ข่าว

พังยับ!พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำศรีสะเกษ

พังยับ!พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำศรีสะเกษ

02 เม.ย. 2556

พังยับ! พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำบ้านเรือนราษฎรใน จ.ศรีสะเกษ ผวจ.สั่งเร่งสำรวจความเสียหาย ด้าน 'ชัยภูมิ' แล้งหนัก ชาวบ้านขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ทั้งหมู่บ้าน

 

                     2 เม.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนราษฎรในหมู่บ้านผึ้ง ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา จากจำนวน 154 หลังคาเรือน เสียหายเล็กน้อย และเสียหายหนักมาก จำนวน 11 หลังคาเรือน ทั้งสังกะสีลอยหายไปกับลม หลังคาบ้านถูกยกออกไปทั้งแฝง ฝาบ้านถูกลมพายุหมุนพัดหลุดหายไป ต้นไม้น้อยใหญ่หักโค่น ทับหลังคาบ้าน ทับสายไฟฟ้าขาด ก่อนที่จะเกิดฝนตกหนักมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา เช้านี้จึงได้พากันออกมาช่วยตรวจสอบ ซ่อมแซม ทั้งนำสังกะสีมาคืนให้บ้านที่ถูกลมพัดสังกะสีไปตกยังเพื่อนบ้านคนอื่นๆ โดยชาวบ้านได้พากันตื่นตระหนกกันเป็นอันมาก

                     นางตุ้มทอง โพธิ์มทอง อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115 บ้านผึ้ง หมู่ที่ 4 ต.หนองแค อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ หนึ่งในบ้านที่ถูกลมพายุพัดบ้านเสียหายหนัก กล่าวว่า  ก่อนหน้าที่ฝนจะตกหนัก ได้เกิดลมพายุฤดูร้อนพัดมาอย่างแรง พัดเอาสังกะสีสั่นไปทั้งหลังคา ตนต้องรีบวิ่งลงจากบ้านไปหลบภัยยังบ้านปูนที่อยู่ข้างบ้าน มองเห็นลมพัดหลังคาบ้านของตนลอยหายไปต่อหน้าต่อตา ตนได้แต่กอดลูกหลานเอาไว้เพราะความกลัว และเมื่อคืนก็ขอนอนบ้านลูกหลานไปก่อน เพราะบ้านตนเองถูกน้ำฝนตกใส่เปียกไปหมด ทั้งข้าวของเครื่องใช้ เสื้อผ้า หนังสือเรียนของลูกหลาน เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆเปียกหมด แต่ก็ยังดีที่มีชีวิตเหลืออยู่

                     อย่างไรก็ตามเมื่อบ่ายวันที่ 1 เม.ย. และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ลมพายุพัดบ้านเรือนราษฎรในจ.ศรีสะเกษ เสียหายกันในอีกหลายอำเภอ ขณะนี้ นายประทีป กีรติเรขา ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้สั่งการให้นายอำเภอ นายก อบต.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งทำการสำรวจความเสียหาย โดยเฉพาะในเขตอำเภอยางชุมน้อย, ราษีไศล, ศิลาลาด, บึงบูรณ์, โพธิ์ศรีสุวรรณ, เมืองจันทร์, อุทุมพรพิสัย และอำเภอห้วยทับทัน ซึ่งเป็นพื้นที่พายุพัดผ่าน เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นต่อไปแล้ว

 

ชัยภูมิแล้งจัด! ชาวบ้านขาดน้ำทั้งหมู่บ้าน

 

                     สถานการณ์ภัยแล้งเริ่มเข้าสู่ภาวะวิกฤตหนักสุดในรอบหลายสิบปี ชาวบ้านส่วนใหญ่เริ่มขาดน้ำกิน น้ำใช้ จำนวนมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะชาวบ้านใน4 หมู่บ้านของเขตรอยต่อ ต.โคกสูง และ ต.ชีลอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ  วอนออกมาขอความช่วยเหลือด่วน

