
'ปชป.'ประท้วง'นิคม'ส่อไม่เป็นกลาง
ประชุมรัฐสภา แก้รธน. สส.ปชป. ประท้วงวุ่นกว่า 1 ชั่วโมง ปม 'นิคม'ส่อไม่เป็นกลางทำหน้าที่-ขัดรธน. ด้าน'ปธ.วิปค้านฯ'ฉุน ได้เวลาอภิปรายน้อยกว่า'รบ.'
เมื่อเวลา 10.30 น. ได้เริ่มการประชุมรัฐสภา ซึ่งพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นรายมาตรา วันแรก โดยก่อนเข้าสู่วาระประชุม นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ขอรับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาที่ใช้อภิปราย โดยนายอำนวย คลังผา สส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ระบุว่า พรรคร่วมรัฐบาลได้ 15 ชั่วโมง, พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 11 ชั่วโมง และ สว. ได้ 8 ชั่วโมง ทั้งนี้เวลาดังกล่าวยังไม่รวมเวลาที่ใช้ในการประท้วง ส่วนจะนับเวลาเป็นอย่างไรขอให้เป็นดุลยพินิจของประธานในที่ประชุม
ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับเวลาอภิปรายที่ได้จัดสรรให้กับฝ่ายค้าน ทำให้นายสมศักดิ์ ระบุขอให้ประธานวิปทั้ง 2 ฝ่ายไปหารือกัน
ทั้งนี้ นายจุรินทร์ และนายนริศ ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือเพื่อให้นายสมศักดิ์แก้ไข ในประเด็นที่ข้าราชการสภาฯ ในสำนักวิชาการ และสำนักการประชุม ไม่ได้มาร่วมการประชุมของวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่าไม่ได้รับการอนุญาตจากประธานสภาฯ โดยนายสมศักดิ์ ได้สรุปว่าครั้งต่อไปเจ้าหน้าที่สามารถร่วมประชุมวิปฝ่ายค้านได้โดยไม่ต้องมีการขออนุญาต
ต่อจากนั้นยังคงเป็นการประท้วงการทำหน้าที่ของนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ฐานะรองประธานรัฐสภา ที่ไม่เหมาะสมในการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมรัฐสภา โดยนายธนา ชีรวินิจ สส.กทม พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราที่ผ่านมา นายนิคม ได้มีการแสดงความเห็นในทางโน้มเอียงให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ดำรงตนเป็นกลาง ทั้งนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดต่อจริยธรรม คุณธรรม และรัฐธรรมนูญ ดังนั้นขอให้นายสมศักดิ์ สั่งนายนิคม ยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานในที่ประชุม
ขณะที่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นายนิคม ได้สวมหมวก 2 ใบ คือ ฐานะประธานวุฒิสภา หรือสมาชิกวุฒิสภา และรองประธานรัฐสภา ดังนั้นการแสดงความเห็นในบทบาทของสมาชิกวุฒิสภา จึงสามารถทำได้ ส่วนตนนั้นไม่มีสิทธิ์วินิจฉัยชี้ขาดตามที่นายธนาเรียกร้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในประเด็นดังกล่าวได้มีการใช้เวลาอภิปราย และประท้วง อยู่เกือบ 1 ชั่วโมง แม้นายสมศักดิ์ จะตัดบทให้เข้าสู่การนำเสนอหลักการและเหตุผลของการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงประท้วงด้วยเหตุที่ไม่เชื่อว่านายนิคม จะทำหน้าที่รองประธานรัฐสภาได้อย่างเป็นกลาง ทั้งนี้นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ได้ใช้สิทธิ์หารือถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ยังคาอยู่ในระเบียบวาระ และเตรียมจะลงมติในวาระสาม โดยนายสมศักดิ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญว่า “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ยังคงอยู่ในสภา ไม่ไปไหน แต่เป็นคนละส่วนกัน”
ในท้ายสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หารือเพื่อแก้ปัญหา ว่าขอให้ประธานรัฐสภา ไปหารือกับนายนิคม ต่อการขึ้นทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพราะนายนิคม ได้ลงลายมือชื่อเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ว่าด้วยแก้ไขมาตรา 190 ว่าด้วยหนังสือสัญญา และฉบับที่ขอแก้ไข มาตรา 237 ว่าด้วยการยุบพรรคและมาตรา 68 ว่าด้วยอำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการรับและวินิจฉัยเรื่อง จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่เป็นกลาง และอาจทำให้เกิดการประท้วงเสียเวลา ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาควรสอบถามความสมัครใจของนายนิคม และแจ้งให้สมาชิกรัฐสภาทราบก่อนที่ขึ้นมาทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
โดยนายสมศักดิ์ ระบุว่า จะรับไปพิจารณาและขอให้ดำเนินการประชุมเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป โดยได้ให้ผู้ที่นำเสนอร่างแก้ไข ชี้แจงหลักการและเหตุผล
"ปธ.วิปค้านฯ"ฉุน ได้เวลาอภิปราย แก้รธน. น้อยกว่า"รบ."
นายจุรินทร์ กล่าวก่อนประชุมรัฐสภา วาระพิจารณาร่างรธน.แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..)ว่า เรื่องเวลาการอภิปรายของฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล ยังมีปัญหากันอยู่ การที่รัฐบาลออกมาระบุว่าได้เวลา 15 ชั่วโมง ส่วนฝ่ายค้านได้เวลา 11 ชั่วโมงก็เป็นการแถลงข้างเดียว เพราะการเจรจายังไม่ได้ข้อยุติ ทั้งนี้การปฏิบัติที่ผ่านมาฝ่ายค้านไม่เคยได้เวลาน้อยกว่ารัฐบาล เพราะอย่างน้อยต้องได้เวลาเท่ากัน
ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวต่อว่า หากจะมีการอ้างมติของวิป 3 ฝ่าย หรือลงมติแล้ววิปรัฐบาลและวิปวุฒิสภา จะร่วมมือกันบังคับฝ่ายค้านให้ดำเนินการตามก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเคยมีปัญหาจากกรณีที่การประชุมวิป 3ฝ่าย ว่าจะให้มีการพิจารณาให้ที่ประชุมสภาฯ อนุญาตให้มีการญัตติในสมัยสามัญนิติบัญญัติได้หรือไม่ อย่างไรก็ตามหากจะได้ข้อตกลงเรื่องกรอบเวลาการอภิปราย ก็ต้องเจรจาอีกครั้งหนึ่งไม่ใช่การบังคับฝ่ายเดียว แต่หากดำเนินการลักษณะนี้อยู่ ก็ต้องทำให้ฝ่ายค้านอภิปรายครบทุกคน ที่แจ้งความจำนงจะอภิปรายไว้ 40 คน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ได้ลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย จะสะท้อนความเป็นกลางในการทำหน้าที่ ประธานการประชุมรัฐสภาและสมควรทำหน้าที่หรือไม่ นายจุรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ว่า หากปฏิบัติหน้าที่ประธานการประชุมด้วย จะเป็นเรื่องขัดกันในเรื่องผลประโยชน์และเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งนายนิคมสามารถทำได้ 2 แนวทาง คือ 1.หากยืนยันเป็นผู้ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะขอแสดงความจำนงไม่ทำหน้าที่ประธานการประชุม และ 2.หากประสงค์จะทำหน้าที่ประธานการประชุมก็ควรถอนชื่อการเสนอร่างแก้ไขฯ เพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน ความไม่เป็นกลางและข้อครหาในการปฏิบัติหน้าที่



