ข่าว

“อภิสิทธิ์”ปัดส่งสภาพัฒน์พิจารณารถเมล์ลดกระแสส.ว.ต้าน

“อภิสิทธิ์”ปัดส่งสภาพัฒน์พิจารณารถเมล์ลดกระแสส.ว.ต้าน

03 มิ.ย. 2552

“อภิสิทธิ์”ยันส่งโครงการเช่ารถเมล์ให้สภาพัฒน์พิจารณาไม่ได้ต้องการลดกระแสต้านของ 40 ส.ว. ปฏิเสธไม่ได้ประวิงเวลารอให้ พ.ร.บ.งบประมาณและพ.ร.ก.เงินกู้ผ่านสภา "โสภณ"ยิ้มรับมติครม. กทม.แจงบีอาร์ทีแตกต่างเอ็นจีวี4พันคัน

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 3มิ.ย.นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันที่ ครม.มีมติส่งเรื่องให้คณะกรรมการของสภาพัฒน์ฯไปพิจารณาในรายละเอียด ภายใน 1 เดือน จะเป็นการลดปัญหากรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว.ออกมาขู่ว่าหาก ครม.มีมติให้ผ่านโครงการดังกล่าวก็จะคว่ำร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทหรือไม่ ว่า ตนไม่ทราบ แต่ที่จริงแล้วตนก็อยากให้เรื่องต่าง ๆ ที่เข้าสู่สภาได้พิจารณาไปในเรื่องนั้น ๆ โดยเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้นั้นวันนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณที่การพิจารณาเป็นไปอย่างค่อนข้างรวดเร็ว และตั้งใจว่าจะสามารถนำเข้าพิจารณาในการประชุมสภาสมัยวิสามัญได้พร้อมกับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553

              ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ยืดเวลาพิจารณาโครงการเช่ารถเมล์ออกไปอีก 1 เดือนนั้น เพราะต้องการรอให้ร่าง พ.ร.ก.เงินกู้ผ่านสภาก่อนใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปฏิเสธว่า “ ไม่เกี่ยวกัน เพราะว่ากฎหมายงบประมาณอย่างไรก็ต้องนานกว่า 1 เดือนอยู่แล้ว และกฎหมายกู้เงินก็ต้องยาวกว่า 1 เดือนอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกันอยู่แล้ว ผมไม่เคยคิดอย่างนั้นเลยครับ ”

            เมื่อถามว่าหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้แล้ว จะต้องเร่งเรื่องการเดินหน้าการเตรียมใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่จริงกระทรวงการคลังก็เร่งเต็มที่อยู่แล้ว และครั้งสุดท้ายที่ซักซ้อมกันก็ประมาณเดือนสิงหาคมที่เงินจะต้องเข้ามาและเดินหน้าได้ โดยทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ

"โสภณ"ยิ้มรับมติครม.

 นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า  ตนยอมรับมติครม.ที่ให้คณะกรรมการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปศึกษา หาแนวทางในการจัดซื้อหรือเช่ารถเมล์  NGV 4000 คัน แต่ตนยังยืนยันว่าการเช่านั้นมีความเหมาะสมที่สุด และระหว่างที่มีการศึกษานี้ขสมก.ก็จะขาดทุนต่อไปวันละถึง 16 ล้านบาท ทั้งนี้ยืนยันว่ามติดังกล่าวยังไม่มีปัญหาในทางการเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล แต่จะมีปัญหาตรงที่คนกทม.จะได้ใช้รถเมล์ที่มีคุณภาพน้อย และขสมก.ประสบกับการจะขาดทุนอยู่ต่อไป

ปชป.ยันไม่เห็นด้วยรถเมล์ฉาวระบุภาษีที่จ่ายเป็นของปชช.
 
 นายประมวล เอมเปีย ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการผลักดันโครงการเช่ารถเมล์ เอ็นจีวี 4,000 คัน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ประชาชนส่วนใหญ่และส.ว.ไม่เอาด้วย และที่สำคัญต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้ได้ เพราะประโยชน์ที่ได้ก็คือประชาชน แต่ภาษีที่ต้องนำไปจ่ายเป็นของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะคนกรุงเทพฯเพียงอย่างเดียว

 ทั้งนี้ ประเมินได้อย่างไรว่า จะเก็บได้ตามเป้าที่วางไว้ หากไม่ได้ตามที่ตั้ง รัฐบาลเองที่จะต้องหาเงินมาชดเชยในเรื่องดังกล่าว

 ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเรื่องดังกล่าวไม่ผ่านครม.จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายประมวล กล่าวว่า ก็ต้องมีบ้าง หากพรรคร่วมรัฐบาลจริงใจ ก็ต้องมองว่าทำอย่างไรให้ประเทศเสียงบประมาณให้น้อยที่สุด และเกิดประโยชน์ เพราะประเทศในขณะนี้ประสบปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่ยึดติดตำแหน่งรัฐมนตรี

 "ผมไม่อยากให้ผ่าน เพราะต้องมองในเรื่องค่าซ่อมที่ต้องคุยกันให้ขาด เรื่องจีพีอาร์เอส และเรื่องของระยะทาง 400 กิโลเมตร หากจะนำรถ 4,000 คัน มาวิ่งทั้งหมดก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น ต้องคำนึงถึงประเทศเป็นหลัก หากโครงการของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ดีพอ ก็มีสิทธิ์ที่จะไม่ให้ผ่านได้เช่นกัน" นายประมวล กล่าว

 ส่วนกรณีที่ส.ว.ออกมาระบุว่า หากให้โครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน ผ่าน ก็จะไม่สนับสนุนเรื่องพรก.เงินกู้นั้น นายประมวล กล่าวว่า พรก.ก็คือพรก. เพราะเงินดังกล่าวนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ถ้าหากคิดว่า ไม่พอใจก็ต้องไปถอดถอนทั้งคณะ อย่ามองเพียงว่า เรื่องดังกล่าวผ่านจะต้องมาตีรวนรัฐบาล แต่ขอให้คำนึงถึงประเทศชาติเป็นหลัก

 กทม.แจงบีอาร์ทีแตกต่างเอ็นจีวี4พันคัน

นายจุมพล สำเภาพล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง(สจส.) กทม. แถลงข่าวชี้แจงคุณสมบัติรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ(บีอาร์ที) โดยเปรียบเทียบกับรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ว่า มีความแตกต่างกันทั้งในด้านของรายละเอียดตัวรถ และราคา โดยรูปแบบรถบีอาร์ที มีการออกแบบตัวรถและจัดที่นั่งให้มีความใกล้เคียงกับรถไฟฟ้า มีความลาดเอียงตามหลักอากาศกลศาสตร์(แอโรไดนามิก) ใช้เครื่องยนต์ CNG Euro 3 มาตรฐานอเมริกา มีสมรรถนะความเร็วสูง และแชสซีรถเป็นของที่ผลิตในประเทศเยอรมันซึ่งมีลักษณะไม่เหมือนรถโดยสารทั่วไป มีดิสเบรก 4 ล้อ และตัวรถยังทำจากวัสดุพิเศษไม่เกิดเป็นเชื้อเพลิงได้ และอีกมากมายที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับรถโดยสารปกติ แต่อุปกรณ์ต่าง ๆ มีลักษณะเหมือนรถไฟฟ้า เพียงแต่ใช้ล้อเท่านั้น

 นายจุมพล กล่าวว่า เขาไม่อยากระบุว่า รถบีอาร์ทีของ กทม. มีคุณสมบัติที่ดีกว่ารถเมล์เอ็นจีวี แต่หากเปรียบเทียบคุณสมบัติแล้ว มีความแตกต่างกัน เหมือนเป็นการซื้อรถเก๋งซีดานกับรถแวน ส่วนราคาจัดซื้อรถบีอาร์ทีที่ตกราคาคันละกว่า 7 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและถูกแล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับรถบีอาร์ทีที่ใช้ในต่างประเทศแล้ว ราคาเฉลี่ยคันละ 10-12 ล้านบาท ขณะที่รถเมล์ราคาคันละ 5 ล้านบาท

 ส่วนค่าบำรุงรักษารถบีอาร์ทีเพียงวันละ 923 บาทเท่านั้น ขณะที่รถเมล์เอ็นจีวีต้องจ่ายค่าบำรุงรักษาสูงถึงคันละกว่า 2,000 บาทต่อวัน ซึ่งการที่นายปิยพันธ์ จำปาสุต อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับรถบีอาร์ที กทม.อาจเป็นเพราะมีข้อมูลไม่สมบูรณ์และเพียงพอ

 “ประเด็นการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน ของกระทรวงคมนาคม ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ แต่กลับเอาเรื่องมาโยงกับการจัดซื้อรถบีอาร์ทีของ กทม. ผมไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะต้องการเบี่ยงประเด็นหรือเห็นว่า กทม. อยู่ภายใต้การกำกับของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการเช่ารถ พยายามโยงเรื่องเข้ามาให้เป็นประเด็น” ผอ.สำนักการจราจรและขนส่ง ระบุ