ข่าว

ศาลให้ประกัน'สนธิ'หมิ่น'แม้ว'2แสน

ศาลให้ประกัน'สนธิ'หมิ่น'แม้ว'2แสน

02 เม.ย. 2556

'อัยการ' ฟ้อง 'สนธิ ลิ้มทองกุล' แกนนำพธม. - สื่อผจก. ปราศรัยหมิ่น 'เนวิน - ทักษิณ' ปี 51 ทนายยื่นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ 2 แสนบาท

 

                          2 เม.ย. 56  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.00 น.  พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 ได้เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 65 ปี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ( พธม.) และบริษัทไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัดโดยนายพชร สมุทวณิช และนายขุนทอง ลอเสรีวานิช กรรมการผู้มีอำนาจ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร การกระจายเสียงหรือภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328

                          โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 20 ก.ค.51 เวลากลางคืน นายสนธิ แกนนำพันธมิตรฯ จำเลยที่ 1 ขึ้นปราศรัยบนเวที บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถ.ราชดำเนินนอก ผ่านเครื่องขยายเสียงให้ผู้ชุมนุมจำนวนมากฟังทำนองว่า คนที่อยู่เบื้องหลัง แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ (นปก.) และเบื้องหลังนายธีระชัย แสนแก้ว ที่อุดร เบื้องหลังศรีสะเกษที่ตีพันธมิตร ก็คือไอ้ห้อยบุรีรัมย์ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ดา ตอปิโด หรือนางดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล ที่ขึ้นเวทีปราศรัยกลุ่ม นปช. ดูหมิ่นสถาบันด้วย โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และเว็บไซต์ผู้จัดการ ซึ่งข้อความว่า “ ไอ้ห้อยบุรีรัมย์” หมายความถึงนายเนวิน ชิดชอบ ผู้เสียหาย เนื่องจากเป็นนักการเมือง จ.บุรีรัมย์และได้รับสมญานามทางการเมืองจากสื่อมวลชนว่า “ ห้อยบุรีรัมย์ ” “ ยี้ห้อยร้อยยี่สิบ” จึงทำให้คนทั่วไปเข้าใจได้ว่า “ ห้อยบุรีรัมย์ ” หมายถึงนายเนวิน ผู้เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง เหตุเกิดที่แขวงและเขตดุสิต กทม. และทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรไทย

                          ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1251/2556 โดยศาลนัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 15 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น.

                          วันเดียวกันพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 ยังได้ยื่นฟ้อง บริษัท ไทยเดย์ ด็อทคอม จำกัด โดยนายพชร สมุทวณิช และนายขุนทอง ลอเสรีวานิช กรรมการผู้มีอำนาจ , บริษัท เอเอสทีวี (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายปัญจภัทร อังคสุวรรณ และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมการผู้มีอำนาจ และ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตร ฯ เป็นจำเลย ที่ 1- 3 ในความผิดฐาน ร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร การกระจายเสียงหรือภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 กรณีปราศรัยหมิ่น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกสำนวนหนึ่งด้วย

                          โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.51 เวลากลางคืน นายสนธิ แกนนำพันธมิตรฯ จำเลยที่ 3 ได้ขึ้นปราศรัย บนเวทีพันธมิตรฯ บริเวณทำเนียบรัฐบาล ผ่านเครื่องขยายเสียง ให้ผู้ชุมนุมจำนวนมากฟังทำนองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีจาบจ้วงสถาบัน และพยายามซื้อรากหญ้า ยึดตำรวจ และเอาเงินไปจ่ายให้ทหารบางคนเพื่อให้สถาบันกษัตริย์อ่อนแอ ทำลายรากฐานของกษัตริย์ โดยมีจำเลยที่ 1-2 เป็นผู้ถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงผ่านสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี และเว็บไซต์ผู้จัดการ ซึ่งข้อความที่นายสนธิ กล่าวทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ผู้เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสีย เหตุเกิดที่ แขวงและเขตดุสิต กทม.และทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักรไทย

                          ทั้งนี้ศาลได้ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.1252/2556 โดยศาลนัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 15 ก.ค.นี้ เวลา 13.00 น.

                          สำหรับคดีหมิ่นประมาทฯทั้ง 2 สำนวนดังกล่าวน.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ ของบริษัทวิริยะ ประกันภัย จำกัด ขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดวงเงินรายละ 200,000 บาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมดได้ โดยตีราคาประกันคนละ 200,000 บาท

                          ขณะที่วันเดียวกันนี้นายสนธิ และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พันธมิตร ฯ ยังเดินทางมายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์กรมธรรม์ประกันอิสรภาพ ของบริษัทวิริยะ ประกันภัย ฯ เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ในคดีที่อัยการฝ่ายคดีอาญา 9 ได้ยื่นฟ้อง นายสนธิ กับพวก พากลุ่มผู้ชุมนุมปิดล้อมท่าอากาศยานดอนเมืองและสุวรรณภูมิ เมื่อปี 2551ด้วย โดยใช้หลักทรัพย์กรมธรรม์วงเงินรายละ 600,000 บาท ซึ่งศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสองได้ โดยตีราคาประกันคนละ 600,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการใดที่จะก่อให้ประชาชนละเมิดกฎหมาย และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาต