ข่าว

'สุกำพล'ยันล่า'โจรใต้'อุ้มฆ่าทหาร

'สุกำพล'ยันล่า'โจรใต้'อุ้มฆ่าทหาร

03 เม.ย. 2556

'รมว.กลาโหม' กร้าวลากคอ 'โจรใต้' อุ้มฆ่า 'พลทหาร' ลงโทษ ลั่นแรงมาแรงไป วอนอย่าเดาไทยแพ้คดีพระวิหาร ชี้ต้องจับตาสงครามเกาหลี เมิน ส.ว.ร้องศาลค้านแก้รธน.

 

                         3 เม.ย. 56  พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจเยี่ยมการเกณฑ์ทหารเขตดอนเมืองที่วิทยาลัยเทคนิคดอนเมืองถึงกรณีพลทหารมะอีลา โตะลู สังกัดพัน ร.7 กองพลนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ ถูกคนร้ายจับตัวไปยิงจนเสียชีวิตว่า รู้สึกเสียใจและจะไม่ยอมให้ทำอย่างนี้ ต้องเอาตัวคนร้ายมาลงโทษให้ได้ ตนไม่ยอม ใครที่คิดไม่ดีตนก็ไม่ดีด้วย เรื่องนี้ไม่ต้องกำชับกำลังพลเพราะฉลาดพอ วันนี้ต้องเข้าใจว่า การเจรจากับการปฏิบัติงานเพื่อให้เกิดความสงบสุขในภาคใต้ต้องเดินไปเป็นคู่ขนาน ทั้งนี้การเจรจาอย่างน้อยผู้ก่อความไม่สงบก็เข้ามาคุยกับเรา ส่วนที่ไม่ยอมก็ว่ากันไปซึ่งพวกที่มีปัญหามีแค่บริเวณเทือกเขาพูโดซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่

                         "ส่วนการป้องกัน คงไม่ต้องบอกว่า ต้องทำอย่างไร เขารู้ตัวกันดีว่าจะทำอย่างไรเพราะอยู่กันมาหลายปีก็ยังอยู่กันได้ไม่เห็นเป็นอะไร ถ้าพวกนี้มาเล่นกับลูกน้องผมอย่างนี้ต้องเอาตัวมาให้ได้ และผมได้บอกกับแม่ทัพภาคที่ 4 ไปแล้วต้องเอาตัวมาให้ได้ ถ้าอย่างนี้แล้วแรงมาก็ต้องแรงไป เฉพาะคนที่ไม่ดี ส่วนคนดีก็เชิญเข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยด้วยกัน"รมว.กลาโหมกล่าว

                         วันเดียวกันที่โรงเรียนเสนาธิการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พลทหารมะอีลา โตะลู สังกัดพัน ร.7 กองพลนาวิกโยธินภาคใต้ ค่ายจุฬาภรณ์ ถูกคนร้ายจับตัวไปยิงจนเสียชีวิตว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ ส่วนที่เป็นห่วงว่า อนาคตอาจเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีกนั้น ต้องหามาตรการในการป้องกันตัวเอง ทั้งนี้ตนได้สั่งการว่า หากยังไม่ชัดเจนกำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ส่วนไหนที่มีอันตรายก็ยังไม่ให้กำลังพลรีบกลับบ้าน โดยให้ไปหาที่พักที่ปลอดภัยก่อนจนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย ทั้งนี้เราจะต้องดูแลอย่างเต็มที่และให้กำลังใจ ให้ความเป็นห่วง และกำชับกำลังพลเวลาเดินทางกลับไปพักที่บ้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องตามแก้ไขตราบใดที่ยังปฏิบัติการใช้กฎหมายปกติอย่างเต็มที่ โดยเราพยายามหลีกเลี่ยงการใช้กฎหมายพิเศษในเรื่องการใช้ความรุนแรงเพราะเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงมากขึ้น แต่หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นก็ต้องใช้กฎหมายพิเศษให้เข้มงวดขึ้นในหลายข้อและหลายมาตรการ

                         “วันนี้กฎหมายพิเศษเราใช้อยู่ข้อเดียวคือการตรวจค้นจับกุม ส่วนปัญหาที่ผู้ก่อความไม่สงบแต่งกายเลียนแบบทหารนั้น เป็นปัญหาเดิมที่ต้องพยายามแก้ไขกัน แต่อย่าคิดว่ามันไม่ก้าวหน้า เพราะมันต้องก้าวหน้า แต่ถ้าเราทำสำเร็จเขาจะไปเริ่มต้นอีกอย่าง ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ อย่าไปให้เครดิตคนอื่นเขามากนัก ขอให้เชื่อมั่นในคนของเรา วันนี้ต้องชื่นชมเจ้าหน้าที่ว่าทำได้ดีตรงที่ไม่ทำให้เหตุการณ์รุกลามบานปลายไปถึงสากล ลูกน้องเราเขาอดทน เสี่ยงอันตรายและทำหน้าที่ตาม ยุทธศาสตร์ทั้งหมด" ผบ.ทบ.กล่าว

                         เมื่อถามว่ามองว่า อนาคตจะมีการจับตัวทหารไปเป็นตัวประกันและนำไปสังหารอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ไม่มี แต่หากสื่อถามมากอาจจะมีก็ได้ อย่าไปถามชี้ช่อง ผู้ก่อการร้ายไม่ได้จับได้ทุกที่ ตรงไหนที่เปลี่ยวและไม่มีเจ้าหน้าที่ เขาจะทำได้มากขึ้น ปัญหาอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจะควบคุมพื้นที่ได้มากขึ้น ดังนั้นทหารต้องหลุดออกมาจากภารกิจเชิงรับให้มากขึ้น ซึ่งต้องมีการหารือกับตำรวจว่าจะทำอย่างไรจะรับเป้าหมายอ่อนแอไปดูแลได้บ้าง ซึ่งเราจะได้วางกำลังแบบยุทธวิธีทางทหารให้มากขึ้น ซึ่งจะต้องมีการปิดล้อมเมือง โดยต่างประเทศทำอย่างนี้เหมือนกันหมด ซึ่งจะมีการปิดกั้นเส้นทางห้ามเข้า-ออก แต่ประเทศไทยทำไม่ได้ เพราะเมื่อเราคิดและเสนอไปมีปัญหาทั้งหมด เพราะเกรงว่าจะไปละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ต้องเชื่อมั่น วันนี้ทหารและตำรวจทำงานดีมาก ยืนยันว่า ไม่มีการไปทำนอกระบบ เพราะรู้ว่า ถ้าทำผิดอะไรจะเกิดขึ้น วันนี้เราต้องสู้ในฐานะเจ้าหน้าที่และต้องเห็นใจเขา ส่วนทหารที่กลับบ้านระหว่างการไปพักนั้น ต้องดูแลตนเอง เพราะไม่สามารถส่งทหารไปช่วยดูแลได้ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลเพียงพอ เนื่องจากจำนวนทหารที่กลับไปพักก็ทำให้สัดส่วนของทหารแต่ละฐานลดลงไป1 ใน 3

                         “ทุกคนต้องดูแลตัวเอง และต้องเห็นใจทหารที่กลับไปพักเพราะเขาถืออาวุธไปไม่ได้ ไม่เหมือนกับบางประเทศ ถ้าเป็นโจรถืออาวุธได้ทุกที่ ส่วนการอุ้มฆ่าพลทหารครั้งนี้เป็นการแก้แค้นของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบหรือไม่นั้นยังไม่รู้ ต้องให้ทางหน่วยมีการตรวจสอบว่าใช่หรือไม่ ถ้าใช่เราต้องคิดอยู่แล้วว่า จะต้องทำอย่างไรต่อไป อย่างที่ผมเคยบอกว่า คนทำงานในพื้นที่อาจจะต้องทำงานกันคนละพื้นที่ นอกจากนี้จะต้องดูแลว่า ช่วงนี้จะทำอย่างไรให้ปลอดภัย หรืออาจจะต้องหาที่อยู่ชั่วคราว ทั้งนี้กำลังพลจากกองทัพภาคที่ 1 ,2 และ 3 ไม่ค่อยมีปัญหา เพราะเป็นกำลังนอกพื้นที่ เมื่อออกนอกพื้นที่ก็จะกลับไปพักที่บ้านจึงทำให้อันตรายลดน้อยลง ตราบใดที่เจ้าหน้าที่ยังมีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ทั้ง พลเรือน ตำรวจ และ ทหารอันตรายอยู่แล้ว ดังนั้นต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ด้วย เหตุการณ์รุนแรงลดน้อยลง เพราะเจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการและยุทธวิธีในพื้นที่มากมาย แต่ติดภารกิจในเชิงรับ เป้าหมายอ่อนแอ ถ้าลดภารกิจตรงนี้ได้กำลังเหล่านี้ก็จะมาดูแลอย่างอื่นได้” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

                         ขณะที่ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่งเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพลทหารที่เสียชีวิต และตนเตรียมลงพื้นที่พบกับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย ทั้งนี้ขอให้ติดตามผลการสอบสวนการเสียชีวิต อย่าเพิ่งคาดเดากันไปก่อน อย่างไรก็ตามได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีความระมัดระวังและเข้มงวดในการปฏิบัติงานมากขึ้น

 

ชี้เรื่องปกติ 'เขมร' ซ้อมรบ วอนอย่าเดาไทยแพ้คดีพระวิหาร

 

                         พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงสถานการณ์บริเวณปราสาทเขาพระวิหารที่มีการเคลื่อนไหวของทางฝั่งทหารกัมพูชา ว่า บริเวณเขาพระวิหารที่มีการปฏิบัติการของทั้ง 2 ฝ่าย จะต้องมีการพูดคุยกันทั้งคู่ ถ้ามีการถอนทหารก็ต้องถอนทั้ง 2 ฝ่าย ทหารก็เข้าใจกัน ส่วนคดีก็ว่ากันไป การปรับกำลังก็ว่ากันไป ส่วนกรณีที่ทางทหารกัมพูชามีการซ้อมรบนั้น เขาก็ฝึกในพื้นที่ของเขา อย่างไปหาเรื่องเขาฝึกของเขาเราก็ฝึกของเรา อย่าไปมองในแง่ไม่ดี ก็ฝึกไปไม่ว่ากัน

                         เมื่อถามว่า หากศาลโลกตัดสินเป็นแง่ลบจะทำอย่างไร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า อย่าเพิ่งไปเดา ถ้าเดาก็พูดกันไปเรื่อย ขอให้เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน อีกนานกว่าจะตัดสินคดี เมื่อถามว่าทางร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะชวนลงพื้นที่เขาพระวิหาร พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า ทางร.ต.อ.เฉลิม ชวนตนเมื่อวานนี้(2เม.ย.) หากตนว่างก็จะลงไปกับรองนายกฯ

                         ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กัมพูชาฝึกซ้อมรบก่อนที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ(ศาลโลก) จะเปิดให้ไทยและกัมพูชาชี้แจงด้วยวาจากรณีเขาพระวิหารว่า เป็นการซ้อมรบที่เขาทำอยู่แล้ว ทางไทยก็มีการซ้อมเช่นกัน แต่ละประเทศมีการฝึกเป็นประจำ เป็นเรื่องของแต่ละประเทศ ตนอยากถามว่า ทำไมต้องไปให้เครดิตเขาด้วย ขอให้เชื่อตน ขอให้มั่นใจในทหารของประเทศไทย แต่สื่อไปให้เครดิตคนอื่นแล้วมาจับผิดเราเอง ตนบอกแล้วว่า ถ้ารบ ไม่ต้องกลัวใครอยู่แล้ว แต่ถามว่าขณะนี้ถึงเวลาหรือยัง บ้าสงครามกันหรือยังไง ถามว่า รบแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ใช่ว่า เราไม่รบเพราะเรากลัว ขณะนี้ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ก็จบ และไปสู้กันในศาล

