ข่าว

มือที่มองไม่เห็นกับจลาจลในพม่า(3)

มือที่มองไม่เห็นกับจลาจลในพม่า(3)

04 เม.ย. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : มือที่มองไม่เห็นกับจลาจลในพม่า (3) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                          ถ้าย้อนกลับไปดูเหตุรุนแรงระหว่างชาวพุทธกับมุสลิมโรฮิงญาที่รัฐยะไข่เมื่อปีสองปีที่แล้ว จะพบเห็นความคล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดหลายประการ เริ่มจากมีชนวนมาจากปัญหาน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้ชาวมุสลิมตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ตามด้วยการประโคมข่าวเพื่อสร้างความเกลียดชังระหว่างกัน โดยหยิบยกเรื่องความต่างทางศาสนาและชาติพันธุ์มาเป็นข้ออ้าง การที่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ให้สงบลงด้วยดีได้จนต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วส่งทหารไปคุมพื้นที่ เปิดช่องให้ต่างชาติโดยเฉพาะมหาอำนาจตะวันตกเข้ามาแทรกแซงผ่านการกดดันให้รัฐบาลกึ่งพลเรือนของพม่าต้องยอมให้องค์การระหว่างประเทศเข้าไปดูสถานการณ์ในพื้นที่ รวมทั้งต้องให้สัญญาว่าจะเร่งเดินหน้าปฏิรูปการเมืองให้เป็นประชาธิไตยมากขึ้น

                          ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทันทีที่เกิดเหตุปะทะกัน ประชาคมโลกรวมทั้งสื่อต่างๆ ต่างใช้กรอบเดิมในการสรุปประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการตอกย้ำว่าเป็น "ศึกศาสนา" ระหว่างชาวพุทธหัวรุนแรงกับมุสลิม ผู้ตกเป็นเหยื่ออย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่ พร้อมกับเตือนรัฐบาลว่าจะต้องเร่งแก้ไขปัญหาอันละเอียดอ่อนนี้ให้ดี ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่จะขัดขวางความพยายามปฏิรูปประเทศที่กำลังเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

                          ที่ปรึกษาพิเศษของนายบัน คีมุน เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ ฝ่ายกิจการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้เตือนว่า มีความเสี่ยงอยู่มากที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นอีก หากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการหาทางป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายออกไป พร้อมกันนี้ก็ย้ำว่าการไม่ใช้มาตรการที่จำเป็นเช่นนี้ถือเป็นหนึ่งในรากเหง้าของชนวนปัญหาที่เกิดขึ้น

                          อย่างไรก็ดี เริ่มมีเสียงเตือนเช่นกันว่าอย่ามองปัญหานี้เพียงผิวเผินแล้วรีบด่วนสรุปว่าเป็นศึกศาสนา เพราะหากมองให้ลึกซึ้งลงไปจะพบว่าความรุนแรงที่เมืองเมกถิลาไม่ใช่เรื่องของน้ำผึ้งหยดเดียวหากแต่เป็น "กระบวนการสร้างความรุนแรง" จากมือที่มองไม่เห็นหรือมือที่สาม ผ่านการวางแผนอย่างเป็นระบบผสมผสานกับการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อขยายความเกลียดชังระหว่างกันด้วยการปล่อยข่าวลือต่างๆ จนทำให้ชาวบ้านที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ถูกลากเข้ามาเป็นเครื่องมือและตกเป็นเหยื่อของแผนร้ายนี้

                          คำให้การนี้สอดคล้องกับการสาวลึกย้อนรอยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลแดนอิรวดี ยอมเปิดประตูประเทศให้กว้างขึ้น แล้วพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าเหตุรุนแรงทุกครั้งมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่คนสำคัญของพม่าเดินทางไปเยือนต่างประเทศหรือคนสำคัญของต่างประเทศเดินทางเยือนพม่า 

 

 

----------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : มือที่มองไม่เห็นกับจลาจลในพม่า (3) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)