ข่าว

'สุรพงษ์'โวมีหลักฐานเด็ดสู้ปมพระวิหาร

'สุรพงษ์'โวมีหลักฐานเด็ดสู้ปมพระวิหาร

03 เม.ย. 2556

'ปึ้ง' ชี้มีหลักฐานเด็ดพิสูจน์พื้นที่รอบพระวิหารเป็นของไทย ยันสู้เต็มที่ ระบุการเมืองแทรกแซงศาลโลกไม่ได้ เผยเตรียมจัดประชุมครม.ร่วมไทย-ลาว ครั้งที่2

 

                      3 เม.ย.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารว่า เรื่องนี้เรายืนยันที่จะต่อสู้เต็มที่ ทีมกฎหมายมีความพร้อมเต็มที่ที่จะชี้แจงต่อศาลโลก ซึ่งแนวทางการตัดสินที่อาจจะออกมานั้นคงมีประมาณ 3 แนวทางคือ 1.ศาลอาจวินิจฉัยว่าไม่มีอำนาจในการตีความคำพิพากษา 2.ตัดสินยืนตามคำตัดสินเดิม และ 3.ตัดสินออกมาในทางที่เราเสียประโยชน์ ซึ่งต้องมาดูต่อว่าเสียมากหรือเสียน้อยอย่างไร แต่ตนก็หวังว่าศาลจะให้ความยุติธรรม ทั้งนี้ ศาลเองก็คงต้องมีหลายปัจจัยมาประกอบการพิจารณา ทั้งข้อมูลหลักฐานและความสงบเรียบร้อย ส่วนเรื่องการเมืองจะเข้ามาแทรกแซงศาลโลกนั้นไม่มีแน่นอน การเมืองไม่สามารถแทรกแซงศาลโลกได้ แต่ถ้าศาลไทยนั้นไม่แน่

                      นายสุรพงษ์ กล่าวอีกว่า การต่อสู้ครั้งนี้เราก็มีความมั่นใจ เพราะมีหลักฐานเด็ดที่จะพิสูจน์ได้ว่าบริเวณโดยรอบปราสาทเป็นของเรา แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นหลักฐานอะไร ตนมั่นใจ 80 - 90 % ว่าการตัดสินของศาลโลกจะออกมาเหมือนเดิมตามคำพิพากษาปี 2505 เฉพาะตัวปราสาทเป็นของกัมพูชา ไม่ตัดสินเกินไปถึงพื้นที่รอบตัวปราสาท อย่างไรก็ตาม หากผลออกมาในทางที่เราเสียประโยชน์ก็ไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาล หรือตนในฐานะรมว.ต่างประเทศจะอยู่ไม่ได้ เพราะเรื่องเกิดมาตั้งแต่ปี 2505 ตั้งแต่ตนยังอายุ 9 ขวบ เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องกันมาในรัฐบาลหลายสมัย จะมาบอกแพ้ในยุคตน มากล่าวหาตนไม่ได้ มันไม่แฟร์ มันยุติธรรมหรือไม่ ตนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ อยากให้คนไทยทุกคนมาช่วยกัน ต่อสู้ไปด้วยกัน ช่วยกันรักษาอธิปไตยของเรา

                      เรื่องคดีประสาทพระวิหารนั้นไม่ควรนำมาใช้ปลุกระดมเพื่อขับไล่รัฐบาล เพราะที่ผ่านมาทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอด และจะมีการชี้แจงต่อสังคมให้ประชาชนเข้าใจในประเด็นต่างๆ ด้วย ดังนั้นไม่ควรมีใครออกมาไล่กัน ทั้งนี้ ตนไม่กังวลใจ เพราะเชื่อว่าคนไทยจะมีใจเป็นธรรม เบื้องต้นเราพยายามจะชี้แจงเรื่องนี้ โดยกระทรวงต่างประเทศร่วมมือกับอ.ส.ม.ท.ทำสารคีบอกเล่าความเป็นมาเกี่ยวกับปราสาทพระวิหารตั้งแต่ปี 2505 จนถึงกระบวนการขึ้นสู่ศาล เพื่อชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ หวังว่าเมื่อคนได้ดูแล้วจะเข้าใจมากขึ้น เพราะขณะนี้มีขบวนการที่พยายามจะบิดเบือนอยู่มาก โดยสารคดีมีทั้งหมด 3 ตอนๆละ 20 นาที หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงจะออกอากาศหลังเวลา 20.00 ทางช่อง 11 ในวันที่ 5-7 เม.ย.

