
จีนปลื้ม"แพนด้าน้อย"หนุนตั้งชื่อไทย
รักษาการกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ ปลื้ม"หลินฮุ่ย" ให้กำเนิด "แพนด้าน้อย" ระบุเป็นเรื่องมงคลประจำปี แถมช่วยกระชับความสัมพันธ์ไทย-จีน เตรียมเยี่ยม "แพนด้าน้อย" หนุนจังหวัดจัดงานเฉลิมฉลอง-ต้อนรับ "แพนด้าน้อย" เปรยอยากให้ตั้งชื่อไทย-เกิดที่ประเทศไทย สวนสัตว
มาดามจิ้น หยีหลิน รักษาการแทนกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ เปิดเผยว่า วานนี้ (2 มิ.ย.) นายธนภัทร์ พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้เข้าพบ และรายงานให้ทราบอย่างเป็นทางการเรื่องหลินฮุ่ย แพนด้าเพศเมีย ฑูตสันถวไมตรีไทย-จีน ได้ให้กำเนิดแพนด้าน้อยเพศเมียเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองได้แสดงความยินดีกับทางทีมสัตวแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ ถือว่าเป็นเรื่องสิริมงคลที่เกิดขึ้นในปีนี้และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีนให้แนบแน่นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่ได้เดินทางไปเยี่ยมชมความน่ารักของแพนด้าน้อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ แต่ก็ได้ชมผ่านทางเว็บไซต์ของสวนสัตว์ที่ได้มีการนำคลิปวิดีโอตอนหลินฮุ่ยกำลังให้กำเนิด และภาพข่าวต่างๆ เห็นแล้วประทับใจเป็นอย่างมาก แพนด้าสองแม่ลูกน่ารักมาก และในช่วงเข้าของวันเสาร์นี้ (13 มิ.ย.) คาดว่าจะเดินทางไปเยี่ยมแพนด้าน้อยที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งจะมีการประสานไปยังผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ อีกครั้ง
สำหรับการจัดงานเฉลิมฉลองแพนด้าน้อยนั้นทางผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ บอกว่าได้เรียนให้นายอมรพันธุ์ นิมานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ทราบแล้วและอยู่ในระหว่างการหารือกันของคณะกรรมการจัดงาน ทั้งนี้ เบื้องต้นจะมีการจัดงานแบบไทยล้านนาผสมผสานกับประเพณีจีน ซึ่งทางกงสุลใหญ่จีนประจำเชียงใหม่ก็เห็นด้วย และยินดีให้ความร่วมมือทุกกิจกรรมที่จะจัดเฉลิมฉลองให้กับแพนด้าน้อย
"การตั้งชื่อให้กับแพนด้าน้อย ดิฉันก็มีชื่อไว้ในใจแล้ว แต่ขอเก็บไว้ก่อน แต่อยากให้ชื่อของแพนด้าน้อยเป็นชื่อภาษาไทย เพราะแพนด้าน้อย เกิดที่ประเทศไทย " มาดามจิ้น กล่าว
สวนสัตว์ทดสอบรถโมบายเตรียมนำภาพชีวิตแพนด้าแม่ลูกโชว์ปชช.ให้ทั่วถึง
บรรยากาศที่ส่วนจัดแสดงแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่ยังเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาชมแพนด้าน้อยไม่ขาดสาย โดย "ช่วงช่วง" ก็ไม่สร้างความผิดหวัง เมื่ออยู่ในท่าทีที่ร่าเริง โดยออกมากินไผ่ และเดินไปมาตามคูน้ำภายในส่วนจัดแสดง ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้เข้าชมที่ซื้อตั๋วเข้ามาชมไม่ผิดหวัง
ส่วนแพนด้าสองแม่ลูกในวันนี้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ที่น่าดีใจคือวันนี้หลินฮุ่ยเริ่มใช้มือข้างหนึ่งคว้าใบไผ่อ่อน คือ ไผ่ลูกศร( arrow bamboo )มากัดกินได้เองอย่างออกรสชาติ หลังจากไม่ยอมกินไผ่ เพราะพะวงลูกอยู่หลายวันจนเจ้าหน้าที่มีความเป็นห่วง
นายเว่ยหมิง ผู้เชี่ยวชาญแพนด้าจีน กล่าวว่า ช่วงเช้าวันนี้เข้าไปตรวจแล้วแม่ลูกแพนด้ามีสุขภาพที่สมบูรณ์ดี โดยเฉพาะลูกวันนี้ถือว่าพ้น 7 วันอันตรายไปแล้ว และจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะเริ่มคลานตามพื้นเองได้ สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือฟื้นสุขภาพของหลินฮุ่ยโดยเร็ว ทั้งนี้ ในการแยกลูกเพื่อตรวจสุขภาพพรุ่งนี้ต้องวางแผนให้ดีโดยต้องให้พี่เลี้ยงนำไผ่ไปให้กินมากขึ้นโดยจะนำมาให้เลือก 7-8 ชนิด เพื่อจะให้ส่งผลดี เนื่องจากใบไผ่เป็นอาหารจำเป็นที่แพนด้าจะขาดไม่ได้ เพราะหากกินแต่แอปเปิ้ลหลายวันจะทำให้ขาดกากอาหารจะส่งผลต่อระบบการขับถ่ายและส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมา
นายธนภัทร พงษ์ภมร ผอ.สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่นำรถโมบายของสวนสัตว์ที่ปกติจะใช้เคลื่อนที่ไปให้ข้อมูลข่าวสาร และใช้ระบบอินเตอร์เน็ตลิงค์สัญญาณดาวเทียมถ่ายทอดวิถีชีวิตสัตว์ที่เด็ก ๆชื่นชอบรวมรวมทั้งบรรยากาศในสวนสัตว์แห่งอื่น ๆเช่นเขาเขียว เขาดินให้เด็กๆ ได้รับชมสดตามโรงเรียน ต่าง ๆผ่านทางโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นออกสู่หน้าจอ