                     โดยนางลำดวล  รักษาพวก วัย 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/1 บ้านโสกตลับ หมู่ 2 ต.โคกสูง อ.เมืองชัยภูมิ พร้อมตัวแทนชาวบ้านหลายสิบครอบครัวออกมาเรียกร้องผ่านสื่อมวลชนว่า ขณะนี้ได้รับผลกระทบขาดน้ำกินน้ำใช้ เพื่อการอุปโภค บริโภค พากันเดือดร้อนหนักทั้งหมู่บ้านมากกว่า 350 หลังคาเรือน จากน้ำประปาที่เริ่มหยุดไหลมานานเกือบ 1 เดือนแล้ว และต้องพากันหาซื้อน้ำกิน น้ำใช้กันเองมานนานกว่า 2 สัปดาห์แล้ว ในราคารถละ 350 บาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอ มีเงินก็ยังหาซื้อน้ำใช้เองยาก เพราะรถขายน้ำที่ติดต่อไปหลายแห่งก็เริ่มหาแหล่งน้ำสูบมาส่งขายให้ยากลำบากมากขึ้น และแต่ละครั้งก็ต้องพากันรอคิวรถน้ำมาส่งให้ได้แต่ละครั้งนานกว่า 1 สัปดาห์ขึ้นไป

                     “ทำให้ชาวบ้านเริ่มเดือดร้อนหนักมากอยู่ในขณะนี้ทั้งภาวะอากาศที่เริ่มร้อนจัด ทั้งขาดน้ำกิน น้ำใช้หนักมากขึ้น และน้ำที่เหลือที่ใช้กันอย่างประหยัดสุดๆแล้ว ก็ใกล้หมดเกือบทุกบ้านแล้ว จนแทบจะไม่มีเหลือให้ตนเอง บุตรหลานอาบ รวมทั้งเก็บไว้หุงข้าวกิน ประกอบอาหารตามชีวิตประจำวันปกติ ก็ยังไม่น้ำเหลือใช้ได้แล้ว” นางลำดวล กล่าว

                     นางลำดวล กล่าวอีกว่า อยากวอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงมาช่วยเหลือเป็นการด่วนด้วย หลังเคยแจ้งให้ทางตัวแทน ผู้นำชุมชน สมาชิกสภาเทศบาลตำบล ในพื้นที่ช่วยรับไปประสานต่อหน่วยงานทางจังหวัดแล้ว ก็ยังเงียบ เพราะตอนนี้รอความหวังซื้อน้ำใช้เองก็ยังไม่น้ำมาส่งให้ และรอความหวังจากภาครัฐและแล้วยิ่งนานกว่าไปอีก ที่ทุกคนต้องรอมานานกว่า 2 สัปดาห์แล้วก็ยังเงียบอีก ไปสอบถามผู้นำชุมชนทุกวัน เราก็เห็นใจกันเพราะไม่มีแหล่งน้ำเหลือในหมู่บ้านอีกแล้ว ก็ได้แต่แจงว่าขอความช่วยเหลือทางจังหวัดไปแล้ว แต่จำเป็นต้องรอคิวเพราะการนำน้ำมาแจกจะล่าช้าบ้าง เพราะในหลายพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัดก็เดือดร้อนขาดน้ำเหมือนกันหมด แต่เราก็ขอเพียงว่าช่วงนี้ขอมีรถน้ำจากทางจังหวัดมาช่วยเพียงวันละ 3-4 รถ/เที่ยว ช่วยเก็บไว้เป็นกองกลางไว้ที่วัดในหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านทุกคนแบ่งกันไปใช้ในแต่ละครอบครัวในแต่ละวัน ได้บางส่วนก็ยังดีเท่านั้นไม่ได้ขออะไรมาก พอได้มีเวลาไปหาซื้อน้ำจากที่อื่นมาช่วยเสริมเก็บไว้ใช้ต่อได้ทันเวลาไม่ขาดช่วงในปีนี้อีกทางด้วยเท่านั้น

 

นครราชสีมา-ร้านแอร์ยอดขายพุ่งหลังอากาศร้อนจัด

 

                     ภายหลังจากที่สภาพอากาศโดยทั่วไปในพื้นที่จ.นครราชสีมา ร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร้านจำหน่ายเครื่องปรับอากาศในพื้นที่ มีความคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในร้านใต้ฟ้าซิตี้ หลังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี เขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนแห่มาเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศรุ่นต่างๆ อย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน

