
'40สว.'ยื่นศาลรธน.สั่งระงับแก้ม.68
'40สว.'ยื่นศาล รธน.สั่งระงับรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรธน. มาตรา 68 ชี้เป็นการลิดรอนสิทธิ์ปชช. ด้าน'ศาลรธน.'เตรียมถกคำร้อง
2 เม.ย.56 นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา หนึ่งในกลุ่ม 40 สว. ได้เดินทางมาที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา ที่มีอำนาจหน้าที่ในการบรรจุวาระเข้าที่ประชุม และคณะรวม 312 คน ได้ร่วมกันกระทำการที่อาจเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และอาจเข้าข่ายใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ภายหลังเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ .... ที่เกี่ยวกับสิทธิของประชาชนในการปกป้องการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยฯ หากผู้ใดทราบถึงการกระทำของบุคคลว่าจะเป็นการล้มล้างประชาธิปไตย สามารถยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่การยื่นเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ในครั้งนี้นั้นกลับให้ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุดได้เพียงแห่งเดียวนั้น ซึ่งถือเป็นการตัดสิทธิ์ประชาชน และน่าจะเข้าข่ายลิดรอนสิทธิ์การมีส่วนร่วมของประชาชน และขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ จึงอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยสั่งการให้นายสมศักดิ์ และพวกที่รู้เห็นเป็นใจและร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการกระทำดังกล่าว พร้อมทั้งสั่งให้ยุบพรรคการเมืองที่สังกัดอยู่ คือ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่ด้วย
นายสมชาย กล่าวว่า ตนขอใช้สิทธิตามมาตรา 68 อีกครั้ง เพราะขณะนี้ผู้ถูกร้องกำลังพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญกันอยู่ และจะลงมติในวาระที่ 1 ในวันที่ 3 เม.ย.2556 ดังนั้นในระหว่างการพิจารณาคดีนี้ ตนอยากขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้รัฐสภาระงับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้เป็นการชั่วคราวก่อน จนกว่าศาลจะพิจารณาคดีเสร็จ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่ศาลจะเห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งตนจะไม่เข้าไปก้าวก่าย อย่างไรก็ตาม เกรงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราขณะนี้ กำลังที่จะนำไปสู่การล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเริ่มจากรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ที่เป็นปัญหาอุปสรรคต่อฝ่ายการเมืองก่อน ทั้งที่มีหลายเรื่องในรัฐธรรมนูญที่ควรจะออกกฎหมายเพื่อประชาชน ซึ่งในหลายมาตราของรัฐธรรมนูญก็ยังมีข้อบกพร่องที่ประชาชนเสียประโยชน์ น่าจะมาปรับปรุงให้สอดคล้องกัน และทำให้ประชาชนได้ประโยชน์น่าจะดีกว่ามาแก้ไขเพื่อลิดรอนสิทธิ์ของประชาชน
“ผมเห็นว่าการร่วมกันเข้าชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้น เป็นการกระทำที่ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมีผลเป็นการล้มการปกครองระบบอบประชาธิปไตยฯ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เพราะการยกเลิก มาตรา 68 ถือเป็นการตัดสิทธิ์ประชาชน และน่าจะเข้าข่ายลิดรอนสิทธิ์การมีส่วนร่วมของประชาชน และขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ด้วย การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่นำไปสู่อำนาจที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจ และยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับต่อไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเพื่อน สว.อีกหลายคนจะทยอยเดินทางมายื่นด้วยเช่นกัน”นายสมชาย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หวั่นใจหรือไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญอาจไม่รับคำร้องดังกล่าว เพราะอาจถูกข้อครหาได้ว่าศาลเองก็มีส่วนได้เสียงกรณีดังกล่าว นายสมชาย กล่าวว่า ตนคิดว่าศาลคงไม่คิดเช่นนั้น แต่เชื่อว่าศาลจะพิจารณายึดหลักข้อกฎหมายไปก่อน ตนได้ชี้ข้อกฎหมายที่ชัดเจน และชี้ให้เห็นว่าเพื่อนสมาชิกกำลังกระทำผิดรัฐธรรมนูญ ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลที่เคยมีคำวินิจฉัยไปแล้ว และขณะนี้ก็ได้มีการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญคงจะได้พิจารณาวินิจฉัยทันเวลา
ศาลรธน. เตรียมถกคำร้อง กลุ่ม 40 ส.ว. ยื่นสั่งระงับร่างแก้ไขรธน.3 เม.ย.นี้
นายเชาวนะ ไตรมาส เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่ นายสมชาย แได้ขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณา 3 แนวทาง คือ ให้ยกเลิกการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และมาตรา 237 เสนอให้ยุบพรรคการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว คือ พรรครัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาลและสุดท้าย ขอให้มีการคุ้มครองชั่วคราวเป็นกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้รัฐสภาระงับการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะพิจารณาเสร็จสิ้นกับทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า เบื้องต้นขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานฯได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของคำร้องเป็นที่ถูกต้องเรียบร้อยแล้วและเตรียมที่จะนำเสนอคำร้องดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุมของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 3 เม.ย.นี้ เวลาประมาณ 15.00 น.
ทั้งนี้ สำหรับผลการพิจารณาของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งออกมาเป็นอย่างไรนั้น หรือจะมีคำสั่งในทางใดทางหนึ่งออกมาเลยหรือไม่นั้น ตนคงจะไม่ไปก้าวก่ายการทำงานของคณะตุลาการฯ ทั้งหมดคงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะตุลาการฯว่าจะพิจารณาอย่างไร



