
ระนองแล้งจัด!ขาดแคลนน้ำ5พันครัวเรือน
ระนองแล้งจัด! ชาวบ้านขาดแคลนน้ำกว่า 5,000 ครัวเรือน ด้าน จ.กาฬสินธุ์ร้อนทะลุ 40 องศาฯ เขื่อนลำปาวเหลือน้ำเพียง 12 เปอร์เซ็นต์
1 เม.ย.56 นายชวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระนอง เปิดเผยว่า จากการที่จังหวัดระนองได้ประสบปัญหาเกิดฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือน ทั้งยังมีอุณหภูมิร้อนจัดในช่วงกลางวัน ปรากฏว่าได้ส่งผลกระทบให้แหล่งน้ำสำรอง คู คลอง หนองบึง มีระดับน้ำแห้งขอด ทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตประปาหมู่บ้าน ประปาภูเขา รวมถึงประปาในตัวเมืองระนองเกิดปัญหา ไม่มีน้ำแจกจ่ายชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านกว่า 5,000 ครัวเรือนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
ในขณะนี้ทาง ปภ.ได้ประสาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งนำรถบรรทุกน้ำ นำน้ำออกแจกจ่ายชาวบ้านที่ประสบความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน ส่วนพื้นที่ทางการเกษตร และสัตว์เลี้ยงที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งทาง ปภ.ได้ประสาน สนง.เกษตรจังหวัด และ สนง.ปศุสัตว์จังหวัดให้เข้าไปตรวจสอบเพื่อที่จะได้เข้าไปดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป
นายชวลิต กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ทางจังหวัดระนองมีคำสั่งจังหวัดที่ 0470/2556 เรื่องจัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งจังหวัดระนอง ประจำปี 2556 ขึ้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง จ.ระนอง โดยการดำเนินการจะเน้นการจัดหาน้ำอุปโภค บริโภค การจัดหาน้ำเพื่อการเกษตร การสร้างรายได้ และส่งเสริมอาชีพระยะสั้น การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการทั้งการป้องกันและการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง พร้อมบูรณาการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งในระดับพื้นที่ และการประสานการปฏิบัติให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนปฏิบัติการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
พร้อมกันนี้ทาง ปภ.ระนอง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 ค่ายรัตนรังสรรค์ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ในการนำรถบรรทุกน้ำนำน้ำออกแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดระนองที่เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้
นายชวลิต กล่าวด้วยว่า จ.ระนอง เป็นจังหวัดที่มีฝนตกชุกถึง 8 เดือนในแต่ละปี มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 4,000 มม. ต่อปี แต่ปรากฏว่าจากสภาพภูมิประเทศที่ลาดชัน และไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำส่งผลให้เมื่อถึงฤดูแล้ง จ.ระนอง จะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้อย่างรุนแรงในทุกๆปี
"จังหวัดระนอง เป็นจังหวัดหนึ่งที่ประสบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนมีนาคม-เมษายน สาเหตุเกิดจากฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ประชาชนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งน้ำเพื่อการเกษตร สร้างความเดือดร้อนต่อการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนโดยทั่วไป" นายชวลิต กล่าว
กาฬสินธุ์ร้อนทะลุ 40 องศาฯ-เขื่อนลำปาวเหลือน้ำ 12%
จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในทุกพื้นที่ของจังหวัดกาฬสินธุ์ นอกจากจะส่งผลให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ลำบากมากขึ้นและขาดแคนน้ำอุปโภค บริโภคแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์อีกด้วย โดยล่าสุดที่สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว หรือสวนสะออน ซึ่งเป็นสวนสัตว์แห่งเดียวในจังหวัดกาฬสินธุ์ และมีสัตว์ป่าสงวนอยู่เป็นจำนวนมาก ตั้งอยู่ทางเข้าเขื่อนลำปาว เจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำให้กับสัตว์เลี้ยงภายในกรง ทุกกรง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้สัตว์โดยเฉพาะ ลิง ชะนี ค่าง เกิดอากาฉุนเฉียว ไม่กินอาหาร ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องหาวิธีคลายร้อนด้วยการฉีดน้ำ
เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสัตว์ ของสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าลำปาว เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีสภาพอากาศร้อนขึ้นกว่าปกติ โดยอุณหภูมินั้นสูงถึง 40 องศา ทำให้สัตว์ ภายในสวนสะออน ไม่สามารถทนต่อสภาพอากาศที่ร้อนจัดได้ ทำให้สัตว์หลายชนิดไม่กินอาหาร จึงจำเป็นต้อง ต่อสายยางเพื่อนำมาฉีดน้ำคลายความร้อนให้แก่สัตว์ โดยในแต่ละวันนั้นจะทำการฉีดน้ำวันละ 2 รอบ คือรอบเช้า เวลาประมาณ 10.00 น.และรอบบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. เพื่อให้สัตว์ได้คลายความร้อน
นอกจากนี้ยังต้องทำการแยกกรงขัง สัตว์จำพวก ลิง ชนะ ค่าง เนื่องจากสัตว์ประเภทนี้ หากเกิดอากาศร้อนจัด อารมณ์จะฉุนเฉียวรุนแรง ซึ่งหากขังรวมกันแล้วจะทำให้สัตว์ทำร้ายกันเอง จึงต้องจัดทำกรงขังแยกใหม่ เพื่อไม่ให้สัตว์ทำร้ายกันเองจนเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม หลังจากที่อุณหภูมิพุ่งทะลุ 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้นักท่องเที่ยวนั้นไม่ค่อยเดินทางมาเที่ยวชมสวนสะออนมากเท่าไหร่นัก จะมีแค่วันหยุดเสาร์และอาทิตย์เท่านั้น
ขณะที่สถานการณ์เขื่อนลำปาวล่าสุด มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 254.7 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 12.86 %ปริมาณน้ำก้นอ่างที่ใช้การไม่ได้ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณที่ใช้การได้เพียง 154.7 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต้องสงวนไว้ในการอุปโภค บริโภคเท่านั้น
อ่วม! พายุฤดูร้อนถล่มหนองคายเสียหายยับ
นายบุญเรียง บุตรศรี นายกเทศมนตรีตำบลสังคม พร้อมด้วยและพนักงานเทศบาลได้ออกสำรวจความเสียหายจากพายุหมุนและฝนตกลงมาอย่างหนัก นานประมาณ 30 นาที เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 31 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งพายุหมุนที่มีความรุนแรงจนสามารถหอบเอาหลังคาสังกะสีของบ้านเรือนราษฎรในเขตเทศบาลได้รับความเสียหาย 20 หลังคาเรือน
ส่วนที่ตำบลแก้งไก่ นายฮง ก่อเขียวหล้า นายก อบต.แก้งไก่ พร้อมพนักงานและเจ้าหน้าที่ ปภ.จ.หนองคาย ได้ออกสำรวจความเสียหาย พบว่าที่บ้านสังกะสี ม.2 บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 30 หลัง วัด 1 แห่ง ,ที่บ้านนาขาม ม.5 บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหาย 43 หลัง และในพื้นที่ ต.สังคม ที่บ้านฟ้าประทาน ม.7 ได้รับความเสียหาย 13 หลัง ที่บ้านม่วงน้ำไพร 2 หลัง นอกจากนี้พายุยังได้พัดต้นยางพาราจนหักโค่น ได้รับความเสียหายกว่า 100 ไร่ และทำให้เสาไฟฟ้าล้มไม่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าไปได้ทำให้ไฟฟ้าดับทั้งคืนอีกด้วย
แมวน้ำแสนรู้ ม.ราชมงคลเครียดอากาศร้อนจัด-งดโชว์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลศรีวิชัย ซึ่งตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตตรัง ต้องนำนากที่มีอยู่ทั้ง 4 ตัว ลงแช่น้ำเพื่อผ่อนคลายความร้อน และปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศในห้องแมวน้ำแสนรู้ทั้ง 4 ตัว ให้ลดลงอีกจากเดิม 25 องศาเซลเซียส เป็น 20 องศาเซลเซียส พร้อมติดตั้งพัดลมไอน้ำเพิ่มอีก 2 ตัว อันเนื่องมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงนี้
พร้อมทั้งยังมีอาการหงุดหงิดและเครียดจัด จนทางครูฝึกต้องพักการแสดงโชว์แมวน้ำแสนรู้เป็นการชั่วคราว และจะกลับมาเปิดการแสดงอีกครั้ง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2556 นอกจากนี้ ยังงดการฝึกท่ายากๆ ให้แก่แมวน้ำ เพื่อให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงนี้ด้วย
ขณะที่ภายในสวนสัตว์เปิดขนาดกลาง ของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำราชมงคลศรีวิชัย ซึ่งมีสัตว์จำพวกลิง ค่าง บ่างชะนี แมวดาว และนกหลากหลายสายพันธุ์ กว่า 30 ตัว ต่างก็เกิดอาการหงุดหงิดและเครียดจัดอันเนื่องมากจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เจ้าหน้าที่จึงต้องฉีดพ่นน้ำขึ้นไปบนหลังคาและต่อสายยางให้สัตว์ต่างๆ ได้อาบและดื่มน้ำ วันละ 2 เวลา คือ ช่วงเช้าเวลา 08.00 น. และช่วงเย็นเวลา 17.00 น. จากปกติที่มีเพียงวันละ 1 เวลาเท่านั้น จากสภาพอากาศที่ร้อนจัดมากกว่าช่วงหน้าแล้งของทุกปีที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่เตรียมย้ายสัตว์ไปอยู่ริมชายหาดราชมงคล เนื่องจากมีต้นสนคอยให้ร่มเงา ซึ่งอาจช่วยลดความเครียดของสัตว์ต่างๆลงได้
พิษณุโลก-น้ำตกแก่งโสภาแห้งขอด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มรุนแรงอย่างหนัก ล่าสุดน้ำลำน้ำเข็ก ซึ่งเป็นต้นน้ำของลุ่มน้ำวังทอง ได้เริ่มแห้งขอดจำนวนมาก บางช่วงไม่มีน้ำสามารถเดินผ่านไปมาได้ โดยเฉพาะบริเวณน้ำตกแก่งโสภา อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำแห้งขอด แทบไม่มีน้ำ หรือไม่เห็นเป็นภาพน้ำตกเหมือนที่ผ่านมา สภาพที่เห็นกลับกลายเป็นก้อนหินมหึมา ขนาดใหญ่โตจำนวนมาก ทับถมกันยาวเหยียดกว่า 200 เมตร สร้างความน่าสนใจแก่นักท่องเที่ยวอีกมุมมองหนึ่ง แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวที่พาครอบครัวมาพักผ่อนคลายร้อนเล่นน้ำบริเวณต้นน้ำตกที่มีปริมาณน้ำตื้นเขินเช่นกัน
ขณะที่ระบบนิเวศทางธรรมชาติ ที่บริเวณลำน้ำเข็กอย่างมีความอุดมสมบูรณ์ และพบว่ามีสัตว์น้ำบางชนิดมาวางไข่ที่บริเวณต้นน้ำตกแก่งโสภา ที่มีลักษณะเป็นสีเขียว กลมลี จำนวนหลายหมื่นฟอง สร้างความประหลาดใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาเที่ยวเล่นน้ำตกเป็นอย่างมาก
สำหรับน้ำตกแก่งโสภา เป็นน้ำตกที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ในช่วงเดือนกันยายน จะมีปริมาณน้ำมากที่สุดในรอบปี แต่เมื่อถึงเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำก็จะแห้งขอดสามารถเดินผ่านไปมาได้ดังกล่าว ขณะที่ช่วงฤดูฝน สภาพลำน้ำก็จะเต็มด้วยสายน้ำเชี่ยวกราด สีขุ่นแดง ปริมาณน้ำจำนวนมาก ได้ท่วมโขดหินก้อนขนาดใหญ่ อุทยานฯ ได้บันทึกภาพเปรียบเทียบความแตกต่างของสภาพน้ำให้นักท่องเที่ยวได้ชมในมุมเดียวกันของทั้ง 12 เดือน โดยพบว่า เดือนกันยายน-ตุลาคม ของทุกปี ในช่วงหน้าฝน จะมีปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลไหลผ่านน้ำตกแก่งโสภา ขณะที่เดือนมีนาคม-เมษายน ลำน้ำเข็กแทบจะแห้งขอด