                     โดยนางพรประเสริฐ มัตถกุล อายุ 53 ปี ชาวอำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าที่มาเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ เปิดเผยว่าปกติที่บ้านของตนจะมีเครื่องปรับอากาศเฉพาะในห้องนอน ส่วนห้องรับแขกจะใช้พัดลมเท่านั้น เนื่องจากรอบบ้านจะมีต้นไม้บังแดดไว้ แต่ช่วงนี้สภาพอากาศร้อนมากกว่าทุกปี ส่งผลให้ห้องรับแขกร้อนมากจนพัดลมเอาไม่อยู่ จึงต้องตัดสินใจซื้อเครื่องปรับอากาศไปติดตั้งในครั้งนี้

                     ด้าน น.ส.ธิรินทร์ภา จงเจริญใจ ผู้ช่วยผู้จัดการร้านใต้ฟ้าซิตี้ เปิดเผยว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนมากตลอดช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เครื่องปรับอากาศภายในร้านมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเท่าตัว จากปกติจำหน่ายได้วันละไม่เกิน 30 เครื่อง แต่ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถจำหน่ายได้กว่าวันละ 50 เครื่อง และหากเป็นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ จะมียอดจำหน่ายสูงถึงวันละกว่า 70 เครื่องทีเดียว ทำให้ทางร้านต้องสั่งสต๊อคสินค้าเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ทั้งนี้เครื่องปรับอากาศที่มียอดจำหน่ายสูงสุด จะเป็นขนาด  9,000 BTU-20,000 BTU ซึ่งมีราคาประมาณ 13,000-20,000 บาท โดยส่วนใหญ่จะนำไปติดตั้งในห้องนอนและห้องส่วนตัว

                     "แต่ทั้งนี้จากความต้องการเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ก็ส่งผลให้ร้านจำหน่ายเครื่องปรับอากาศในตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีกว่า 20 ร้าน พากันจัดโปรโมชั่นสารพัดอย่างเพื่อดึงดูดลูกค้าเข้าร้าน และกระตุ้นการตัดสินใจให้ซื้อสินค้าเร็วขึ้น อย่างเช่นร้านของตน ก็ได้มีการจัดโปรโมชั่น ซื้อเครื่องปรับอากาศราคาไม่เกิน 2 หมื่นบาท แถมฟรีแทบแลต 1 เครื่อง และหากซื้อราคาตั้งแต่ 2 หมื่นบาทขึ้นไป ก็จะแถมฟรีหม้อสุกี้ไฟฟ้า 1 เครื่อง รวมทั้งจะมีคูปองลุ้นเงินรางวัล 1 ล้านบาท ให้กับลูกค้าทุกคนอีกด้วย" น.ส.ธิรินทร์ภา กล่าว

 

พิจิตรแล้งหนัก! แม่น้ำยมแห้งขอด

 

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานการณ์ภัยแล้งที่จังหวัดพิจิตร โดยเฉพาะที่บริเวณเขื่อนยาง ในตำบลจระเข้ผอม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ที่ก่อนหน้านี้ชาวบ้านตั้งความหวังว่าจะสามารถช่วยเหลือและเป็นตัวแก้ปัญหาในเรื่องภัยแล้งได้ดี แทนการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ แต่ก็ปรากฏว่า ระดับน้ำที่หน้าเขื่อนยาวกลับลดลง จนเหลือไม่มากนัก จากสถานการณ์ภัยแล้ง และพื้นที่ต้นน้ำพากันสูบน้ำไปทำนาจำนวนมาก ในขณะที่ด้านหลังเขื่อนยาง น้ำแห้งขอด ไม่มีระบายลงสู่พื้นที่ด้านล่าง โดยหากไม่มีฝนตกลงมาภายในสิ้นเดือนนี้อาจจะเกิดความเสียหายในภาคการเกษตรเป็นวงกว้าง

                     นายสมพงษ์ อาจชนะ ชาวบ้านตำบลจรเข้ผอม อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่าชาวบ้านต่างพากั้นตั้งความหวังกับเขื่อนยางนี้มาก ที่จะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง ให้ระดับน้ำในแม่น้ำยมมากกว่านี้ แต่ระดับน้ำก็มีไม่มาก หากจะให้เขื่อนยางได้ผล ต้องมีการสร้างเขื่อนยาง ให้มากจุดกว่านี้ เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้มากๆ และพอเพียงต่อการทำนาของประชาชน

 

บุรีรัมย์-ด่านกักสัตว์ติดตั้งพัดลมคลายร้อนให้สุนัขกว่า 700 ตัว

 

