ข่าว

เชียงใหม่ปัญหาหมอกควันเริ่มคลี่คลาย

เชียงใหม่ปัญหาหมอกควันเริ่มคลี่คลาย

01 เม.ย. 2556

เชียงใหม่ปัญหาหมอกควันเริ่มคลี่คลาย หลังฝนตกในหลายพื้นที่ เชื่อเข้าสู่สภาวะปกติก่อนสงกรานต์ ด้าน จ.น่าน พิษหมอกควันไฟและค่าฝุ่นละอองทำให้คนป่วยกว่า 8 หมื่นราย

 

                     1 เม.ย.56 นายอดิศร กำเนิดศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่าในขณะนี้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายแล้ว เหลือเพียงที่บริเวณโรงเรียนยุพราชวิทยาลัย ที่ยังคงมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 10 ไมโครอน เกินค่ามาตรฐาน ในระดับที่ไม่สูงมาก อยู่ที่ 123 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และที่บริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ วัดได้ 97 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

                     ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน ลดลง เนื่องจากในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา หลายพื้นที่ในจังหวัดเชียงใหม่ มีฝนตกลงมา ประกอบกับจังหวัดใกล้เคียงประสบปัญหาเรื่องของพายุฤดูร้อน จึงทำให้สถานการณ์ในพื้นที่คลี่คลายลง ส่งผลให้ในขณะจังหวัดเชียงใหม่มีวันที่ค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานรวมจำนวน 12 วัน ได้แก่ วันที่ 1, 21 - 31 มีนาคม 2556 ส่วนจุด Hotspot ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวานนี้ (31 มี.ค.) มีเพียง 8 จุด ลดลงจากวันที่ (30 มี.ค ) ที่พบถึง 135 จุด

                     ขณะที่สถิติแจ้งเหตุการณ์เผาสะสม ระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ - 31 มีนาคม 2556 เกิดเหตุไฟป่าจำนวน 602 ครั้ง ในพื้นที่ 24 อำเภอ พื้นที่เสียหายประมาณ 5,968 ไร่ แยกเป็น พื้นที่ป่าอนุรักษ์เกิด 404 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 4,636 ไร่ พื้นที่ป่าสงวนเกิด 193 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 1,275 ไร่ และ พื้นที่ข้างทาง ป่า อตก. ที่ราชพัสดุ อื่นๆ 5 ครั้ง พื้นที่เสียหาย 57 ไร่  โดยอำเภอเชียงดาว มีสถิติการเผาป่ามากที่สุด จำนวน 92 ครั้ง รองลงมาคืออำเภอจอมทอง 86 ครั้ง ส่วนจำนวน Hotspot สะสม 1,798 จุด โดยมีจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากภาวะหมอกควันและไฟป่า ในผู้ป่วย 4 กลุ่มโรค (กลุ่มโรคตาอักเสบ, กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด, กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด และกลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ) เมื่อวานนี้มีจำนวน 242 ราย ส่วนจำนวนผู้ป่วยสะสมระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ - 30 มีนาคม 2556 มีจำนวน 48,959 ราย

                     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาติดตามผลการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าเชิงรุกในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนด้วย เพื่อรับฟังปัญหา และแนวทางในการดำเนินการของแต่ละจังหวัด ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน ในพื้นที่ภาคเหนือ พบว่าจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงเป็นจังหวัดที่มีค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานอยู่ที่ 160 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนจังหวัดอื่นค่าฝุ่นละอองเข้าสู่สภาวะปกติ

                     โดยที่จังหวัดลำปางที่สถานีอุตุนิยมวิทยาลำปาง วัดได้ 107 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ,จังหวัดเชียงราย ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด วัดได้ 83 ไมโครกรัม /ลูกบาศก์เมตร และที่บริเวณสำนักงานสาธารณสุข อำเภอแม่สาย วัดได้ 111 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ,จังหวัดแพร่ ที่สถานีอุตุนิยมวิทยา วัดได้ 110 ไมโครกรัม /ลูกบาศ์กเมตร ,จังหวัดพะเยา ที่อุทยานการเรียนรู้กว๊านพะเยา วัดได้ 94 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร

 

น่าน-พิษหมอกควันทำคนป่วยสะสมกว่า 8 หมื่นราย

 

                     ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์หมอกควันไฟในพื้นที่จังหวัดน่าน ยังมีประชาชนเผาป่าในช่วงระยะนี้เพื่อเตรียมพื้นที่ทำไร่ข้าวโพด ที่บริเวณบ้านผาเวียง ต.ส้าน อ.เวียงสา จ.น่าน ก.ม.ที่ 17 ถนนสา-นาน้อย มีการเผาป่าจนลุกลามาถึงริมถนน เป็นบริเวณกว้าง ที่อยู่ใกลตู้ยาม ตร.ผาเวียง หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน 5 (สาลีก) หน่วยจัดการต้นน้ำสามสบ อ.นาน้อย จ.น่าน โดยไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแลแต่อย่างใด

