
สัมผัสสวนเกษตรริมไหล่ถนนหลวง
สัมผัสสวนเกษตรริมไหล่ถนนหลวง ตามโครงการ'ถนนสวยด้วยใจภักดิ์' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร :โดย..ดลมนัส กาเจ
เราเริ่มต้นในเขตเทศบาลเทศบาลตำบลปลายพระยา อ.ปลายพระยา อ.กระบี่ ไปตามถนนหลวงหมายเลข 4030 สายอ่าวลึก-พระแสง ตั้งแต่ชุมชนบ้านปากน้ำ ในเทศบาลตำบลปลายพระยา ถึงบ้านหน้าสวน เขตติดกับ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี มีระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร พบว่าทั้งสองฝากฝั่งถนนจะแลเห็นความเขียวขจีของพืชผักสวนครัวที่เกษตรกรปลูกไว้ โดยเฉพาะหากเป็นช่วงฤดูฝนยิ่งสวยงามนัก เพราะจะมีพืชผักที่หลากหลายทั้งแต่ใบกระเพรา โหรพา ผักชี ฝักทอง ข้าวโพดหวาน มันสำปะหลัง(พันธุ์ 5 นาที) กล้วย สับปะรดและมะละกอ จะขึ้นเต็มไปหมด
ถนนหลวงสายนี้ มีสภาพคดโค้ง เดิมทีบางช่วง เราจะแลเห็นตลอดแนวสองฝากฝั่งของถนนจะเต็มไปด้วยแมกไม้ป่า ทั้งป่าละเมาะและไม้ยืนต้น และเป็นถนนหลวงอีกสายหนึ่งที่เกิดอบุติทางยานยนต์บ่อยครั้ง เนื่องทัศนียภาพของสองฝากฝั่งถนนในช่วงที่เป็นโค้งจะถูกปิดบังด้วยพรรณไม้นานาพันธุ์ มองเห็นได้ในระกระชันชิด ทำให้เทศบาลตำบลปลายพระยาเนรมิตริมไหล่ถนนสายนี้เป็นทำกินของชาวบ้านที่ยึดอาชีพปลูกพืชผักเป็นอาชีพเสริมรายได้ ภายใต้โครงการ "โครงการถนนสวยด้วยใจภักดิ์"เมื่อ 2 ปีก่อน
โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการย่อยของ" โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพเพาะปลูกและเลี้ยง เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรแนววิถีพิเพียง "ของเทศบาลตำบลปลายพระยา อ.ปลายพระยา คือส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ไหล่ถนนสายอ่าวลึก-พระแสง ปลูกพืชผักสวนครังวปลอดสารพิษ ไว้บริโภคในครอบครัวและขายบ้างหากมีปริมาณที่เหลือ
จเร ปานจีน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปลายพระยา บอกว่า โครงการถนนสวยด้วยใจภักดิ์เกิดขึ้นเนื่องมาจากเห็นว่าถนนหลวงหมายเลข 4030 สายอ่าวลึก-พระแสง สายนี้ เป็นถนนที่เป็นประตูเมืองที่จะเข้าสู่ไปยัง จ.กระบี่ และภูเก็ต แต่เป็นถนนที่แคบที่สุดอีกสายหนึ่งของภาคใต้ มีขนาดกว้างเพียง 7 เมตร ไม่มีไหล่ถนน ขอบถนนสูงชัน จากการพอดูสิถิของแขวงการหลวงพังงาพบว่า มีรถยนต์วิ่งวันละกว่า 4,000 คัน
แต่เนื่องจากทั้งสองฝากถนนเป็นป่า และสภาพถนนคดโค้ง ทำให้วิสัยทัศน์ในมองไปข้างเห็นในระยะใกล้ ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนนสายนี้บ่อยครั้งสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินให้ผู้สัญจรไปมาจำนวนมาก จึงคิดว่าควรที่จกำจัดป่าตามริมถนนเพื่อเพื่อให้วิสัยทัศน์การมองเห็นได้ไกลขึ้น จึงขออญาติ และทำการบันทึกข้อตกลงรว่มกัน(เอ็มโอยู) เพื่อใช้ไหล่ถนนให้ชาวบ้านปลูกพืชผักสวนครัว และมะละกอปลอดสารพิษเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
"พอเราลงมือตัดป่า ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผัก พบว่าถนนสายนี้โล่งขึ้น ลดการเกิดอุบัติบนท้องถนนสายนี้ถึง 70 % ขณะพื้นที่ไหล่ถนนที่เกษตรกรปลูกพืชผักเป็นอาชีพเสริมจากการทำสวนปาล์มและสวนยางพารา นอกจากจะทำให้เกษตรกรได้กินพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษแล้ว ผลผลิตยังเหลือให้ขายอีก ตรงนี้สร้างรายให้กับเกษตรอีกทางหนึ่งด้วย" นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปลายพระยา กล่าว
