
สาวใหญ่โอด!ถูกตร.ตบ-ซ้อม-ยัดยา
สาวใหญ่ร้อง'ปวีณา'ถูกตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ตบ-ซ้อม-ยัดยาไอซ์ ด้าน'บิ๊กแจ๊ส'สั่งตรวจสอบ-ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 3 เมษายน น.ส.ยุ้ย (นามสมุติ) อายุ 37 ปี เดินทางมายังสำนักงาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เลขที่ 50/68 หมู่ 2 ถ.รังสิต-นครนายก(คลอง7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โดยอ้างว่า ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ชุดนอกเครื่องแบบ บุกเข้ามาในบ้านพักโดยไม่มีหมายค้นไม่มีหมายจับ พร้อมกับใส่กุญแจมือดึงตัวขึ้นรถไปซ้อม บังคับให้รับสารภาพว่า ค้ายาเสพติด
น.ส.ยุ้ย เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่ตนอยู่ในบ้านกับญาติ ได้มีตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ชุดนอกเครื่องแบบ จำนวน 4-6 นาย บุกเข้ามาภายในบ้าน และกล่าวหาว่า ตนค้ายาเสพติด ซึ่งตนรู้สึกตกใจจึงได้ตอบปฏิเสธไปว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ตำรวจไม่ฟังโดยนำกุญแจมือมาล็อคข้อมือตนทั้ง 2 ข้าง ทางญาติพยายามจะอธิบายให้ตำรวจฟังว่าตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่กลับถูกตำรวจชักอาวุธปืนออกมาข่มขู่ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยว ญาติจึงเกิดความหวาดกลัว จากนั้นตำรวจได้ฉุดกระชากตนขึ้นรถ ซึ่งบนรถมีชายวัยรุ่นลักษณะเหมือน กระเทย นั่งอยู่และได้บอกกับตำรวจว่า ยาไอซ์ที่ได้มาเป็นของตน ตนได้ปฏิเสธ และบอกว่าไม่รู้จักกับชายคนดังกล่าว จึงถูกตำรวจทำร้ายร่างกายด้วยการตบและชกเข้าที่ใบหน้าหลายครั้ง บังคับให้รับสารภาพ
"จากนั้นได้พาไปที่ปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง ย่าน ถ.ประชาสงเคราะห์ ตำรวจได้ช่วยกันลากตนลงจากรถ และสอบถามตนว่าจะเอายังไง ตนจึงได้ยกมือไหว้และบอกว่าไม่รู้เรื่องจริงๆขอร้องว่าอย่าทำอะไรตนเลย สิ้นเสียงพูดของตน ตำรวจได้รุมเตะต่อยทำร้าย ซึ่งตนได้ยกมือไหว้ขอร้องให้หยุด ระหว่างนั้นมีตำรวจ 1 นายในกลุ่ม หันไปเห็นกล้องวงจรปิด และมีคนยืนมองอยู่ จึงตะโกนให้หยุด จากนั้นนำตัวตนขึ้นรถพร้อมบังคับให้ไปล่อซื้อยาให้ แต่ตนก็บอกไม่รู้จริงๆว่าใครขายยาบ้างเพราะไม่เคยเกี่ยวข้อง ก็ถูกทำร้ายในรถอีก จากนั้นตำรวจพาตนขับย้อนกลับเข้าไปที่บ้านตนอีกครั้งเพื่อค้นบ้านแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย จึงทำร้ายร่างกายตนอีก โดยมีเพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องและออกมาดู จากนั้นตำรวจได้นำตัวตนขึ้นรถไปที่ กก.สส.บก.น.1 ทำบันทึกการจับกุม บอกว่าจับตนได้ที่ ถ.ประชาสงเคราะห์ และมียาไอซ์จำนวน 1.3 กิโลกรัม เป็นของตน ซึ่งตนก็ มึน งง ไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตำรวจบอกว่าถ้าไม่เซ็นชื่อรับจะโดนหนักกว่านี้ ตนจึงกลัวว่าหากไม่เซ็นชื่อก็เกรงว่าจะถูกทำร้ายอีก จนจำใจต้องเซ็นไป จากนั้นก็นำตัวตนส่งมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อนำตัวไปฝากขัง ในวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ญาติได้ขอประกันตัวออกมาและพาไปรักษาบาดแผล ภายหลังได้นำเรื่องไปปรึกษากับทางญาติพี่น้อง จึงแนะนำให้เข้าร้องต่อมูลนิธิปวีณาฯเพื่อขอความช่วยเหลือดังกล่าว" น.ส.ยุ้ย กล่าว
ภายหลังรับแจ้ง นางปวีณา ได้ประสานไปยัง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดย ในเวลา 13.30 น. วันเดียวกัน ผบช.น. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผบก.น.1 เดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาฯเพื่อรับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายด้วยตนเองเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ต่อไป
นางปวีณา กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณ ท่าน ผบช.น. และ ผบก.น.1 ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว พร้อมเดินทางมาสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายด้วยตัวเอง ตนเชื่อว่าตำรวจที่ดีมีอยู่มาก แต่มีตำรวจเพียงบางส่วนที่ยังหัวโบราณใช้วิธีการแบบเดิมๆ ซ้อมผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพ ซึ่งต้องเร่งแก้ไขเพื่อให้ภาพพจน์ของตำรวจไทยเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง



