
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่1มี.ค.2556
อินไซด์ยุติธรรมประจำวันที่1มี.ค.2556
** "ธาริต เพ็งดิษฐ์" อธิบดีดีเอสไอ ประกาศปรับโครงสร้าง 10 ภาค รองรับการเปิดเสรีอาเซียน วาดฝันจะเป็นองค์กรมืออาชีพเทียบชั้นเอฟบีไอของสหรัฐ และโซกาของอังกฤษ คร่าวๆ กำหนดให้มีศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 1-10 เพื่อให้มีหน้างานครบทุกพื้นที่ทั่วไทยให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ "ธาริต" ยังได้จัดตั้งหน่วยวิเคราะห์อาชญากรรม เพื่อรองรับภารกิจการวิเคราะห์อาชญากรรมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ฟังได้ความเช่นนี้จึงเชื่อแน่ว่าก้าวย่างของการอัพเกรดเป็นซูเปอร์กรม น่าจะสำเร็จถึงฝั่งได้ภายใต้ร่มเงารัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะคอนเซ็ปต์ของสำนักงานสอบสวนคดีพิเศษคือเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลใช้ปราบปรามอาชญากรรม แต่สำหรับประชาชนและประเทศชาติคงต้องเริ่มตั้งคำถามว่าจะได้อะไรจากซูเปอร์กรม ทุจริตจำนำข้าวก็เป็นโกงสีขาว คดีหลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรูก็นิ่งสนิท มองไม่เห็นความต่างระหว่าง "ธรรมดา" กับ "พิเศษ"
**ตื่นเต้นกันไปทั้งบางกับการนำเทคโนโลยี กำไลข้อมือข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์มาใช้คุมขังนักโทษนอกเรือนจำ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เจ้ากระทรวงตาชั่ง จึงต้องยกทีมผู้บริหารกรมราชทัณฑ์ คุมประพฤติ สำนักกิจการยุติธรรม มานั่งเรียงหน้ากระดานแถลงข่าวชี้แจงทำความเข้าใจถึงความไม่พร้อม เพราะยังไม่ได้ออกระเบียบรองรับโดยเฉพาะประเภทคดีที่อยู่ในเกณฑ์คุมขังนอกคุก อย่างน้อยๆ ต้องไม่ใช่นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ เร็วที่สุดน่าจะเป็นช่วงปลายปี 56 คงได้ทดลองใช้ระบบจำกัดบริเวณให้ติดคุกอยู่ในบ้านตัวเอง
**พ.ต.ท.ชินโชติ แดงสุริย์ศรี ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา มั่นใจปีนี้ไทยจะมีข่าวดีจากการปรับลดชั้นประเทศที่ถูกเฝ้าระวังเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากดีเอสไอมีผลงานกวาดล้างจับกุมสินค้าก๊อบปี้อย่างจริงจังโดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง ทั้งตัวเลขการจับกุมและสินค้าของกลางเพิ่มขึ้น 100% **