วิรัช ปานจีน อีกคนหนึ่งที่ร่วมโครงการถนนสวยด้วยใจภักดิ์ บอกว่า ใช้พื้นที่ไหล่ถนนหน้าบ้านที่บ้านหาดถั่ว ต.ปลายพระยา อ.ปลายพระยาปลูกมะละกอพันธุ์แขกดำจำนวน 60 ต้น หลังจากที่มะละกอให้ผลผลิตแล้วมาสามารถเก็บเกี่ยวขายได้อาทิตย์ละกว่า 1,000 บาท นอกจากนี้ยังปลูกมะละกอเสริมในสวนปาล์มนจ้ำมันอีกด้วยในพื้นที่ 15 ไร่ สามารถสร้างรายได้อาทิตย์ละ 1.5 หมื่นบาท เมื่อคำนวนแล้วพื้นที่ปลูกปาล์ม 15 ไร่ และปลูกมะละแซม พบว่าการปลูกมะละกอมีรายได้ดีกว่าปลูกปาล์มน้ำมันหลายเท่าตัว แต่ข้อเสียของมะละกอเป็นพืชล้มลุกเมื่อถึงอายุก็ตาย ต้องปลูกใหม่ ขณะที่ปลูกปาล์มน้ำมันครั้งเดดียวสามารถเก็บเกียวได้นานถึง 25 ปี
"มะละกอทางภาคใต้ไม่มีปัญหาด้านการตลาด มีเท่าไรพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ อย่างของผมส่วนหนึ่งจะขายให้พ่อค้าในราคาส่ง กิโลกรัมละ 7-8 บาท แต่ส่วนหนึ่งผมต้องเก็บไว้ขายปลีกเอง วางริมถนนหน้า สามารถขายได้ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 200-300 บาท ถือเป็นรายที่เพียงพอที่จะเป็นกับข้าวกินในครัวเรือนของแต่ละวันครับ " วิรัช กล่าว
ด้าน เกษม ลูกลิ้ม เกษตรกรชาวน ต.ปลายพระยา วัย 70 ปีก็อีกคนหนึ่งที่ใช้พื้นที่ไหล่ถนนหน้าบ้านตลอดแนวความยาวของถนนราว 100 เมตร ปลูกพืชผักตามฤดูกาลสลับกัน 3 ช่วง อย่างช่วงหน้าฝนอาจปลูกพืชผักสวนครัว จำพวกกระเพรา ผักกาด กวางตุ้ง แตงกว่าเป็นต้น บางครั้งสลับกับการปลูกสับปะรด ล่าสุดเลือกปลูกข้าวโพดหวานฝักใหญ่สำหรับคนบริโภค เมื่อเก็บผลผลิตแล้วจะวางขายริมถนนหน้าบ้านในราคา กก.ละ 25 บาท จะมีคนในพื้นที่ และคนสัญจรไปมาแวะซื้อทั้งวัน ทำให้แต่ละรุ่นจะมีรายได้ราว 7,000-10,000 บาท หากเฉลี่ยทั้งปี จะมีรายได้เสริมจากการขายผลผลิตทางเกษตรที่ปลูกตามไหล่ถนน ที่นอกเหนือไปจากรายได้จากทำสวนปาล์มน้ำมัน ไม่ว่าทั้งพืชผักสวนครัว สบปะรด และข้าวโพดหวานฝักจะมีรายได้ปีละราว 4-5 หมื่นบาท ดีกว่าให้เวลาว่างเปล่าโยชน์
ส่วน ดร.ประสงค์ สังขะไชย ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) บอกว่า ที่ผ่านมาทาง สสค.ได้มีการส่งเสริมองค์ท้องถิ่นโดยเฉพาะเทศบาลต่างๆที่มีความตั้งในที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่โดยเฉพาะเยาวชนอย่างจริงจัง และส่งเรื่องแสดงความจำนงค์ที่จะให้ส่งเสริมด้านงบประมาณมาตั้งแต่ปี 2553 ทาง สสค.ได้จัดงบประมาณเล็กน้อยๆหลายแห่งทั่วประเทศ อย่างที่เทศบาลตำบลปลายพระยา มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมด้านอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรภายใต้โครงการ ส่งเสริมการเรียนรู้และเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพเพาะปลูกและเลี้ยง เพื่อลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรแนววิถีพิเพียง
ทาง สสค.ก็ได้มีการส่งเสริมด้านงบประมาณจำนวนหนึ่งไม่มากนัก และจากการติดตามผลการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิดถือว่าเป็นเทศบาลที่มีการส่งเสริมอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จระดับต้นอีกแห่งหนึ่ง จะเป็นแบบให้กับองค์ท้องอื่นได้เป็นอย่างดี
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการล่องใต้ไปสัมผัสโครงการดีๆของเทศบาลปลายพระยา อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ที่มีความตั้งใจจะส่งเสริมอาชีพให้กับเก(ษตรในท้องถิ่น ซึ่งจากการสัมผัสแล้วล้วนประสบผมสำเร็จในระดับหนึ่ง ที่น่าจะเป็นแบบอย่างให้กับองค์บริหารส่วนท้องถิ่นในพื้นที่อื่นๆเพื่อให้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นนั่นเอง
...............................................
(สัมผัสสวนเกษตรริมไหล่ถนนหลวง ตามโครงการ'ถนนสวยด้วยใจภักดิ์' : คอลัมน์ท่องโลกเกษตร :โดย..ดลมนัส กาเจ)