                     จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ นอกจากจะส่งผลกระทบกับผู้คนแล้ว ยังกระทบกับสัตว์ด้วย โดยเฉพาะสุนัขของกลางเหยื่อแก๊งค้าสุนัขข้ามชาติที่ถูกจับกุม และสิ้นสุดคดีที่ได้ส่งมาให้ด่านกักกันสัตว์ อ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ดูแลกว่า 700 ตัว ทางเจ้าหน้าที่ด่านกักกันสัตว์ ก็ได้เร่งติดตั้งพัดลมขนาดใหญ่จำนวน 5 ตัว พร้อมฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า รวมทั้งฉีดยาบำรุงคลายเครียดให้กับสุนัขดังกล่าวด้วย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้ ทำให้สุนัขกินอาหารน้อยลง จากเดิมที่เคยให้อาหารเม็ดวันละ 10 กระสอบ ช่วงนี้ลดลงเหลือเพียงวันละ 8 กระสอบ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ทำการฉีดพรมน้ำรอบบริเวณคอก เพื่อลดอุณหภูมิความร้อนให้กับสุนัขดังกล่าวด้วย

                     ขณะที่ทางกรมปศุสัตว์ และมูลนิธิซอยด๊อก ก็ได้มอบที่นอนเคลื่อนที่ที่มีหลังคาพร้อม และศาลาเพิงพักจำนวน 18 หลัง มาให้ด่านกักกันสัตว์บุรีรัมย์ เพื่อใช้กันแดดและฝนให้กับสุนัขด้วย เนื่องจากขณะนี้สุนัขของกลางดังกล่าว ยังต้องอาศัยอยู่คอกชั่วคราวซึ่งไม่มีหลังคา เนื่องจากยังไม่มีการสร้างโรงเรือนถาวร

                     ด้านนายไพศาล พัฒนเดชกุล หัวหน้าด่านกักกันสัตว์บุรีรัมย์ กล่าวว่า ล่าสุดทางกรมปศุสัตว์ และมูลนิธิซอยด๊อก ได้จัดสรรงบประมาณและเงินที่ได้รับบริจาค มาเป็นทุนในการดำเนินการก่อสร้างโรงเรือนถาวรแบบครบวงจร ที่ด่านกักกันสัตว์บุรีรัมย์แล้ว เพื่อรองรับสุนัขของกลางที่จะถูกส่งมาเพิ่มเติมอีก โดยเบื้องต้นจะทำการก่อสร้างก่อน 1 ล็อก ในเนื้อที่ 1,500 ตารางเมตร ใช้งบดำเนินการก่อสร้าง 1,030,800 บาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเร็วๆนี้ จากที่มีเป้าหมายจะก่อสร้างทั้งหมดจำนวน 10 ล็อก ในเนื้อที่รวมทั้งหมด 11 ไร่  ซึ่งคาดว่าหากก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถรองรับสุนัขได้ 4,000-5,000 ตัว

 

ระนอง-แล้งจัดกว่า 2 เดือน ชาวบ้านขาดน้ำอุปโภคบริโภค

 

                     ที่บ้านทะเลนอก หมู่ที่ 1 ตำบลกำพวน อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่เคยได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ เมื่อวันที่26 ธันวาคม 2547 หลังจากนั้นจึงย้ายชุมชนไปสร้างใหม่อยู่ใกล้เชิงเขา ห่างจากชายหาดไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร พบว่า อยู่ในสภาพแห้งแล้งอย่างหนัก ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว

                     ขณะเดียวกันยังส่งผลกระทบต่อฝูงควายของชาวบ้านในหมู่บ้านที่มีกว่า 200 ตัว โดยเฉพาะหนองน้ำที่เป็นแหล่งน้ำในหมู่บ้าน และเป็นที่คลายร้อนของฝูงควายแห้งขอดจากสภาวะฝนที่ทิ้งช่วงนาน จึงทำให้ฝูงควายนับ 100 ตัว ได้เดินทางจากหนองน้ำเดิมร่วม 1 กิโลเมตรลงไปแช่และอาบน้ำทะเล ทนหนองน้ำที่แห้งขอด หลังจากเล่นน้ำคลายร้อนนานกว่า 1 ชม. ในแต่ละวัน ฝูงควายจะพาฝูงเดินเล่นไปตามชายหาด และเดินกลับนาในเวลาเย็น จนสร้างความประหลาดใจให้กับนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปที่เข้าไปเที่ยวชมชายหาดบ้านทะเลนอก

