “ชิงกังเซ็ง” หรือ รถไฟหัวจรวด BULLET TRAIN ที่จีนเรียกว่า “เกาเถี่ย” MAGLEV TRAIN CRH รถไฟแม่เหล็ก 350-420 กม/ชม. แต่ที่ไต้หวันใช้รถไฟความเร็วสูง ซึ่งช้ากว่าหน่อยประมาณ 150-200 กม./ชม. แต่ปลอดภัยกว่า..เรียกว่า “ชิงเถี่ย”
ผมเห็นว่า “ชิงเถี่ย” นะจะเหมาะกับประเทศไทยมากที่สุด เพราะลงทุนน้อย ประเทศไทยไม่ได้ใหญ่เท่าจีน และญี่ปุ่น โครงการรถไฟความเร็วสูงจึงดูใหญ่เกินความจำเป็น ซึ่งขณะนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำอยู่ 3 สายคือ จาก กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ผ่าน 9 จังหวัด กรุงเทพ-โคราช และกรุงเทพ-หัวหิน โดยใช้เงินเกือบ 50% ของงบประมาณทั้งหมด
3. โครงการรถไฟรางคู่ 5 สาย คือ หัวหิน ประจวบ ชุมพร ขอนแก่น นครสวรรค์ 4. โครงการต่อแอร์พอร์ตลิงก์ ไปถึง พัทยา และ ระยอง 5. โครงการสร้างมอเตอร์เวย์ จากบางบัวทอง ไปถึง กาญจนบุรี 6. โครงการจัดตั้งเมืองศูนย์กลางประจำภาค หรือ เมืองรอง และเมืองประตูการค้าชายแดนเพื่อตัดถนนทางหลวงเชื่อมต่อเออีซี กับเมืองศูนย์กลางต่างๆ ทั่วประเทศ และ 7. โครงการทำฟลัดเวย์ (Flood Way) เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม ให้เป็นทางน้ำไหลผ่านจังหวัดต่างๆ ทางแถบตะวันตก ลงสู่อ่าวไทย พร้อมทำสวนสาธารณะและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ควบคู่กันไป
ที่ผมเป็นห่วงคือ หลังจากที่กู้แล้ว ภายใน 50 ปีนี้ ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดีขึ้น ลูกหลานเราจะมีปัญญาจ่ายหรือเปล่า ทำไมรัฐบาลไม่เปิดเจรจากับรัฐบาลจีนให้มาลงทุนหรือซื้อสัมปทาน เพราะจีนกำลังมีเป้าหมายจะทำรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ ลาว-ไทย-พม่า-เวียดนาม-กัมพูชา ไปทะลุ มาเลเซีย-สิงคโปร์ อยู่แล้ว ที่สำคัญจีนมีเทคโนโลยี และเงินทุนมหาศาล หรือถ้าจีนไม่เอาด้วย ก็เปิดให้เอกชน หรือต่างชาติร่วมลงทุน หรือประมูลไป ซึ่งรัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณเลย ไม่ต้องไปกู้ และเสียดอกเบี้ย แค่จัดสรรผลประโยชน์ให้ยุติธรรมก็พอแล้ว ที่ผ่านมาก็ทำแบบนี้ ที่สำคัญสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนด้วย
ส่วนการกู้ ยอมรับว่าทำการตรวจสอบยากครับ! ประชาชนจะรับได้ไหม หรือจำใจต้องรับ เพราะรู้ว่าเขาหลอกก็เต็มใจให้หลอก หรือถ้าจะกู้ ก็เอาเงินไปทำเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าดีไหมครับ เช่น พัฒนาเกษตรนาโน เกษตรอินทรีย์ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมแปรรูป จากผลผลิตเกษตรมูลค่าเพิ่มที่รักษาสิ่งแวดล้อม โดยไม่จำเป็นต้องประกันราคาผลผลิตเกษตร ราคาสินค้าจะขึ้นเองอย่างยั่งยืนครับ ไม่ใช่ทำให้ราคาขึ้น ด้วยการกักตุนสินค้าแบบทีละปี หรือต้องการให้เกษตรกรพึ่งนักการเมือง แล้วจำเป็นต้องเลือกพรรคโน้น พรรคนี้ตลอดชาติ ฝากไว้คิดกันครับ
--------------------
(ช่วยกันคิดช่วยกันคุย : รู้ทันเมกะโปรเจกท์2ล้านล้าน : โดย ... ดร.วิโรจน์ (วิลเลี่ยม วู) กูรูตลาด นีช)



