
'คิม'ขู่กดปุ่มแดงปิดบัญชี'สหรัฐ'
ผู้นำเกาหลีเหนือ ขู่จะกดปุ่มแดง ปิดบัญชีสหรัฐ พร้อมแพร่ภาพนั่งวางแผนในวอร์ รูม ขณะที่ 'มะกัน-โสมขาว' ไม่แยแส ชี้แค่การทำสงครามน้ำลาย
31 มี.ค. 56 นายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่า เขาจะปิดบัญชีกับสหรัฐ โทษฐานที่ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดสเตลธ์ บี-ทู ที่มีศักยภาพในการบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ เข้าไปข่มขู่เขาถึงคาบสมุทรเกาหลี
นายคิม จอง-อึน ที่ถูกตะวันตกมองว่า ดื้อรั้นมากขึ้่นเรื่อย ๆ กล่าวว่า เขาจะกดปุ่มสีแดง และมีการแพร่ภาพของเขาอยู่ใน " วอร์ รูม " โดยมีแผนที่เป็นฉากหลัง ขณะวางแผนเล็งเป้าขีปนาวุธโดยมีเป้าหมายไปที่บรรดานครใหญ่ของสหรัฐ และในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากเขาเรียกร้องให้เตรียมพร้อมทำสงครามกับเกาหลีใต้และสหรัฐ ชาวเกาหลีเหนือหลายพันคน ได้ออกไปชุมนุมกันที่จตุรัสในกรุงเปียงยาง พร้อมกับร้องตะโกนให้กำจัดสหรัฐ ที่เป็นผู้รุกรานและเป็นพวกลัทธิจักรวรรดินิยม
ด้านกระทรวงกลาโหมของสหรัฐ ระบุว่า การส่งเครื่องบินสเตลธ์ บี ทู ไปยังคาบสมุทรเกาหลีเป็นการบินสาธิตให้เห็นว่า สหรัฐมีศักยภาพในการโจมตีตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำด้านรัสเซียได้เตือนว่า สหรัฐและเกาหลีเหนือ กำลังเข้าสู่เกมอันตรายด้วยการใช้เทคนิคการแก้ไขสถานการณ์ที่ล่อแหลมจะหายนะ และอาจลุกลามเกินกว่าจะควบคุมได้
นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซีย บอกว่า รัสเซียต่อต้านแนวทางของฝ่ายใดก็ตาม ที่รังแต่จะทำให้ความตึงเครียดเพิ่มมากขึ้น เขายังเตือนด้วยว่า สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี กำลังลุกเป็นไฟ ที่ไม่ใช่เพราะผู้กระหายสงครามอย่างเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่เป็นเพราะการแสดงแสนยานุภาพทางทหารระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ด้วย
ด้านเกาหลีใต้ ระบุเมื่อวานนี้ว่า ได้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ในหน่วยทหารของเกาหลีเหนือ โดยเชื่อว่า กำลังมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งหน่วยข่าวกรองของสหรัฐและเกาหลีใต้ กำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมตัวจะยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้ - พิสัยกลาง หรือ พิสัยไกลหรือไม่ ซึ่งในจำนวนนี้ รวมถึงขีปนาวุธสกั๊ด และมูซอดัน
'สหรัฐ-เกาหลีใต้' ไม่แยแสคำขู่เกาหลีเหนือ
เกาหลีเหนือออกมาขู่เมื่อวันเสาร์ว่า กำลังเข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้ แต่เกาหลีใต้และสหรัฐ กลับไม่ได้ความสนใจและมองว่าไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำสงครามน้ำลายเหมือนที่แล้ว ๆ มา
เกาหลีเหนือ ยังขู่จะปิดเขตอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นความร่วมมือที่ยังเหลืออยู่ระหว่างสองเกาหลีที่ช่วยให้เกาหลีเหนือ มีรายได้จากการค้าปีละ 2 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งสหรัฐ ระบุว่า ให้ความสนใจต่อคำขู่เกาหลีเหนือ แต่ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือมีประวัติชอบใช้วาจาชวนทะเลาะวิวาทอยู่เสมอ ด้านรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายพยายามอดกลั้น
ความตึงเครียดได้เพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่นายคิม จอง-อึน ผู้นำคนใหม่ของเกาหลีเหนือ สั่งการให้ทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 3 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อันเป็นการละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ และไม่สนใจคำเตือนของจีน พันธมิตรรายใหญ่แต่เพียงรายเดียวของเกาหลีเหนือ สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ หรือ เคซีเอ็นเอ รายงานว่า รัฐบาล พรรคกรรมกร และสถาบันระดับชาติอื่น ๆ ต่างร่วมกันออกแถลงการณ์ว่า นับจากนี้ไป ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ จะเข้าสู่ภาวะสงคราม และปัญหาระหว่างสองชาติจะถูกจัดการอย่างสิ้นซาก
รัฐบาลเกาหลีใต้ ระบุว่า แถลงการณ์ล่าสุดของเกาหลีเหนือ ไม่มีอะไรให้ตื่นตระหนก เพราะไม่มีอะไรมากไปกว่าการยั่วยุ / เมื่อวันศุกร์ นายคิม จอง-อึน ได้ลงนามในคำสั่งให้หน่วยขีปนาวุธ เข้าเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งโจมตีฐานทัพสหรัฐในเกาหลีใต้และแปซิฟิก หลังจากสหรัฐส่งเครื่องบินสเตลธ์ทิ้งระเบิด บี-ทู ที่มีขีดความสามารถในการบรรทุกนิวเคลียร์ เข้าไปยังคาบสมุทรเกาหลี เพื่อร่วมการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้
สหรัฐ ระบุว่า เป็นเที่ยวบินปฏิบัติการคุ้มกันทางการทูต เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น และพยายามที่ผลักดันให้เกาหลีเหนือ กลับคืนสู่โต๊ะเจรจา แต่ก็ไม่ทราบว่า นายคิมจะเข้าใจความประสงค์นี้หรือไม่
ในทางเทคนิค เกาหลีเหนือกัเกาหลีใต้เป็นคู่สงครามกัน นับตั้งแต่มีการเจรจาสงบศึก เพื่อยุติสงครามเกาหลี ช่วงระหว่างปี 2493-2496 และผู้เชี่ยวชาญหลายคน มองว่า เกาหลีเหนือเสี่ยงที่จะพ่ายแพ้อีกครั้ง ถ้าสงครามเต็มรูปแบบเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง
เปรียบเทียบแสนยานุภาพทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้
หลังจากเกาหลีเหนือ ประกาศนำพาประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้ ทำให้เกิดการเปรียบเทียบความแข็งแกร่งของกองทัพของสองประเทศ โดยอาศัยรายงานประจำปี ว่าด้วยขั้วอำนาจทางทหาร ประจำปี 2554 ของสถาบันยุทธศาสตร์ศึกษานานาชาติ ที่มีสำนักงานอยู่ที่กรุงลอนดอน ซึ่งพบว่า เมื่อปี 2551 เกาหลีเหนือ ทุ่มงบประมาณประจำปีไป 8,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 246,000 ล้านบาท เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บให้กับกองทัพ หรือ 22-24 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ขณะที่งบประมาณทางทหารของเกาหลีใต้ เมื่อปี 2555 อยู่ที่ 30,800 ล้านดอลลาร์ หรือราว 924,000 ล้านบาท หรือ 2.7 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สภาพเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ดีกว่า และมีงบประมาณเหนือกว่าด้วย
นอกจากนี้ เกาหลีใต้ยังอยู่ใต้ร่มเงานิวเคลียร์คุ้มกันของสหรัฐ แต่เกาหลีเหนือ เพิ่งจะทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 3 ไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยอ้างว่า มีศักยภาพพอที่จะติดหัวรบได้แล้ว แต่ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพิสัยของขีปนาวุธ , ขีดความสามารถในการผลิต หรือการติดรบหัวรบนิวเคลียร์ ล้วนแต่ออกมาในเชิงขัดแย้งกันตลอด ก่อให้เกิดความสงสัยว่า จริง ๆ แล้ว ความสามารถในด้านนี้ของเกาหลีเหนือ อยู่ในขั้นตอนไหนกันแน่
ในเรื่องของกำลังทางทหาร พบว่า เกาหลีเหนือมีกำลังคน 1 ล้าน 2 แสนนาย ส่วนเกาหลีใต้มี
655,000 นาย บวกทหารสหรัฐอีก 28,000 นาย / ในส่วนของทหารกองหนุนและกองกำลังกึ่งทหาร เกาหลีเหนือมี 5-7.7 ล้านนาย / เกาหลีใต้มี 3 ล้านนาย
เกาหลีเหนือมีรถถัง 4,100 คัน / เกาหลีใต้มี 2,400 คัน บวกกับของสหรัฐอีก 50 คัน เกาหลีเหนือมียานยนต์หุ้มเกราะลำเลียงพล 2,500 คัน / เกาหลีใต้มี 2,600 คัน บวกของสหรัฐอีก 110 คัน เกาหลีเหนือมีปืนใหญ่ 8,500 กระบอก / เกาหลีใต้มีอยู่ 5,200 กระบอก บวกของสหรัฐ 16 กระบอก
เกาหลีเหนือมีเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง 5,100 เครื่อง / เกาหลีใต้มี 200 เครื่อง บวกของสหรัฐอีก 40 เครื่อง เกาหลีเหนือมีปืน ค. 7,500 กระบอก / เกาหลีใต้มี 6,000 กระบอก เกาหลีเหนือมีปืนต่อสู้อากาศยาน 11,000 กระบอก เกาหลีใต้มี 300 กระบอก
ในส่วนกำลังรบทางอากาศ เกาหลีเหนือมีเครื่องบินรบ 820 ลำ แต่ใช้งานได้ 620 ลำ / เกาหลีใต้มี 460 ลำ บวกของสหรัฐอีก 90 ลำ เกาหลีเหนือมีเฮลิคอปเตอร์ 300 ลำ / เกาหลีใต้มี 680 ลำ บวกของสหรัฐ อีก 120 ลำ
ในส่วนกองทัพเรือ เกาหลีเหนือมีเรือรบ 3 ลำ / เกาหลีใต้มี 19 ลำ เกาหลีเหนือมีเรือลาดตระเวณและเรือปฏิบัติการชายฝั่ง 383 ลำ / เกาหลีใต้มี 111 ลำ เกาหลีเหนือมีเรือดำน้ำ 70 ลำ / เกาหลีใต้มี 23 ลำ เกาหลีเหนือมีเรือสะเทินน้ำสะเทินบก 135 ลำ / เกาหลีใต้มี 5 ลำ เกาหลีเหนือมีเรือยกพลขึ้นบก 130 ลำ / เกาหลีใต้มี 41 ลำ
--------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



