ข่าว

 "ปลาทูคะนอง" แทบขาดใจ งบ5.5ล้านลุยไทยลีก

"ปลาทูคะนอง" แทบขาดใจ งบ5.5ล้านลุยไทยลีก

24 ม.ค. 2552

ทัพ "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม แทบขาดใจได้งบประมาณจากจังหวัดแค่ 5.5 ล้านทำทีมลุยฟุตบอลไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2009 "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือใหญ่ปวดกบาลไร้เม็ดเงินซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทัพ แถมตัวเก่งอย่าง บีรัม ยังโดดดูดไปอยู่ทีมอื่น ขณะที่สภาพขวัญกำล


 ทีมฟุตบอล "ปลาทูคะนอง" สมุทรสงคราม ที่สร้างผลงานแบบยอดเยี่ยมทั้งในและนอกสนามในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยการคว้าอันดับ 7 ของไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2008 ทั้งที่เพิ่งก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดเป็นฤดูกาลแรก อีกทั้งยังสามารถปลุกกระแสแฟนบอลตื่นตัวเต็มสูบมีคนดูล้นสนามเหย้าในทุกนัดกำลังประสบปัญหาในการทำทีมลุยศึกลูกหนังไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2009 เนื่องจากได้รับงบประมาณสนับสนุนจากจังหวัดเพียงแค่ 5.5 ล้านบาทเท่านั้น
 "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือขวัญใจชาวแม่กลองเปิดเผยว่า ทีมเริ่มซ้อมเตรียมทีมมาพอสมควรแล้ว แต่สภาพไม่ค่อยดีนักเพราะได้รับงบประมาณแค่ 5.5 ล้านบาทสำหรับทำทีมในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าน้อยกว่าฤดูกาลที่แล้วที่ได้มา 6.8 ล้านบาท เรียกว่างบประมาณทำทีมเทียบกับทีมอื่นไม่ได้เลย ตรงนี้ทำให้ไม่สามารถไปดึงนักเตะใหม่มาเสริมได้เพราะหากจะดึงใครมาเพิ่มก็ต้องให้เงินเดือนที่สูงมาก แต่ว่านักเตะเก่าจะไม่ได้รับเงินเพิ่มเพราะงบประมาณมีจำกัด ตรงนี้ถือเป็นความแตกต่างและอาจจะเป็นปัญหาทำให้ระบบเสีย
 "คิดคำนวณแล้วเราต้องใช้เงินทำทีมเดือนละ 7 แสนบาท เท่ากับว่าถ้าได้งบประมาณมา 5.5 ล้านบาทตลอดทั้งฤดูกาลจะทำให้เงินไม่พอไปจนถึงเดือนสุดท้าย ถึงตรงนั้นยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้คงต้องพยายามทำผลงานในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลให้ดีที่สุดเผื่อว่าจะมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม แต่ยอมรับว่าไม่ง่ายเลยเพราะนอกจากจะไม่มีตัวผู้เล่นใหม่มาเสริมแล้วตัวเก่าที่เป็นกำลังสำคัญอย่าง บีรัม ยังถูกทีมอื่นซื้อตัวไปแล้วด้วย ทำให้ทีมค่อนข้างมีปัญหาในกองหน้าเพราะยังหาใครมาแทนไม่ได้" น้าฉ่วย กล่าว
 กุนซือทีมปลาทูคะนองเผยต่อว่า ด้วยสภาพที่เป็นอยู่ทำให้ทีมต้องเล่นกันเหมือนกับฤดูกาลที่แล้ว แต่ปีนี้ความมุ่งมั่นของนักเตะอาจจะลดลงเพราะปีที่แล้วทีมเพิ่งขึ้นมาจากดิวิชั่น 1 ทำให้นักเตะมีความมุ่งมั่นเต็มที่ แต่พอมาถึงปีนี้ทุกคนคิดว่าน่าจะได้รับค่าตอบแทนที่มากขึ้นแต่กลับได้รับเท่าเดิม ตรงนี้น่าจะเป็นอีกปัญหาที่สำคัญและทำให้ทีมไม่กล้าที่จะคาดหวังอะไรมากนักขอเพียงแค่รอดตายไม่ตกชั้นก็ถือว่ายอดเยี่ยมแล้ว
 "การจะพาทีมขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดของประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สมุทรสงครามสามารถทำได้สำเร็จ อีกทั้งปีที่แล้วแม้ว่าจะทีมเป็นน้องใหม่แต่สามารถได้ถึงอันดับ 7 ถือเป็นผลงานน่าตื่นตะลึง แต่มาปีนี้กลับไม่สามารถที่จะคาดหวังได้และสถานการณ์เสี่ยงต่อการตกชั้นสูง ผมอยากจะฝากถึงผู้ใหญ่ในสมุทรสงครามให้คิดคำนวณให้ดี เพราะหากตกชั้นลงไปรับรองว่าจะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายและน่าเสียใจมากเลยทีเดียว" น้าฉ่วย กล่าว