                     นายสิน ประทาน อายุ 55 ปี เจ้าของฝูงควายกล่าวว่า จากสภาวะฝนที่ทิ้งช่วงนานได้ส่งผลกระทบทั้งคนและสัตว์เลี้ยงที่ขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ โดยเฉพาะฝูงควายตามปกติ จะต้องลงไปในหนองน้ำคลายร้อน แต่ขณะนี้พบว่าน้ำในหนอง บึงซึ่งเป็นปลักควายแห้งขอด ทำให้ฝูงควายเกิดอาการเครียด ต่อมาพบว่าฝูงควายของตนบางตัวทนกับอากาศจัดไม่ไหวเดินลงทะเลเพื่อไปแช่น้ำคลายร้อน ตอนแรกควายหลายๆตัวไม่กล้า เพราะน้ำทะเลเค็มและจะเกิดอาการปวดแสบปวดร้อนสำหรับตัวที่มีแผล แต่จากที่มีอากาศร้อนจัดในแต่ละวันทำให้ฝูงควายจึงค่อยๆทยอยลงไปเล่นน้ำ ขณะนี้พบว่าแต่ละวันในช่วงบ่ายฝูงควายจะเดินแถวมายังชายหาดเพื่อเล่นน้ำทะเลคลายร้อนทุกวัน

 

ตรัง-สั่งปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังน้ำ

 

                     ภาวะภัยแล้งที่มาเร็วกว่าปกติ อาจกระทบต่อระบบการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่บางส่วน เมื่อวันที่ 2 เมษายน นายทนงศักดิ์ ชูแก้ว หัวหน้าโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองลำปลอก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่บ้านโคกทราย ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว อันเป็นโครงการพลังงานทดแทนที่สร้างขึ้นมาแห่งแรกและแห่งเดียวของจังหวัดเปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เปิดใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซิงโครนัส กระแสสลับ 3 เฟส เพียง 1 เครื่อง จากที่มีอยู่ 2 เครื่อง ทำให้เหลือกำลังผลิตไฟฟ้าเพียงครึ่งหนึ่ง คือ 591 กิโลวัตต์ จากที่เคยผลิตไฟฟ้าได้ปกติ 1,182 กิโลวัตต์

                     ทั้งนี้เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกลำปลอก ซึ่งได้ผันบางส่วนไปเพื่อทำการผลิตไฟฟ้า มีปริมาณลดลงในช่วงหน้าแล้ง อีกทั้งยังต้องจัดสรรน้ำบางส่วนไปใช้เพื่อการเกษตร โดยเฉพาะสำหรับพื้นที่ที่มีคลองลำปลอกไหลตัดผ่านในบริเวณด้านล่าง แต่การปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าไป 1 เครื่องดังกล่าว จะไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้นต่อประชาชน ในเขตตำบลโพรงจระเข้ และตำบลในควน เนื่องจากไฟฟ้าที่จ่ายจากโครงการพลังน้ำเป็นเพียงแค่ตัวเสริมเท่านั้น โดยมีไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นตัวหลักอยู่แล้ว

                     นอกจากนั้น ทุกๆ ปีในเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำตกลดลง ทางโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองลำปลอก ก็จะมีการสลับกันปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อเป็นการพักซ่อมบำรุง เพียงแต่ในปีนี้ช่วงหน้าแล้งอาจจะมาเร็ว จึงทำให้ปริมาณน้ำตกลดลงมาก จนต้องปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเร็วกว่าปกติ และยังสรุปไม่ได้ว่าจะยาวนานไปแค่ไหน แต่ขอให้ประชาชนทั้ง 2 ตำบลของอำเภอย่านตาขาวสบายใจได้ เพราะทางโครงการพลังน้ำมีการประสานกับ กฟภ. เพื่อดูแลการจ่ายไฟฟ้าให้เต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

 

กระบี่-เผยเดือน 'เม.ย.-พ.ค.' เสี่ยงขาดน้ำ

 

