ข่าว

วรรณกรรมเวียดนาม-ภาษาเขมรและงานสัปดาห์หนังสือฯไทย

วรรณกรรมเวียดนาม-ภาษาเขมรและงานสัปดาห์หนังสือฯไทย

01 เม.ย. 2556

วรรณกรรมเวียดนาม-ภาษาเขมรและงานสัปดาห์หนังสือฯไทย : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับประภัสสร เสวิกุล


          ผมอ่านพบข่าวที่น่าสนใจของสมาคมนักเขียนเวียดนามข่าวหนึ่ง นั่นคือการที่สมาคมนักเขียนเวียดนามได้ลงนามในความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาและฝึกอบรมของเวียดนาม เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนวรรณกรรมในโรงเรียน ระหว่าง ค.ศ.2013-2020 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ปรับปรุงตำราเรียน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเพิ่มพูนคุณภาพและเทคนิคของการสอนภาษาเวียดนาม รวมทั้งการศึกษาวรรณกรรมในโรงเรียน

          ตามโครงการดังกล่าว กระทรวงศึกษาและฝึกอบรมของเวียดนามจะให้สมาคมนักเขียนเวียดนามเข้าร่วมปรับปรุงแผนการศึกษาและการสอน โดยเชิญนักเขียนผู้มีชื่อเสียงมาให้คำปรึกษาและจัดการสัมมนาการเรียนการสอน นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาฯ ยังจะให้ความสนับสนุนนักเขียน ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าให้มีปฏิสัมพันธ์กับโรงเรียนหรือหน่วยงานด้านการศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิด และให้ความรู้ด้านการเรียนการสอนวรรณกรรม

          กระทรวงศึกษาฯ เวียดนาม มีแนวคิดที่จะร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในการจัดกิจกรรมด้านการศึกษา กับจะเปิดชั้นเรียนวรรณกรรมสำหรับครูและนักเรียนขึ้นในกรุงฮานอย โดยจะมีรางวัลให้แก่ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการเรียนการสอนดังกล่าว และประการสุดท้ายคือ กระทรวงจะควบคุมสำนักพิมพ์ในเวียดนามให้ร่วมมือกับศูนย์กลางลิขสิทธิ์ของเวียดนาม ในการปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์

          เวียดนามเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญแก่นักเขียนเป็นอย่างมาก ในฮานอยมีวิหารวรรณกรรม (วันเหมียว) ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ในสมัยโบราณ มีวันกวีแห่งชาติในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี สมาคมนักเขียนของเวียดนามเองก็ได้รับการยอมรับและความสนับสนุนจากรัฐบาลและพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเป็นอย่างดี ทั้งนี้ เนื่องจากนักเขียนและกวีเวียดนามจากอดีตถึงปัจจุบันก็มีบทบาททั้งในการร่วมต่อสู้เพื่อเอกราช และสร้างงานที่สร้างสรรค์สังคม ในเวลานี้ เมื่อสภาพของชีวิตความเป็นอยู่ของคนเวียดนามได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต เวียดนามก็ต้องเผชิญกับกระแสโลกาภิวัตน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้เกิดความคิดที่จะใช้วรรณกรรมเป็นเครื่องมือในการปลูกจิตสำนึกของนักเรียนและเยาวชนให้ตระหนักในความสำคัญของภาษาเวียดนาม และคุณค่าของวรรณกรรมของชาติ ขณะเดียวกัน การละเมิดลิขสิทธิ์เป็นปัญหาสำคัญของเวียดนามที่นานาชาติมีความกังวลใจ ดังนั้น เวียดนามจึงต้องหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อมิให้เชื่อมโยงไปถึงการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศ

          เมื่อผมไปกัมพูชาคราวนี้ ได้มีโอกาสพบกับประธานราชบัณฑิตสภาของกัมพูชา ผมได้เรียนถามถึงปัญหาเรื่องการใช้ภาษาของคนกัมพูชารุ่นใหม่ ท่านประธานราชบัณฑิตฯ ตอบว่า ราชบัณฑิตกัมพูชาไม่ได้ดูแลงานด้านนี้ แต่มีสถาบันภาษาแห่งชาติที่คอยดูแลเรื่องนี้อยู่ ซึ่งทำให้ผมย้อนกลับมานึกถึงเมืองไทยของเราว่า เรามี “วันภาษาไทย” แต่กลับไม่มีสถาบันภาษาไทยแห่งชาติ ที่จะทำหน้าที่ศึกษาดูแลภาษาไทย หรือพัฒนาการเรียนการสอนและการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้องโดยตรง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่ออนาคตของภาษาไทยเป็นอย่างยิ่ง

          ช่วงนี้เป็นช่วงของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ และงานมหกรรมหนังสือนานาชาติ ก็เลยนำเรื่องราวเกี่ยวกับหนังสือหนังหาและภาษาของเวียดนามและกัมพูชามาเล่าสู่กันฟัง เผื่อว่ากระทรวงศึกษาธิการ หรือกระทรวงวัฒนธรรมของไทย จะเกิดปิ๊งไอเดียอะไรดีๆ ขึ้นมาบ้าง