 

'ปึ้ง'เตรียมจัดประชุมครม.ร่วมไทย-ลาวครั้งที่2

 

                      นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ล่าสุดทางฝ่ายลาวแจ้งว่านายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ได้ตอบรับคำเชิญของ น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร จะนำคณะรัฐมนตรีลาวมาร่วมประชุมครม.ร่วมไทย-ลาวอย่างไม่เป็นทางการ ครั้งที่ 2 ซึ่งไม่ได้จัดมากว่า 8 ปี รวมทั้งเข้าร่วมการประชุมผู้นำด้านน้ำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ครั้งที่ 2 ในวันที่ 19-20 พ.ค.นี้ ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองฝ่ายจะกระชับความร่วมมือที่แน่นแฟ้น และจะได้หารือกันในระดับนโยบาย เพื่อให้ข้อยุติหรือความคืบหน้าอย่างแท้จริงในเรื่องหลักๆ ที่ได้หารือในการประชุมเจซีครั้งนี้ เช่น การหาข้อสรุปเรื่องแอคแมคซิงเกล วีซ่าที่ลาวจะประกาศใช้เป็นรายที่ 3 ของกลุ่มความร่วมมือแอคเมค และยังมีเรื่องการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคม รถไฟฟ้าความเร็วเชื่อมต่อ ไทย-ลาว-เวียดนาม-จีน รวมทั้งการลดขั้นตอนพิธีการที่ด่านต่างๆ และการสัญจรข้ามแดน ที่จะช่วยให้เกิดความร่วมมือระหว่างกันที่ใกล้ชิดและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนของ 2 ประเทศ

 

'สุรพงษ์'นำทีมถกความร่วมมือไทย-ลาว

 

                      ที่โรงแรมฮิลตัน หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทรวงการต่างประเทศเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว หรือ การประชุม JC ไทย-ลาว ครั้งที่ 18 โดยมีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายทองลุน สีสุลิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สปป.ลาว เป็นประธานร่วม วัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้คือเพื่อติดตามผลการดำเนินความร่วมมือระหว่างไทย - ลาวในทุกๆด้าน และกำหนดทิศทางส่งเสริมและกระชับความร่วมมือไทย-ลาวต่อไปในอนาคต

                      การประชุม JC ครั้งที่ 18 ประกอบด้วย การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสและการประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะหารือกันในประเด็นสำคัญๆ ของความร่วมมือ 3 ด้าน ได้แก่ การเมืองและความมั่นคง, เศรษฐกิจ และ สังคม วัฒนธรรมและความร่วมมือทางวิชาการ โดยการประชุมนี้เป็นกลไกที่มีผู้แทนจากหน่วยงานหลักของไทยและลาวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินความสัมพันธ์ไทย - ลาว ทุกหน่วยงานเข้าร่วม เพื่อกำกับดูแลและส่งเสริมความร่วมมือในระดับนโยบาย

                      ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ได้มีการแถลงผลการประชุม JC ไทย-ลาว ครั้งที่ 18 โดยประธานร่วมของทั้งสองฝ่าย ซึ่งการประชุมในวันนี้ ครอบคลุมความร่วมมือในเรื่องต่างๆกว่า 30 หัวข้อใหญ่ และมีประเด็นเฉพาะกว่า 160 ประเด็น เรื่อง เขตแดน การพัฒนาพื้นที่ชายแดน ยาเสพติด พลังงาน การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทุกรูปแบบ และการอำนวยความสะดวกในการผ่านแดน การเพิ่มขีดความสามารถในด้านเกษตร สาธารณสุข และการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน

                      ประเด็นสำคัญด้านความร่วมมือในการเปิดและยกระดับจุดผ่านแดน ที่ประชุมได้สนับสนุนการหารือจัดทำรายละเอียดตามแนวชายแดนไทย-ลาว รวม 14 จุด โดยเฉพาะจุดผ่านแดนภูดู่ จังหวัดอุตรดิสถ์ ตรงข้ามกับด่านท้องถิ่นบ้านผาแก้ว แขวงไซยะบุรี ในเรื่องเขตแดน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสานต่อการหารือ โดยได้ตกลงให้จัดประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนโครงการพัฒนาเครือข่ายคมนาคม ทั้งสองฝ่ายจะเร่งการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อเพิ่มมูลค่าการลงทุนระหว่างกันรวมทั้งจะมีการส่งเสริมการลงทุนให้เพิ่มขึ้นด้วยการจัดงานแสดงสินค้าและจับคู่ทางธุรกิจ รวมทั้งไทยได้ยืนยันที่ให้การสนับสนุน สปป.ลาวในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผ่านความร่วมมือทางวิชาการ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายจะให้ความสำคัญต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยจะร่วมกันลดปัญหาหมอกควันในอนุภูมิภาคด้วย