
อุตุฯเผยทุกภาคร้อน39-41องศาฯ
อุตุฯ เผยทุกภาคอุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาฯ 'อีสาน-ตะวันออก' มีฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงบางแห่ง ขณะที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑลอากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน
3 เม.ย.56 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ ประจำวันที่ 3 เมษายน 2556 ลักษณะอากาศทั่วไปเมื่อเวลา 04:00 น. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางที่ปกคลุมด้านตะวันออกของประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะนี้ไว้ด้วย
อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 6 เมษายน 2556
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 38-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ภาคกลาง อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 39-41 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
ภาคตะวันออก อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดทางตอนบนของภาค โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) อากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) อากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศร้อนและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.
เลย-พายุฤดูร้อนถล่ม 5 ตำบล เสียหาย 275 หลังคาเรือน
นายปัญญา วงศ์ศรีแก้ว นายอำเภอผาขาว จังหวัดเลย พร้อมปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ของอำเภอผาขาว ร่วมกับนายทองอร ชาลินธ์ นายก อบต.โนนป่าซาง อ.ผาขาวจังหวัดเลย ร่วมทำการสำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนที่ถูกพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนราษฎรใน 5 ตำบลของอำเภอผาขาว เสียหายหนักที่ตำบลโนนป่าซาง
นายปัญญา วงศรีแก้ว นายอำเภอผาขาว กล่าวว่า พายุฤดูร้อนนั้นเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น วันที่ 2 เมษายน 2556 โดยพายุได้พัดใน 5 ตำบลของอำเภอผาขาว หนักที่สุดที่ตำบลโนนป่าซาง พายุได้พัดมาอย่างแรงแรง ทำให้บ้านเรือนราษฎรหลังคาเปิง ส่วนใหญ่ที่หลังคาที่มุงด้านสังกะสีปลิวว่อน บางหลังหลังคาหลุดไปทั้งแถบ หลังจากพายุสงบฝนก็ตกลงมาอย่างหนักกว่า 3 ชั่วโมง หลังเหตุการณ์สงบ ชาวบ้านที่บ้านได้รับความเสียหายต้องไปอาศัยนานที่บ้านญาติที่ไม่เสียหายไฟฟ้าก็ดับ เมื่อคืนนี้ไม่สามารถสำรวจความเสียหายได้ในเช้าวันนี้จึงให้ทางเทศบาล อบต.ทั้ง 5 แห่งเร่งสำรวจบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสีย โดยผมมาที่ ต.โนนป่าซาง เนื่องจากเสียหายมาก 100 กว่าหลังคาเรือน
จากการสำรวจล่าสุดเมื่อวันที่ 3 เม.ย.56 มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้นขณะนี้ 275 หลังคาเรือน ตอนนี้ได้รายงานให้นายสมพงษ์ อรุณโรจปัญญา ผวจ.เลย ทราบเป็นการด่วนแล้ว ส่วนของอำเภอผาขาว ได้เเจ้งไปยัง ปภ.จังหวัดเพื่อขอวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะสังกะสีมาช่วยเป็นการด่วน เนื่องจากเกรงว่าฝนจะตกลงมาอีก ชาวบ้านจะเดือดร้อนหนักขึ้น
ปราจีนฯแห่เก็บหญ้าหยดน้ำค้างขายสร้างรายได้ช่วงหน้าแล้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมถนนสาย โคกขวาง-โคกปีบ หมู่บ้านโคกกระเจียว ม.6 ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พบว่ามีชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังเก็บหญ้าหยดน้ำค้างอยู่กลางทุ่งนา เก็บได้กันเป็นจำนวนมาก