                         “การรบกันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีทั้งสากล ยูเอ็น เข้ามาเกี่ยวข้องรวมถึงปัจจัยเศรษฐกิจและสังคม และขณะนี้เรากำลังเข้าสู้ประชาคมอาเซียน ซึ่งภูมิภาคนี้ต้องไปต่อสู้กันในด้านเศรษฐกิจและด้านอื่นๆ วันนี้ทำอย่างไรจะได้เปรียบทางการค้า คนเข้ามาลงทุนและท่องเที่ยวเพราะนั้นเป็นรายได้หลักของประเทศไม่ใช่สงคราม ทั้งนี้สงครามมีไว้เพื่อป้องกันประเทศไม่ให้เราเสียเปรียบรวมถึงพิทักษ์ทรัพยากร ทั้งนี้ผมไม่กังวลที่มีบางคนมองว่า การแสดงความคิดเห็นของผมต่อสถานการณ์นั้นมีท่าทีอ่อนไป เพราะสิ่งที่พูด คือ ความคิดเห็นของตัวเองไม่เกี่ยวกับใครและเป็นการทำหน้าที่ตามแผนการป้องกันประเทศ ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมา คนสั่งการคนแรกในการใช้กำลังคือ ผบ. ทบ. โดยมีการมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้แม่ทัพภาคที่2ในบางกรณีที่ล้ำเส้นเขตแดนชัดเจน อย่างไรก็ตามเราต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจก่อนใช้กำลัง ทุกวันนี้เป็นการรบเพื่อเจรจาทั้งนั้น แล้วมาจบด้วยการพูดคุยและต้องไม่ให้เราเสียเปรียบหรือทำเกินกว่าเหตุจนขยายความรุนแรงมากขึ้นจนพูดจากันไม่รู้เรื่อง”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

ระบุต้องจับตาสงครามเกาหลี ด้าน 'ประยุทธ์' ยันมีแผนรับมือ เชื่อไม่ง่ายทำสงคราม

 

                         พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้มีการรบกันว่า เป็นเรื่องที่ต้องจับตามอง ตนคงไม่ไปวิเคราะห์เพราะเป็นเรื่องที่พูดกันคนละที มันไม่ดี อำนาจอยู่ที่คนอายุน้อยๆเพียงคนเดียว ดังนั้นเป็นสิ่งที่เฝ้าจับตามอง อย่าเพิ่งไปวิจารณ์

                         ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้สู้รบกันว่า กระทรวงต่างประเทศดูแลอยู่แล้ว และรัฐมีการประชุมพูดคุยไปแล้วว่า มีแผนเตรียมการนำประชาชนกลับหากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ขอให้ใจเย็น เพราะไม่ง่ายที่จะเกิดสงคราม

 

เมิน ส.ว.ร้องศาลค้านแก้รธน. ด้าน 'ประยุทธ์' ไม่วิจารณ์ ชี้เป็นเรื่องฝ่ายบริหาร

 

                         พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่ม ส.ว.40 คน ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉินให้รัฐสภาระงับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตนมองแบบประชาชนเพราะไม่ได้เป็นส.ส.ซึ่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้กลุ่มทางการเมืองมันชัดเจนยิ่งขึ้นว่า กลุ่มไหนเป็นอย่างไร ต้องย้อนกลับไปดูว่าใครเป็นอย่างไรแล้วจะเห็นเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ว่ากันไปเพราะเขามีสิทธิ เราคงไปทำอะไรเขาไม่ได้ การที่เขาจะทำอะไรไปเท่ากับเป็นการตอกย้ำว่าตัวเองเป็นอย่างไร ถ้าถูกต้องก็ทำได้ไม่มีปัญหา ส่วนศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องไว้พิจารณาก็เป็นเรื่องของศาลเป็นเรื่องของกฎหมาย ตนไม่ขอวิจารณ์เพราะไม่มีหน้าที่ไปแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องฟังเขาไป สุดท้ายต้องคุยกันให้ดี

                         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ก็ฟังดู ซึ่งมีความคิดเห็นที่หลากหลาย ตนตอบไม่ได้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญจำเป็นหรือไม่เพราะเป็นเรื่องฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ เมื่อพวกเราเลือกมาเป็น ส.ส. ก็ต้องฟังพวกเขา ส่วนตนไม่มีความคิดเห็นเพราะเป็นฝ่ายปฏิบัติ