ข่าว

'ดิเรก'ชี้'ศาลรธน.'รับคำร้องนองเลือดแน่

'ดิเรก'ชี้'ศาลรธน.'รับคำร้องนองเลือดแน่

03 เม.ย. 2556

'ดิเรก ถึงฝั่ง' ชี้'ศาลรธน.'รับคำร้องตีความแก้รธน.ไว้พิจารณา จะเกิดความขัดแย้ง-นองเลือดแน่

                3 เม.ย.56 นายดิเรก ถึงฝั่ง สว.นนทบุรี ฐานะผู้นำยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 237, มาตรา 68 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดถกคำร้องที่ นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ร้องให้พิจารณากรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ ในวันนี้ ว่า ตนเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าว เพราะการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิ์ของสมาชิกรัฐสภา ที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 และเชื่อว่าฝ่ายตุลาการจะไม่เข้ามาก้าวก่ายงานของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่หากศาลรัฐธรรมนูญกระทำในสิ่งที่ตรงข้าม จะเป็นไปอย่างที่ตนเคยวิเคราะห์ว่าจะเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ ที่นำไปสู่ความขัดแย้งและนองเลือด
       
                “การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด ถ้าศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้วินิจฉัย เท่ากับเป็นการปิดประตูไม่ให้สมาชิกรัฐสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้” นายดิเรก กล่าว

 

"นิคม"เผยอภิปรายแก้รธน. วันสุดท้าย อภิปรายถึง 4ทุ่ม จากนั้นให้ลงมติโหวตวาระแรก

               ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา วันที่ 3 ได้เริ่มขึ้น โดยนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานรัฐสภา ได้ขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ก่อนการเข้าสู่การอภิปราย นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือว่า พรรคฝ่ายค้านเหลือเวลาที่จะอภิปรายประมาณ 6 ชั่วโมง ดังนั้นขอให้นายนิคมไปหารือกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เพื่อให้นายสมศักดิ์สลับขึ้นมาทำหน้าที่เพื่อให้ฝ่ายค้านได้ใช้สิทธิ์ในการอภิปราย แต่นายนิคม กล่าวตอบว่าขอให้ฝ่ายค้านไปบริหารเวลากันเอง อย่างไรก็ตามการประชุมวันนี้จะใช้เวลาอภิปรายจนถึงเวลา 22.00 น. จากนั้นจะปิดการอภิปราย เพื่อให้มีการลงมติต่อไป

                จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การอภิปรายตามปกติ โดยไม่มีเหตุประท้วงให้นายนิคม ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม เหมือนกับการประชุมช่วง 2 วันที่ผ่านมา

 

"สส.เพื่อไทย"แนะ"ศาลรธน."ใช้บทเรียนเก่ามาพิจารณารับเรื่องตีความแก้รธน.

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา ในวันที่ 3 ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่ได้มีการยื่นให้รัฐสภาพิจารณา ถือเป็นการรักษาดุลอำนาจ ระหว่าง ฝ่ายบริหาร, ฝ่ายตุลาการ และฝ่ายนิติบัญญัติ โดยให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนคืนสู่ประชาชนโดยรวมอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีผู้ร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความการแก้ไขรัฐธรรมนูญส่อขัดรัฐธรรมนูญ และขอให้มีคำสั่งยกเลิกนั้น ตนไม่กังวลกับคำวินิจฉัย เพราะการใช้สิทธิ์พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการทำหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ดังนั้นเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่รับเรื่องไว้พิจารณา

               ด้านนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยอภิปรายด้วยว่าการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำตามสิทธิ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่ใช่เป็นการกระทำเฉพาะบุคคล หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมือง อย่างไรก็ตามตนขอฝากไปยังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า ขอให้เป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล อย่าวินิฉัยในประเด็นเพิ่มเติมกว่าที่กฎหมายระบุไว้ หรือทำความเห็นเพิ่มเติมเกินกว่าตัวบทรัฐธรรมนูญ

               “การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้กระทำในสิ่งที่มีคนวิจารณ์มาก และขอให้ถือเป็นบทเรียน สำหรับมาตรา 68 ว่าด้วยอำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการรับเรื่องไว้พิจารณาสมควรแก้ หากไม่แก้ บ้านเมืองวุ่นวายแน่ การใช้เวทีรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้มีการแสดงเหตุและผล รวมถึงข้อดีข้อเสีย ที่เราสามารถทำได้ และดีกว่าการมีรัฐประหาร”นพ.เชิดชัย กล่าว