กลุ่มชาวบ้านกล่าวว่า หลังจากที่เคยมีข่าวเรื่องของหญ้าชนิดนี้ได้พยายามหาจนพบ และตั้งแต่นั้นก็กินมาตลอดและรู้สึกว่าสามารถเป็นยาที่ระบายได้ดี โดยเพราะเคยเป็นโรคเกี่ยวกับข้อกระดูกหลังจากที่นำหญ้าหยดน้ำค้างต้มดื่มกินแล้วอาการดีขึ้น ส่วนมากหญ้าหยดน้ำค้างหายากจะออกเป็นหน้าๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง นี้ ถ้านำไปขายสดตกราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 400 บาท ถ้าตากแล้งตอกอยู่ที่ กิโลกรัมละ 1,200 บาท
สำหรับหญ้าหยดน้ำค้างที่ชาวบ้านอ้างว่าเป็นยาที่สามารถรักษาได้สารพัดโรคนั้นวงการแพทย์ได้ทำการตรวจสอบ “หญ้าหยาดน้ำค้าง” เปรียบเทียบกับสมุนไพรต่างๆ พบว่า หญ้าดังกล่าว คือ หญ้ากาบหอยตัวเมีย มีชื่อพฤกษศาสตร์ว่า Lindernia crustacea (L.) มีวิจัยเชิงระบบนิเวศน์ พบเป็นพืชอายุสั้น 1 ปี อยู่ในกลุ่มหญ้าคลุมดิน ทนเค็มทนแล้งได้ดี ขึ้นบริเวณพื้นที่ริมถนน นาข้าว ริมน้ำ พื้นที่ชุ่ม มีลำต้นสี่เหลี่ยม ใบคล้ายรูปไข่ สำหรับไทยพบได้ทุกภาค ทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้
ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร หัวหน้ากลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า หญ้ากาบหอยตัวเมีย มีชื่อเรียกหลายชื่อขึ้นอยู่กับพื้นที่ เช่น คนกรุงเทพฯ เรียกตะขาบไต่ดิน คนจีน เรียกว่าโด๊ะดี่แก่กัง คนนราธิวาสเรียก หญ้ามันลิง คนกำแพงเพชร เรียก เหงือกปลาหมอนา เป็นต้น พบในหลายประเทศ ทั้งแอฟริกาตะวันตก เอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมไปถึงรัฐเท็กซัสในอเมริกา
จากการศึกษาวิจัย พืชชนิดนี้มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรีย ใช้มากในการรักษาโรคผิวหนัง ทั้งกลากเกลื้อน ผิวอักเสบ แผลไฟไหม้ แมลงสัตว์กัดต่อย โดยเฉพาะแผลที่โดนเห็บป่ากัด บ้างก็นำไปใช้ดับกลิ่นตัวด้วย สำหรับไทย มีบางพื้นที่ที่นำไปกิน แต่กินยอดอ่อน ใบอ่อนสดๆ เป็นผักแกล้ม กินกับน้ำพริก มีการใช้เป็นยาต้มดื่มหลังคลอด ใช้ต้มดื่มแก้ไข้ แก้บิดแก้ปวดท้อง ใช้เป็นยาตำรับรักษากามโรคด้วย มาเลเซียนำไปใช้ในสตรีหลังคลอด อินเดียนำมาตากแห้งบดผง และละลายในน้ำดื่มในตอนเช้าเพื่อล้างท้อง ใบเคี้ยวกับน้ำมะนาวเพื่อเพิ่มการหลั่งของน้ำดี
สรรพคุณรักษามะเร็งนั้น จากการค้นข้อมูลล่าสุดในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2545 มีการทดสอบฤทธิ์รักษามะเร็งในหลอดทดลอง ปรากฏผลไม่ดี ซึ่งเมื่อไม่มีงานวิจัยรองรับ แสดงว่าหญ้าดังกล่าวไม่สามารถรักษามะเร็งได้ ที่สำคัญความเข้าใจคำว่า มะเร็งของคนสมัยก่อน กับสมัยปัจจุบัน แตกต่างกันด้วย เพราะสมัยก่อนมักคิดว่า มะเร็งคือโรคเรื้อรังรักษาไม่หาย แต่ปัจจุบันไม่ใช่ ตรงนี้ก็ต้องสร้างความเข้าใจเช่นกัน ดังนั้น ขอเตือนประชาชนหากทานเป็นผักอยู่แล้ว แสดงว่าทราบดีว่าส่วนไหนรับประทานได้ก็ไม่น่าเป็นอะไร แต่คนที่ไม่รู้ไม่เคยทาน ขอให้หลีกเลี่ยง เพราะอาจเสี่ยงทานผิด ไปทานพืชชนิดอื่นที่อาจมีสารพิษ ส่งผลต่อร่างกายและชีวิต