แต่หลังจากแพนด้าน้อยกำเนิดขึ้นมาได้ครบ 1 สัปดาห์ ทางสวนสัตว์จึงได้ตกลงร่วมมือกับเทศบาลนครเชียงใหม่ทำการติดตั้งปรับปรุงระบบรถโมบายให้ทันสมัยขึ้น โดยอยู่ระหว่างการทดสอบเชื่อมโยงสัญญาณเพื่อถ่ายทอดภาพของแม่ลูกแพนด้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อให้สามารถเคลื่อนที่ออกไปถ่ายทอดภาพได้ไกลที่สุด โดยจะส่งรถออกไปยังชุมชนต่าง ๆเร็ว ๆนี้ เพื่อให้ประชาชนที่ยังไม่มีโอกาสได้เดินทางมายังสวนสัตว์เชียงใหม่ได้ชมภาพบรรยากาศในคอกกักในบรรยากาศสดทันที
หอฯชี้แพนด้าน้อยกระตุ้นทท.คาดเงินสะพัดปีนี้เพิ่ม2พันล.
นายณรงค์ คองประเสริฐ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า การที่สวนสัตว์เชียงใหม่ได้มีโอกาสต้อนรับสมาชิกใหม่แพนด้าน้อย เพศเมีย ซึ่งหลินฮุ่ยแพนด้าเพศเมียเพิ่มตกลูกเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่จะได้รับอานิสงส์โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวที่จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทั้งนี้ ปัจจุบันแพนด้าถือเป็นสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษ มีพัฒนาการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว น่ารัก ประกอบกับทั่วโลกเหลือไม่ถึง 1,000 ตัว จึงเรียกความสนใจจากประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่าจะดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในปีนี้ประมาณ 5-10% หรือประมาณ 2 พันล้านบาท โดยเปรียบเทียบจากตัวเลขของปี 2550 เป็นหลัก ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดงานมหรรมพืชสวนโลกที่จังหวัดเชียงใหม่
นอกจากนี้ ในส่วนของธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องทั้งโรงแรมและห้องพัก ร้านอาหาร-ภัตตาคาร ไกด์นำเที่ยว รวมทั้งของที่ระลึกที่เป็นครอบครัวแพนด้า ฯลฯ และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ก็จะได้รับอานิสงค์เช่นกัน ซึ่งเมื่อนักท่องเที่ยวมาเชียงใหม่แล้วนอกจากจะมาชมความน่ารักของแพนด้าน้อยก็จะไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่เป็นมนต์เสน่ห์เชียงใหม่อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการจัดกิจกรรมต่างๆ นั้น เบื้องต้นหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ก็ได้ร่วมหารือกับทางจังหวัด สวนสัตว์เชียงใหม่ และอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ทั้งงานบายศรีสู่ขวัญ เมื่อแพนด้าน้อยอายุครบ 1 เดือนก็จะมีการจัดซึ่งรายละเอียดจะมีการร่วมหารืออีกครั้ง รวมถึงการโปรโมตดึงดูดนักท่องเที่ยวก็จะร่วมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการตั้งชื่อแพนด้าน้อยที่มีการร่วมสนับสนุนเช่นกัน
ขณะที่นายวรพงษ์ หมู่ชาวใต้ เลขาธิการนายกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการประเมินภาพรวมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ในเดือนมิ.ย.น่าจะแย่ที่สุดในปีนี้ เนื่องจากโรงแรม-ห้องพักโอเวอร์ซัพพลาย และแม้ว่าจะมีอัตราเข้าพักกระเตื้องขึ้นแต่ในส่วนของราคาต่อหน่วยลดลง
ทั้งนี้ การที่หลินฮุ่ยตกลูกแพนด้าน้อยในช่วงเวลานี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างมาก คาดว่าจะเห็นผลตอบรับในทางที่ดีอย่างมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยจะแห่เดินทางมาจังหวัดเชียงใหม่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าดีกว่าการทุ่มเงิน 100 ล้านบาทประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแต่ผลลัพธ์อาจจะไม่ได้ตามที่คาดไว้
ขณะเดียวกันในปีนี้สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ จะฟื้นงาน "อเมซซิ่ง ล้านนาเจ้า" ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ปี 2551 ไม่ได้สานต่อ โดยปีนี้จะจัดช่วงเดือนต.ค. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือช่วงไฮ-ซีซั่น ทั้งนี้ เนื่องจากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในปี 2551 และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกส่งผลให้การท่องเที่ยวเชียงใหม่ทรุดลงอย่างมาก โดยมูลค่าการท่องเที่ยวในปี 2551 คาดว่าจะเหลือเพียง 2.8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ลดลงจากปี 2550 ที่มีรายได้กว่า 4 หมื่นล้านบาท