                     นายณรงค์ศักดิ์ ปัตมพาลีวงค์ เจ้าของอ่างเก็บน้ำดิบบนเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เปิดเผยว่าจากการที่ภาวะฝนทิ้งช่วงมาเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ มีความลึกสามารถเก็บน้ำได้ 15 เมตร อยู่บนเกาะพีพีเริ่มแห้งลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในอีกไม่เกิด 2 เดือน คือ เดือนเมษายน-พฤษภาคม 56 น้ำในอ่างจะแห้งหมดอย่างแน่นอน และหากไม่มีฝนตกในช่วงเดือนถึง 2 เดือนนี้ ซึ่งน้ำในอ่างนี้เป็นน้ำที่ใช้ในการผลิตประปา ใช้ในเกาะพีพีทั้งชาวบ้านและผู้ประกอบการโรงแรมที่ไม่ได้ผลิตน้ำประปาเอง

                     ในช่วงนี้ตนได้พูดคุยกับชาวบ้านละผู้ประกอบการที่ใช้น้ำให้ร่วมมือกันประหยัดน้ำ ให้มากที่สุด เพราะไม่ต้องการซื้อน้ำจากจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด เนื่องจากต้องซื้อน้ำในราคาที่แพงมากประมาณตันละ 260-300 บาทเลยทีเดียว แต่หากน้ำในอ่างหมดก็คงต้องซื้อน้ำจากทางภูเก็ตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากทางฝั่งจังหวัดกระบี่ไม่มีท่าเรือน้ำลึกที่สามารถให้เรือขนาดใหญ่เข้าไปบรรทุกน้ำบริสุทธิ์ได้  จำเป็นที่จะต้องไปบรรทุกน้ำจากจังหวัดภูเก็ตซึ่งมีท่าเรือน้ำลึกเรือขนาดใหญ่สามารถเข้าเทียบท่าได้

                     นางสาลี่ บ่อม่วง อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 194/1 หมู่ที่ 7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เจ้าของร้านอาหารทะเลบนเกาะพีพี กล่าวว่า ปัจจุบันคนได้ซื้อน้ำบริโภคเองวันละ 2 ถัง สามารถบรรจุน้ำได้ 20 ลิตร ราคาถังละ 30 บาท แต่หากใช้ที่ร้านอาหารใช้วันละ 10 ถัง ซึ่งมันเป็นภาระที่หนักมากเช่นกัน แต่ก็จำเป็นที่จะต้องซื้อเพราะไม่มีทางเลือกอื่นใดที่ดีกว่านี้แล้ว แต่อนาคตหากน้ำที่เกาะพีพีขาดจริง ก็จะต้องซื้อน้ำจากจังหวัดภูเก็ตเหมือนกับคนอื่นๆ เพราะทุกๆปีเกาะพีพีจะประสบปัญหาทางธรรมชาติแบบนี้ทุกปีแห้งไม่มีน้ำใช้ สิ่งที่อยากเห็นภาครัฐ รัฐบาลให้ความสำคัญในการพัฒนาเกาะพีพีซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก แต่ปัจจุบันเกาะพีพีขาดแคลนน้ำใช้ อยากให้เกาะพีพีเป็นดังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ที่มีความพร้อมในทุกๆด้าน โดยเฉพาะในเรื่องน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค

                     นายวีรภัสร์ จันทโร ประธานชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ในช่วงเดือนเมษายน เป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดกระบี่เป็นจำนวนมาก ซึ่งในขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลการจองที่พักจากโรงแรมต่างๆบนเกาะพีพีอยู่ คาดว่าอีกประมาณ 1 สัปดาห์สามารถรู้ตัวเลขที่ชัดเจนได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่จะเดินทางแบบเช้า-กลับเย็น โดยเฉพาะการนั่งเรือมาจากจังหวัดภูเก็ตเป็นส่วนใหญ่

                     แต่ปัจจุบันเกาะพีพีกำลังประสบปัญหาในเรื่องน้ำที่เป็นปัญหาเหมือนทุกๆปีที่ผ่าน ซึ่งในขณะนี้ทางผู้ประกอบการโรงแรมได้เริ่มสำรวจหาแหล่งน้ำเพื่อนำมาใช้อุปโภคบริโภคภายในโรงแรมของตนเองกันบ้างแล้ว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องซื้อน้ำจากจังหวัดภูเก็ตเหมือนทุกๆปีที่ผ่านมา คาดว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้โรงแรมในเกาะพีพีทั้ง 90 แห่ง มีน้ำใช้ไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน