
'นิคม'ยันทำหน้าที่ปธ.ที่ประชุมถกแก้รธน.ต่อ
"นิคม" ยืนยันทำหน้าที่ประธานที่ประชุมร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ รธน. ต่อ อ้างถอนชื่อต้องขอมติที่ประชุม ย้อนถามหากถอนทำให้สงบได้จริงหรือไม่
วันที่ 2 เม.ย.56 นายนิคม ไวยรัชพาณิช ประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ทางสถานีวิทยุ FM 100.5 ถึงกรณีที่ทางฝ่ายค้านไม่ยอมรับการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า วานนี้ตนได้คุยกับ ส.ส" พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ร่วมเป็นคณะกรรมาธิการกิจการรัฐสภา โดยมีข้อเสนอที่ให้ตนถอนชื่ออกจากการร่วมลงชื่อการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญสองฉบับคือที่ว่าด้วยการแก้ไขมาตรา 190 และ 237 แต่ตามข้อบังคับเมื่อเรื่องใดถูกบรรจุเข้าสู่วาระที่ประชุมแล้ว ตนในฐานะสมาชิกรัฐสภาไม่สามารถที่จะถอนชื่อออกจากการสนับสนุนได้ เพราะมีข้อบังคับกำหนดไว้ ทั้งนี้หากจะให้ถอนชื่อต้องเสนอเป็นญัตติให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาและลงมติอนุญาติว่าจะให้ตนถอนหรือไม่ถอนชื่อ สำหรับความวุ่นวายงวานนี้มองว่าหากทุกฝ่ายรู้จักแยกแยะก็จะไม่เกิดปัญหา ตนยืนยันว่าการร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิโดยไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรม ม. 122 เรื่องความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามที่พรรคฝ่ายค้านพูดถึง
"วันนี้ผมยืนยันทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมต่อไป โดยจะขึ้นทำหน้าที่เป็นคิวแรก ในการประชุมร่วมรัฐสภามีผู้ที่ทำหน้าที่ประธานเพียงสองคนคือคุณสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ และผม ซึ่งจะสลับกันทำหน้าที่คนละสามชั่วโมง โดยเวลาการประชุมที่ตกลงไว้ว่าจะพิจาณณา 36 ชั่วโมง เบื้องต้นอาจจะเกินกว่านั้น หากให้คนเดียวทำหน้าที่ร่างกายจะไม่ไหว ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ วอล์กเอาท์ ผมได้ทำความเข้าใจแล้ว และอยากจะร่วมมือฝ่ายค้านเพื่อให้การประชุมเดินไปอย่างสงบ แต่หากผมถอนชื่ออกจากการเสนอญัตติอยากถามว่าจะสงบได้จริงหรือไม่"
ทั้งนี้นายนิคมยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีประธานในที่ประชุมเสนอชื่อแก้กฎหมาย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคพวกแต่เป็นการแก้ปัญหาให้ประเทศ
"จาตุรนต์" โพสต์เชียร์ "นิคม" ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมสภาฯ ต่อ
นายจาตุรนต์ ฉางเเสง อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อคืนวันที่ 1เม.ย. ใจความว่า "รัฐสภาต้องยืนยันหลักการ อย่าไปโอนเอนตามฝ่ายค้าน
วันนี้ฟังการอภิปราย มีหลายตอนที่ ปชป.เอาแต่ประท้วงไม่ยอมให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานที่ประชุมหรือถ้าจะเป็นก็ต้องไปถอนชื่อจากการเสนอญัตติ การประท้วงคัดค้านยังไม่เลิก เพียงแต่เปลี่ยนวิธีไปและคงเป็นอย่างนี้ไปตลอด 3 วันนี้
การเล่นเกมขัดขวางตีรวนด้วยการลักไก่แบบนี้เป็นเรื่องที่ปชป.ถนัดที่สุดและพวกเขาก็รู้ว่าไม่สามารถเอาชนะด้วยเหตุผลและฝ่ายเสียงข้างมากก็คงไม่ยอม แต่ที่พวกเขาต้องการก็คือถ่วงเวลาและพยายามทำลายความชอบธรรมให้มากที่สุด แค่นั้นก็เอาว่างั้นเถอะ
ประเด็นที่ว่าผู้ทำหน้าที่ประธานที่ประชุมสามารถลงชื่อในญัตติเสนอกฎหมายได้หรือไม่ หรือพูดอีกอย่างว่าเมื่อไปลงชื่อในญัตติแล้วยังสามารถทำหน้าที่ประธานได้หรือไม่นั้น ความจริงไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร
ประธานวุฒิสภาเป็นสมาชิกสภาด้วยจึงสามารถใช้สิทธิ์ของการเป็นสมาชิกลงชื่อเสนอญัตติใดญัตติหนึ่งได้เช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นๆ ประธานสภายังมีสิทธิ์ที่จะอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้านในการพิจารณาญัตตินั้นๆ ก็ได้ด้วยเพียงแต่เมื่อจะอภิปรายต้องลงมาอภิปรายข้างล่างเช่นเดียวกับสมาชิกคนอื่นๆ นอกจากนั้นประธานสภายังมีสิทธิ์ที่จะลงมติได้ด้วย และก็มีหลายครั้งหลายหนที่ประธานสภาเคยลงมติมาแล้วไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรและหากลงมติแล้วคะแนนสองฝ่ายเกิดเท่ากัน ประธานก็จะต้องลงมติอีกครั้งหนึ่งเป็นการตัดสินไปทางใดทางหนึ่ง
เมื่อประธานสภาใช้สิทธิ์ของการเป็นสมาชิกแล้วยังสามารถทำหน้าที่ประธานได้อีกหรือไม่ คำตอบก็คือตราบใดที่ประธานทำหน้าที่ถูกต้องตามข้อบังคับซึ่งรวมถึงการวางตัวเป็นกลางด้วย ก็ย่อมสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้ แต่ถ้าประธานไม่ทำตามข้อบังคับหรือวางตัวไม่เป็นกลาง แม้ไม่ได้เป็นผู้เสนอญัตติหรือไม่ได้ใช้สิทธิ์ของการเป็นสมาชิกในทางหนึ่งทางใด การไม่ทำตามข้อบังคับก็ย่อมเป็นการไม่ถูกต้องและไม่ควรทำหน้าที่ประธานต่อไป
ถ้ารัฐสภาโอนเอนไปตามหลักที่ไม่เป็นหลักของฝ่ายค้าน ต่อไปในชั้นกรรมาธิการจะยุ่งยากไปหมดจนแทบทำอะไรกันไม่ได้เลย เมื่อตั้งกรรมาธิการก็จะพบว่าผู้ที่ลงชื่อเสนอญัตติซึ่งมักจะได้รับเลือกให้เป็นประธานหรือรองประธานคณะกรรมาธิการและจะต้องทำหน้าที่ประธานในการประชุมคณะกรรมาธิการ ถึงเวลานั้นก็จะเกิดปัญหาทำนองเดียวกันอีกคือผู้ที่เสนอญัตติที่ได้รับเลือกเป็นประธานคณะกรรมาธิการจะไม่สามารถทำหน้าทีประธานที่ประชุมได้"