สุพรรณบุรี-แล้ง 4 อำเภอ คาดประกาศพื้นที่ภัยแล้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีอากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้พื้นที่นอกเขตชลประทานเริ่มประสบภาวะขาดน้ำบ้างบางส่วน สัตว์เลี้ยงอย่างวัว ควาย เริ่มขาดหญ้าสดในการดำรงชีพเกษตรกรต้องหาหญ้าแห้ง ฟางข้าว เพื่อเลี้ยงสัตว์ในช่วงนี้ สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรี จะมีการประกาศพื้นที่ภัยแล้งทุกปีในช่วงเดือนเมษายน หลังจากประสบปัญหาเฉพาะเขตพื้นที่ประกาศภัยแล้งเป็นประจำอย่างอำเภอดอนเจดีย์ อำเภอด่านช้าง อำเภอหนองหญ้าไซ และอำเภออู่ทอง
สำหรับในขณะนี้เริ่มพบปัญหาเรื่องของภัยแล้งบ้างบางส่วนในพื้นที่บางอำเภอของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งจากการตรวจสอบล่าสุดเกษตรกรที่ประสบปัญหาเรื่องของภัยแล้งยังไม่รุนแรงมากนัก ซึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ยังไม่มีการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ง สำหรับจังหวัดสุพรรณบุรีมีทั้งหมด 10 อำเภอ และอำเภอที่เคยประสบปัญหาเรื่องภัยแล้งในทุกปีคือ อำเภอดอนเจดีย์ โดยเฉพาะตำบลสระกระโจม อำเภอด่านช้าง อำเภอหนองหญ้าไซ และอำเภออู่ทอง ซึ่งคาดว่าในเดือนเมษายนนี้ น่าจะมีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้งใน 4 อำเภอนี้อย่างแน่นอนขณะนี้เร่งตรวจสอบในพื้นที่อยู่ว่าประสบปัญหาด้านใดบ้าง
มหาสารคาม-อ.โกสุมพิสัย แล้งจัดในรอบ 20 ปี
บ้านยางน้อย หมู่ 1 ต.ยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม นายอนันต์ นิลน้ำเงิน บ้านยางน้อย หมู่ 1 ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ตนเองทำธุรกิจพันธุ์ปลาดุกอุย ปลาสวาย มาได้กว่า 10 ปี ในพื้นที่ 4 ไร่ ขุดเป็นบ่อดิน 20 บ่อ จำหน่ายลูกปลาในราคาส่งตัวละ 50-60สตางค์ ก็จะขายได้ กำไรรอบละ 4 แสนบาท แต่ในช่วงนี้ได้เกิดปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงไม่มีน้ำ และในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทางหน่วยงานได้ปล่อยน้ำลงมาให้ 2 วัน พื้นที่อยู่ใกล้คลองก็สามารถนำน้ำไปใส่ในพื้นที่ของตนเองได้ ถ้าหากพื้นที่ของใครก็ไกลคลองส่งน้ำก็ไม่ได้น้ำเลย ก็ไม่เพียงพอกับเกษตรเหมือนเดิม
ตนเองจึงได้ลงทุนเจาะบาดาลมาใช้ในการหล่อเลี้ยงปลาให้อยู่รอด ในเมื่อน้ำในบ่อดินไม่มีน้ำก็นำปลามาพัก จะมีบ่อซีเมนต์จำนวน 27 บ่อ ต้องเร่งเจาะบ่อบาดาลเพื่อมีน้ำมาหล่อเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ปลาเจริญเติบโตไม่เต็มที่หรือไม่สมบูรณ์เหมือนบ่อดินและประกอบกับ อากาศร้อนจัดและขาดแคลนน้ำส่งผลให้ปลาตายวันละกว่า 1,000 ตัว
นายสมพร ดรพรก้อม ประธานกรรมการสกรณ์ผู้เลี้ยงพันธุ์ปลา บ้านยางน้อย หมู่ 2 ตำบลยางน้อย อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เปิดเผยว่า ตำบลยางน้อยมี 14 หมู่บ้าน มีกลุ่มผู้เลี้ยงพันธุ์ปลาเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ 55 ราย ขณะได้มีการออกสำรวจ เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือต่อไป
ขณะที่นายนพวัชร สิงห์ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งและจากสภาพที่ร้อนจัด ส่งผลกระทบกับเกษตร ในเรื่องการเกษตรและด้านการประมง เพราะว่าไม่มีน้ำทำการเกษตรส่งผลให้ประชาชน ประสบปัญหาภัยแล้ง มี 17 ตำบล 231 หมู่บ้าน น้ำที่ปล่อยลงมาห้ามไม่ให้ประชาชนนำไปทำนาปรัง มิฉะนั้นน้ำจะไม่มีใช้ในในครัวเรือน และจะไม่มีน้ำใช้บริโภค ควรปลูกพืชใช้น้ำน้อย และหรืองดทำการเกษตร หันไปฝึกอาชีพเสริมแทนเพื่อจะได้นำไปประกอบอาชีพแทนทำการเกษตรไปก่อน