                     นายแพทย์พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีการเผาป่ากันมากทำให้มีหมอกควันไฟที่มีผลกระทบต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคอยู่เดิม โดยเฉพาะโรคหัวใจ ปอด หรือทางเดินหายใจและภูมิแพ้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น และนอกจากนั้นยังมีผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปด้วย จึงได้แจ้งเตือนให้รักษาสุขภาพ หากอยู่ในพื้นที่โล่งให้สวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงออกกำลังกายกลางแจ้ง ผู้ป่วยและเด็กเล็กผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีอาการให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วนทันที และนอกจากมีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยแล้ว หมอกควันไฟยังมีปัญหาต่อการคมนาคมในพื้นด้วย เนื่องจากสภาพพื้นที่เส้นทางรถต้องผ่านป่าเขาขึ้นลงทางโค้งสูงชัน ทัศนวิสัยบริเวณที่มีหมอกควันไฟไม่เกิน 100 เมตร เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย

                     ทั้งนี้ข้อมูลของจังหวัดน่านพบว่า อำเภอเวียงสา มีการจุดไฟเผาป่าทำให้เกิดหมอกควันในพื้นที่เพิ่มขึ้น มากเป็นอันดับ 1 ที่มีการจุดไฟเผาป่าทำให้เกิดหมอกควัน และจุดฮอทสปอทตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม56 เป็นต้นมา ขณะที่อำเภอเวียงสา จำนวน 244 ครั้ง เกิดในพื้นที่ป่าอุทยาน 24 ครั้ง ป่าสงวน 201 ครั้ง พื้นที่การเกษตร 19 ครั้ง ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 72-151ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร PM10 ประจำวันที่ 31 มี.ค.56 ลดลง อยู่ที่ 92 และ AQI อู่ที่ 83 คุณภาพอากาศ ปานกลาง จำนวนจุดความร้อน (Hotspot) ซึ่งแปลผลจากภาพถ่ายดาวเทียม Aqua/terra-MODIS ข้อมูลวันที่ 29 มี.ค.เพิ่มขึ้นจากวันที่ 28 มี.ค.39 จุด วันที่ 29 มี.ค. 111 จุด

                     ในส่วนของผู้ป่วยและญาติที่เข้ารับบริการที่โรงพยาบาลจากจังหวัดน่าน โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง และโรงพยาบาลค่ายสุริยพงษ์ ทั้ง 14 แห่ง จากรายงานการเฝ้าระวังผู้ที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพจากปัญหาหมอกควัน ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. - 27 มี.ค.56 รวมผู้ป่วยด้วยโรคที่เฝ้าระวังจาก 4 กลุ่มโรค รวมทั้งสิ้น 89,990 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 18,934.26 ต่อแสนประชากร กลุ่มโรคที่มรรายงานสูงสุดได้แก่กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด รองลงมาได้แก่ กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด

                     โดยแบ่งเป็นกลุ่มโรคตากอักเสพ มีผู้ป่วยสะสม 2,536 ราย กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด มีผู้ป่วยสะสม 40,922 ราย กลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิด มีผู้ป่วยสะสม 43,844 ราย และกลุ่มโรคผิวหนังอักเสพ มีผู้ป่วยสะสม 2,011 ราย สำหรับโรงพยาบาลน่านมีผู้ป่วยด้วยโรคที่เฝ้าระวังจาก 4 กลุ่มโรค มากที่สุด 29,048 ราย รองลงมา รพ.เวียงสา 10,726 ราย และ รพ.ท่าวังผา 10,233 ราย ผู้ที่ป่วยกลุ่มโรคทางเดินหายใจทุกชนิดมากที่สุด 43,844 ราย รองลงมาเป็นกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดทุกชนิด 40,922 ราย

                     ทั้งนี้รวมผู้ป่วยด้วยโรคที่เฝ้าระวังจาก 4 กลุ่มโรค โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็กเล็กที่มีอาการของโรคหัวใจอยู่แล้วต้องมีอาการหนักขึ้น แพทย์ต้องให้ออกซิเจนตลอดเวลา ขณะที่ผู้ป่วยด้วยโรคปอด ทางเดินหายใจและภูมิแพ้ ตั้งแต่มีปัญหาหมอกควันตั้งแต่ต้นเดือน 1 ม.ค. - 27 มี.ค.56 มีผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพเข้าโรงพยาบาลน่านแล้ว 29,048 ราย ซึ่งเฉลี่ยแล้วสูงถึงวันละ 300 ราย