
'เฉลิม'หนักใจพา'ทักษิณ'กลับบ้าน
'เฉลิม'รับหนักใจพา'ทักษิณ'กลับบ้าน บอกตอนนี้ยังไม่ประเมิน ออกตัวขอสมองโล่งแล้วค่อยคิด ยันม.68 ไม่ตัดสิทธิ์ปชช. ระบุ'นาจิบ'ยุบสภาไม่กระทบเจรจาดับไฟใต้
3 เม.ย. 56 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ต้องการผลึกดันให้มีการนิรโทษกรรมเพื่อนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับประเทศ ว่า เดี๋ยวนี้นายขวัญชัยไม่ได้ใส่เสื้อแดงแล้ว แต่ก็ทำกิจกรรมร่วมกับคนเสื้อแดงอยู่ อย่างไรก็ตามคงไม่ออกเป็นการนิรโทษกรรรม
“ เขารักของเขา ผมไปอีสาน 2 รอบ เขาด่าผม บอกว่าคุณเฉลิมคุณเป็นรัฐบาลมา 2 รอบแล้ว ไหนบอกว่าจะพา พ.ท.ต.ทักษิณ กลับบ้าน ผมก็ตอบไม่ได้และต่างหัวเราะ เรื่องพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้านวันนี้ยังเวียนหัวอยู่เหมือนกัน เพราะพูดไว้เยอะ นี่แหละกำลังหนักใจนอนไม่หลับ กรณีการพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศจะเป็นช่วงเวลาใดนั้น ยังไม่มีการประเมิน เพราะต้องรอให้สมองโล่งก่อน" ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
หวังศาลรธน.พิจารณายกเลิกแก้รธน.อย่างรอบคอบ ยันม.68 ไม่ตัดสิทธิ์ปชช.
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณีนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ยื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งระงับและยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 68 และมาตรา 237 ว่า ถือเป็นสิทธิ การแปลความหมายกฎหมายนั้นมองต่างมุมได้ แต่ข้อยุติก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย แต่ในมุมมองของตนการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ให้ยื่นผ่านอัยการช่องทางเดียว แล้วจะล้มล้างการปกครองยังไง ซึ่งแต่เดิมนั้นตนจะไม่อภิปราย แต่จากการที่ฟัง 2 -3 วันมานี้ บางคนนำเสนอมีเหตุผล แต่เป็นเหตุผลเฉพาะตัว ไม่ใช่หลักการ บางคนบอกว่าอัยการสูงสุดเชื่อถือได้หรือไม่ รัฐบาลสามารถสั่งการได้นั้น อ่านรัฐธรรมนูญบ้างหรือไม่ โดยอัยการเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ อัยการเดี๋ยวนี้จะปฏิบัติหน้าที่ต้องถวายสัตย์ปฏิญาณ อัยการสูงสุดต้องได้รับเลือกจากคณะกรรมการอัยการ เมื่อได้รับเลือกแล้วต้องให้สมาชิกวุฒิสภาคัดเลือก และต้องนำความกราบบังคมทูล ก่อนปฏิหน้าที่ ซึ่งอัยการสูงสุดนั้นเหมือนว่าจะเป็นหน่วยงานเดียวที่ขั้นตอนการพิจารณานั้นยาก แล้วอย่างนี้ไปพูดได้อย่างไร ทำให้คนฟังสับสน เดี๋ยวตนจะต้องอภิปรายเองซะหน่อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านได้ระบุว่า เหมือนจะเป็นการตัดสิทธิ์ประชาชน ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า แต่ก่อนนั้นไม่มีใครร้องศาลรัฐธรรมนูญ เขาไปร้องอัยการแล้วอัยการก็นำเสนอศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าคุณไม่เชื่ออัยการแล้วประเทศนี้จะอยู่กันอย่างไร ทั้งนี้ คดีความต่างๆ ต้องเป็นอัยการเป็นผู้มีความเห็นสั่งฟ้องสั่งไม่ฟ้อง ถ้าไอ้เรื่องแค่นี้ยังไม่เชื่ออัยการสูงสุด ต้องปิดประเทศ สมัยก่อนนั้นถือว่าหวาดระแวงได้เพราะอัยการขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย วันนี้ไม่ใช่แล้วและจะตัดสิทธิ์อย่างไร ประชาชนก็ยังยื่นได้เพียงแต่ว่า มีระบบมีขั้นมีตอน มั่นใจต่อการพิจารณา
เมื่อถามว่า หลายคนกังวลว่าเมื่ออัยการสูงสุดไปอิงกับฝ่ายการเมืองจะทำให้กระทบต่อกระบวนการตรวจสอบ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่จริง อัยการสูงสุดไม่จำเป็นต้องอิงกับฝ่ายการเมือง เพราะใครทำอะไรท่านไม่ได้ เป็นอิสระไม่ขึ้นกับใคร พวกไม่ได้ดั่งใจจึงพูดอย่างนั้น
เมื่อถามว่า ห่วงหรือไม่เพราะเรื่องนี้ผูกพันธ์ถึงให้ยุบพรรค ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า “ยุบก็เลือกตั้งใหม่ ไม่เห็นมีอะไรเลย ไม่มีแล้วไอ้ประเภทงูเห่าภาค 3 อย่าไปหวังเลยส้มหล่นอย่างคราวที่แล้วไม่มีแล้ว ไม่มีอะไรหรอก อย่าไปคิดว่าศาลจะพิจารณาอย่างที่คิด ศาลท่านรอบคอบ” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ระบุ "นาจิบ" ยุบสภาไม่กระทบเจรจาดับไฟใต้
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวถึงกรณี นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศยุบสภา ซึ่งอาจมีผลต่อการเจรจากับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นว่า เป็นคนละเรื่องกัน เมื่อครั้งที่ตนเข้าพบนายนาจิบเป็นการส่วนตัว นายนาจิบก็เคยพูดเรื่องการยุบสภา ทั้งนี้เมื่อนายนาจิบเห็นว่ามีคะแนนนำอยู่ ก็ต้องยุบสภาเป็นเรื่องธรรมดา
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา ในการประชุม ศปก.กปต. ตนได้กำชับไปว่า ไม่ว่าใครจะไปประชุมหรือหารือที่ใดต้องมารายงาน ศปก.กปต.เพื่อหาบทสรุป และหากได้แนวทางอย่างไร ก็ต้องมีการเรียนต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงแถลงข่าว ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ภายหลังการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ตอนนี้เร็วไปที่จะประเมิน แต่ก็ดีกว่าไม่เจรจา ยืนยันว่า แนวทางดังกล่าวรัฐบาลมาถูกทางแล้ว หากผิดตนคงไม่เอาด้วย
“ เมื่อวานประชุม ศปก.กปต.ผู้เข้าร่วมประชุมชอบหมด เพราะได้คุยกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ได้เห็นน่าเห็นตา ส่วนกำหนดการเข้าพบนายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกฯมาเลเซียนั้น ตนขอไม่พูด หากไปเมื่อใดก็จะรู้เอง" ”ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว



