
'ทนเมียด่าไม่ไหว'ผัวฆ้อนทุบหัวดับ
'ทนเมียด่าไม่ไหว' ผัวโหด..ฆ้อนทุบหัวดับ : ตะลุยข่าว โดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์
ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวของสังคมไทยนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและสตรี จะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว แต่ปัจจุบันเริ่มขยายมายังกลุ่มผู้สูงอายุ โดยที่เหยื่อสูงวัยเองก็ไม่กล้าบอกหรือเล่าให้ผู้อื่นฟังว่าถูกกระทำรุนแรงจากคนในครอบครัว ยิ่งไปกว่านั้นการที่ปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่กันเองตามลำพัง อาจนำไปสู่ปัญหาความรุนแรงที่ไม่มีใครคาดคิด
เมื่อสามีวัยดึกใช้ฆ้อนทุบศีรษะภรรยาคู่ทุกข์จนเสียชีวิต โดยอ้างว่าทนคำบ่นหรือคำดุด่าของภรรยาไม่ไหวจึงบันดาลโทสะใช้ฆ้อนทุบตีจนเสียชีวิต แต่หากวันนั้นมีลูกหลานอยู่ใกล้ตัว อาจช่วยห้ามปรามคงไม่เกิดความสูญเสียเช่นนี้
ราว 11 โมงเช้าของวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา ร.ต.ต.สำเริง สุดจิตร พนักงานสอบสวนเวร สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 8/3 ถนนซอยตาเริ่ม หมู่ 8 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้รับทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี ,พ.ต.ท.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.โชคชัย สุทธิเมฆ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมคิด ใหม่คง สว.สส. และอาสาสมัคร หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลศรัทธาประจำ อ.กาญจนดิษฐ์
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวแบบยกพื้นสูง ภายในบ้านพบศพนางประทีป จตุรงค์แสง อายุ 70 ปี มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนที่บนพื้นและผนังเต็มไปด้วยรอยคราบเลือดจำนวนมาก เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานให้อาสาสมัครกู้ภัย ฯนำศพส่งชันสูตรหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งที่โรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นางประทีป อาศัยในบ้านกับนายห้วน จตุรงค์แสง อายุ 68 ปี สามีซึ่งล้มป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เดินเหินไม่คล่องตัวมากนัก แต่สามารถช่วยเหลือตัวเองทำกิจวัตรส่วนตัวได้ แต่ระยะหลังๆ มักจะมีปากเสียงกับภรรยากันบ่อยครั้ง โดยหลังเกิดเหตุสามีได้หายตัวไปอย่างมีพิรุธ ซึ่งผิดวิสัยของคนที่อยู่ด้วยกัน
พ.ต.อ.สุริยา จึงนำกำลังตำรวจจำนวนหนึ่ง ออกติดตามจนพบตัวในช่วงเย็นของวันเดียวกัน โดยนายห้วนกำลังนอนพักผ่อนอยู่ในขนำ กลางสวนยางในพื้นที่ใกล้เคียงกันซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไม่มากนัก และให้การรับสารภาพกับตำรวจว่า เป็นผู้ใช้ค้อนตีศีรษะภรรยาจนเสียชีวิต เนื่องจากโกรธแค้นที่ภรรยาชอบพูดจาดุด่าอยู่เป็นประจำ จึงบันดาลโทสะใช้ค้อนทุบตีภรรยาจนล้มลงแน่นิ่งไปและเสียชีวิตในที่สุด
ก่อนที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์รับแจ้งนั้น สืบเนื่องจากในช่วงเช้าของวันที่ 24 มีนาคม เพื่อนบ้านของนางประทีปที่มีบ้านพักอยู่ใกล้เคียงกัน ไม่เห็นนางประทีปออกมาจากบ้านเลยตั้งแต่คืนวันที่ 23มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งผิดปกติของผู้สูงอายุและเกิดสังหรณ์ใจ จึงให้เด็กๆ ที่อยู่บริเวณนั้นปีนบ้านเข้าไปดู เด็กเห็นว่าภายในบ้านได้กลิ่นคาวเลือดอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านและมองเห็นศพนางประทีป จึงแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และตำรวจตามจับตัวนายห้วน สามีของนางประทีปได้ดังกล่าว
นายห้วน ให้การรับสารภาพอีกด้วยว่า ตนเองป่วยเป็นอัมพฤกษ์มานาน 2 ปีแล้ว เดินเหินไม่สะดวก ช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ กลับถูกนางประทีปดุด่าว่ากล่าวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิดไปหมด ด้วยความคับแค้นใจ ในตอนเย็นวันที่ 23 มีนาคม จึงพยุงตัวขึ้นยืนดักรออยู่หน้าห้องน้ำ ขณะนางประทีปกำลังอาบน้ำอยู่ พอนางประทีปเปิดประตูออกมา ก็ใช้ฆ้อนกระหน่ำตีไปหลายครั้งจนล้มลง แล้งจึงได้หลบหนีไปนอนในขนำกลางสวนยาง ตลอดคืนที่ผ่านมาจนมาถูกตำรวจจับกุมได้ในที่สุด
อย่างไรก็ตาม บรรดาญาติพี่น้องของนางประทีป ให้การกับตำรวจเพิ่มเติมด้วยว่า ก่อนหน้านี้นายห้วน เป็นคนไม่ทำมาหากิน เอาแต่ขายสมบัติเก่าของภรรยา แล้วเร่ร่อนไปๆ มาๆ ที่อื่นๆ นานหลายปี หลังจากหมดสภาพแล้วจึงกลับมาอยู่บ้านกับนางประทีป ซึ่งนางประทีปก็ไม่สนใจใยดีมากนัก เนื่องจากสามีออกจากบ้านไปนานและไม่เคยช่วยทำมาหากิน จึงมีเรื่องทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง จนมาเกิดเหตุสลดใจดังกล่าว
เบื้องต้นนายห้วน ถูกพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ดำเนินคดีต่อไปตามกระบวนการของกฎหมายต่อไปไม่มีการละเว้นแม้ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ทีป่วยเป็นอัมพฤกษ์ เพราะหากก่อเหตุฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายก็ต้องได้รับโทษตามกฏหมายส่วนจะมากหรือน้อยอยู่ที่คำพิพากษาของศาลตามกระบวนการยุติธรรมของกฏหมายไทย
...................
(หมายเหตุ : 'ทนเมียด่าไม่ไหว' ผัวโหด..ฆ้อนทุบหัวดับ : ตะลุยข่าว โดยสุวรรณี บัณฑิศักดิ์)



