ข่าว

กระบะหลับในเจอเก๋งตัดดับ2เจ็บ5

กระบะหลับในเจอเก๋งตัดดับ2เจ็บ5

03 เม.ย. 2556

2 ครอบครัวพาลูกชายไปเกณฑ์ทหารที่บ้านกำแพงเพชร ขากลับหลับในเจอเก๋งเลี้ยวตัดหน้า เสียหลักลงป่าหญ้าข้างถนน เสียชีวิต 2 เจ็บ 5 คนขับรอดตายหวุดหวิด

 
          วันนี้ 3 เม.ย. เวลา 04.30 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถาน เมืองพัทยา รับแจ้งมีรถปิกอัพเสียหลักพลิกคว่ำด้วยตัวเอง มีผู้เสียชีวิตคาที่ และได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุบนถนนมอเตอร์เวย์ สาย7 ตอน5 ฝั่งขาเข้าพัทยา บริเวณใต้สะพานต่างระดับหนองปรือ หมู่1 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพฯ พร้อมรถอปุกรณ์ รถคณะแพทย์ เดินทางตรวจสอบ
 
          เมื่อไปถึง บริเวณริมถนนป่าหญ้าข้างทาง พบรถปิกอัฟ ยี่ห้อ นิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ผท 5584 ชลบุรี ตกลงไปอยู่ด้านล่าง สภาพยับเยิน ตรวจสอบมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 6 คน กระเด็นไปละทิศทาง ทราบชื่อนายเดชณรงค์ ยอดไพร อายุ 16 ปี อาการสาหัส นางบัวทอง ยอดไพร อายุ 48 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย 2แม่ลูก ส่วนอีกครอบครัวคือของนายสมคิด อ่อนตานา อายุ 42 ปี คนขับไม่ได้รับบาดเจ็บรอดตายหวุดหวิด ด.ช.อนุชา อ่อนตานา อายุ 11 ปี ลูกชายคนเล็กอาการสาหัส นายอนุสรณ์ อ่อนตานา อายุ 21 ปี ลูกชายคนโต นางสายฝน ท้าวเงิน อายุ 30 ปี และลูกสาววัย 4 ปี บาดเจ็บเล็กน้อย กู้ภัยและพยาบาล จึงช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนรีบเคลื่อนย้ายส่ง รพ.บางละมุง
 
          นอกจากนี้ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บริเวณข้างตัวรถปิกอัฟ ชื่อนางปุบผา อ่อนตานา อายุ 42 ปี ภรรยาคนขับ ห่างจากตัวรถประมาณ 20 เมตร อีกรายคือนายทองสุข ยอดไพร 52 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
 
          สอบสวน นายสมคิด คนขับรอดตายอย่างหวุดหวิด เล่าว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2 ครอบครัวซึ่งเป็นญาติกัน ถือจังหวะลูกชายคนโตนายอนุสรณ์ ไปเกณฑ์ทหารที่จังหวัดกำแพงเพชร กลับบ้านนอกไปหาญาติพี่น้อง หลังจากลูกชายคนโตได้จับใบดำ จึงเดินทางกลับมาพัทยา ซึ่งในตัวรถปิกอัพ นั่งมารวม 5 ชีวิต ท้ายกระบะ 3 ชีวิต โดยเพื่อกลับมาเปิดร้านซักอบรีด ในย่านพัทยาใต้ ส่วนครอบครัวยอดไพร มีอาชีพเปิดร้านขายส้มตำ อยู่ย่านพัทยาใต้ เช่นเดียวกัน
 
          จนกระทั่งขับเข้าถนนสาย 7 ตอน 5 รู้สึกง่วง ก่อนที่จะเกิดหลับใน พอมาถึงจุดเกิดเหตุรู้สึกตัวสะดุ้งตื่นตัวขึ้นมา เห็นรถเก๋งขับเลี้ยวตัวหน้า ออกมาจากใต้สะพาน ช่วงนั้นตกใจจึงเหยียบเบรก ทำให้ตัวรถหมุนเหมือนพายุ แล้วเสียหลักตกลงไปป่าหญ้าข้างทาง ทำให้ภรรยา ลูกชายคนเล็ก และเพื่อน ทั้ง3 ได้นั่งมาท้ายกระบะ เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว


      


จนท.อบต.ซิ่งกะบะเสียงหลักเสยศาลาหน้าวัดดับ3

          เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 3 เมษายน 2556 พตท.ขจร ฉัตรแก้วมณี สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งมีเหตุรถยนต์กระบะชนกับศาลาหน้าวัด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนหลายราย ขอให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบด้วย เหตุเกิดบริเวณถนนเลียบคลองสี่ ช่วงหน้าวัดเพิ่มทาน ม.4 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกับแพทย์จากโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู
 
          ในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บท 3967 ปทุมธานี ชนอัดอยู่กับศาลาริมทางฝั่งตรงข้ามหน้าวัดเพิ่มทาน โดยศาลาหลังดังกล่าวซึ่งสร้างด้วยปูนพังเสียหาย ลงมาทับรถกระบะอีกทีหลังสภาพรถยนต์กระบะพังเสียหายหน้ารถยุบเข้าไปอัดผู้ที่อยู่ในรถจำนวน 3 รายเสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ต้องใช้เครื่องตัดถ่าง ตัดประตูรถและงัดเอาร่างผู้เสียชีวิตทั้ง3 รายออกมา ทราบชื่อต่อมาคือ นายสิทธิพงษ์ เขียวชะเอม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/101 ม.2 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้ขับขี่ นายจเร บุญเวียง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22/2 ม.3 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และนายสุพัฒน์ ทรงโฉม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 ม.7 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
 
          นางประเทือง วงศ์แจ้ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสี่ ซึ่งเดินทางมาดูที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 3 คนนั้น เป็นเจ้าหน้าที่ของ อบต.คลองสี่ โดยนายสิทธพงษ์ และนายจเร เป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ส่วนนายสุพัฒน์ นั้นเป็นเจ้าหน้าที่ทั่วไปและมาช่วยงานดับเพลิง โดยก่อนเกิดเหตุทั้งสามคนนั้นได้เข้าเวรในเวลากลางคืน เนื่องจากในช่วงนี้มีเหตุเพลิงไหม้ป่าหญ้าพื้นที่รกร้างอยู่บ่อยๆทุกวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ต้องเข้าเวรคอยระวังเหตุ และเมื่อช่วงดึกที่ผ่านมานั้นก็มีเหตุเพลิงไหม้หญ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็ไปช่วยกันดับเพลิงกันมาจนอ่อนเพลีย จากนั้นทั้ง 3 คนก็ได้ขับรถออกไปหาข้าวต้มกินกัน และขากลับจากกินข้าวต้มก็เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตทั้ง 3 รายดังกล่าว
 
          พ.ต.ท.ขจร ฉัตรแก้วมณี กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุในเบื้องต้นนั้นคาดว่ารถกระบะคันเกิดเหตุนั้นน่าจะขับมาด้วยความเร็ว และอาจจะเกิดอาการหลับในเนื่องจากความอ่อนเพลีย ทั้งนี้รถคันเกิดเหตุไม่มีรอยเบรกของล้อรถแต่อย่างใด ทัง้นี้จะได้นำศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดนำส่งชันสูตรอย่างละเอียดยังสถ่บันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ ก่อนจะมอบศพให้ญาติๆรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

 

จนท.ป่าไม้ซิ่งจยย.ลงข้างทางดับ
          เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 3 เมษายน พ.ต.ต.สันตศิริ เมตราวงศ์ พนักงานสอบสวนสภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักตกลงข้างทาง บริเวณถนนเลียบทางรถไฟ ม.6 ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลก พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อนายเสริญ ทิคะวงษ์ อายุ 37 ปี ภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 157/1 ม.19 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก
 
          สภาพผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้า ศรีษะพุ่งไปอยู่ในพงหญ้า ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ขงฉ 12 พิษณุโลก เสียหลักล้มลงอยู่ริมทาง ตรวจสอบทิศทางการขับขี่ทราบว่า ผู้เสียชีวิตขี่รถจักรยานยนต์จากตัวเมืองพิษณุโลกจากเส้นทางถนนธรรมบูชา ผ่านสี่แยกข้ามทางรถไฟบ้านเต็งหนาม แล้วเสียหลักพุ่งลงข้างทางเป็นทางยาวร่วม 20 เมตร แล้วมาพุ่งชนกองผลมะพร้าว กองขยะ ร่างผู้เสียชีวิตกระเด็นไปอยู่ในพงพญ้าข้างทาง คาดว่า จะเสียชีวืตในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครเห็น มีประชาชนมาพบเห็นในช่วงเช้า
 
          จากการตรวจสอบในร่างผู้เสียชีวิตพบกุญแจหอพัก คาดว่าผู้เสียชีวิตกำลังเดินทางกลับหอพักในละแวกนั้น และเอกสารภายในตัวผู้เสียชีวิต ทั้งใบขับขี่และบัตรประจำตัวจนท.งานอนุรักษ์และป้องกันป่าไม้พิษณุโลก จนท.ตำรวจดำเนินการให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย น้ำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรที่นิติเวชรพ.ม.นเรศวร รอให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป