ข่าว

'ปชป.'หวั่น'รัฐบาล'ล้มรธน.ทั้งฉบับ

'ปชป.'หวั่น'รัฐบาล'ล้มรธน.ทั้งฉบับ

30 มี.ค. 2556

'ปชป.' หวั่น 'รบ.' ล้มรธน.ทั้งฉบับ พร้อมตั้ง 8 คำถามถึง 'ปู' ปมกู้เงิน 2 ล้านล้าน ชี้เสี่ยงปท.ติดหนี้ 100 ปี เชื่อจ้องขูดภาษีปชช.

 

                        30 มี.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานั้น สามารถกระทำได้ แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามาตราต่างๆที่มีการเสนอแก้ไขนั้นจะเกิดประโยชน์อย่างไรต่อประชาชน ทั้งนี้ยังเป็นห่วงว่าการแก้ไขมาตรา 68 จะเป็นการไปตัดสิทธิ์อำนาจของประชาชน ในการตรวจสอบและปกป้องรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ยังคงค้างการพิจารณาอยู่ในสภานั้น ก็เท่ากับว่าเป็นการแก้ไขมาตรา 68 เพื่อจะเปิดโอกาสให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างการพิจารณาอยู่นั้น สามารถถูกบรรจุเข้าไปเพื่อเป็นการนำมาสู่การล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะอภิปรายในเรื่องนี้ในสภาต่อไป

 

'ปชป.' ตั้ง 8 คำถาม ถึง 'นายกฯ' ปมกู้ 2 ล้านล้านบาท

 

                        นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ภายหลังการประชุมสภาฯในการพิจารณาร่างให้กระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่ก็ชัดเจนว่ารัฐบาลไม่สามารถตอบตำถามของฝ่ายค้านได้หลายประเด็น กรณีนี้ประชาธิปัตย์ยืนยันว่าเห็นความจำเป็นในการพัฒนาชีวิต และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ แต่การปรับโครงสร้างต้องควบคู่ไปกับด้านอื่นๆด้วย ทั้งเรื่อง สาธารณสุข การศึกษา แต่ยังมีหลายประเด็นที่น่าสงสัยรัฐบาลชุดนี้ว่ายุทธศาสตร์ครั้งนี้ทำเพื่อคนเบื้องหลังและพวกพ้องหรือไม่

                        นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า มีคำถาม 8 ข้อเพื่อถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบได้การทำงานในชั้นกรรมาธิการก็จะเป็นไปด้วยดี 1.เหตุใดมีความจำเป็นต้องกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ทั้งที่สามารถตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยขาดทุนปีละ 3 แสนล้าน เพื่อให้พ.ร.บ.ชุดนี้เป็นไปตามพ.ร.บ.หนี้สาธารณะ และให้สามารถตรวจสอบโครงการได้ 2.เหตุใดไม่กำหนดในกฎหมายว่าจะไม่ใช่วิธีการประมูลแบบพิเศษ แต่จะดำเนินตามระเบียบวิธีพัสดุตาม เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบหรือไม่ 3.เหตุใดรัฐบาลไม่บรรจุบัญชีแนบท้ายเพื่อแสดงรายเอียดโครงการนั้นๆ เพราะบัญชีนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบกฎหมายก็ไม่ได้จำกัดสิทธิในการเปลี่ยนแปลง ทำให้ผู้มีอำนาจในอนาคตจะเปลี่ยนโครงการได้ ที่เขียนว่ารถไฟไปหนองคายจะไม่ดำเนินการก็ได้ จะเปลี่ยนไปบ้านจันทร์ส่องหล้า หรือไปบ้านนายกฯก็ได้

                        นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า 4.รัฐบาลอ้างว่าจะใช้หนี้ 5 ล้านล้านบาท เป็นเวลา 50 ปี จะมั่นใจได้อย่างไรว่าสมมุติฐานของรัฐบาลตั้งอยู่บนการเจริญของเศรษฐกิจในประเทศร้อยละ 7.5 เป็นเวลาต่อเนื่อง และดอกเบี้ยของโลกจะไม่ขยับขึ้นในเวลา 50 ปี ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ทำให้การใช้หนี้ก้อนนี้อาจจะใช้เวลา 100 ปี ซึ่งอาจต้องใช้ชีวิต 2 ชาติในการใช้หนี้ทั้งหมด 5.เมื่อรัฐบาลเห็นว่าประเทศมีความจำเป็นจะสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เหตุใดไม่ทบทวนโครงการที่สุรุ่ยสุร่ายและขาดวินัยการคลัง เช่น โครงการรับจำนำข้าว และรถคันแรก แต่กำลังไปหากระเป๋าสุดท้ายที่เงินคงคลังของประเทศ ซึ่งช่วงประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลได้เก็บเงินไว้ให้ประชาชนจำนวน 2.5 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลกำลังมาแคะกระปุกไปละเลงโครงการประชานิยมทั้งประเทศ จึงขอให้เลิกประชาล่มจมด้วย

                        นายชวนนท์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลอ้างจะพัฒนาโครงการพื้นฐานเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่โครงการรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลเปิดเผยกลับไม่มีการเชื่อมโยง จะมีแค่สิ้นสุดที่จ.นครราชสีมา และหัวหินเท่านั้น จึงเป็นการโกหกว่าไม่ต้องการเชื่อมโยงอาเซียน แต่ทำเพื่อบ้านเกิดเมืองนอนไปที่จ.เชียงใหม่มากกว่า จึงน่าสงสารคนอีสานที่รัฐบาลมองเป็นของตาย เพราะเมืองหลวงของเสื้อแดงในภาคอีสานกำลังถูกตัดโครงการรถไฟความเร็วสูงทิ้งทั้งหมด 7.เหตุใดหลายโครงการในบัญชีแนบไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ไม่มีการศึกษา ซึ่งมีงบประมาณ 1.4 แสนล้านบาท

                        นายชวนนท์ กล่าวว่า และ 8.เป็นกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์อารมณ์ไม่ดี เพราะถูกกล่าวหาว่าจะใช้รถไฟ 5 ล้านล้านบาท ไปขนผัก ใช้ขนของสด แต่ตนเข้าใจความหมายน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า จะใช้ขนของสดเป็นเรื่องดี แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ลืมจำกัดความสำคัญ ว่าเงิน 2 ล้านล้านบาท ผักกับคนใครควรขึ้นรถไฟก่อนกัน ซึ่งมีการคำนวณว่าค่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่จะอยู่ที่ 2 พันบาท หรือแพงกว่าตั๋วเครื่องบินโลว์คอส จึงถามว่าคนจนจะมีโอกาสเห็นรถไฟความเร็วสูงหรือไม่ จะเป็นการถ่างความเหลือล้ำของสังคมให้มากขึ้น

                        “ถ้าผักเหล่านี้ได้ขึ้นรถไฟความเร็วสูงจริง กระเทียมจากเชียงใหม่ที่จะมากรุงเทพฯจะราคาเท่าไหร่ เพราะต้นทุนขนส่งสูง กะหล่ำลูกละ 8 บาท อาจไปลูกละ 800 บาท นายกฯจึงต้องไปคำนวณต้นทุนขนส่งด้วย แต่ถ้านายกฯมาตอบว่ารัฐบาลจะไปแทรกแซงราคาตั๋วให้ถูกลง ก็หมายความว่ารัฐบาลจะเอาภาษีประชาชนแทน เพื่อให้รถไฟขาดทุนปีละ 3 หมื่นล้าน ได้ถามหรือไม่ว่าคนจะจ่ายภาษีเพิ่มเพื่อได้กินผักสดและได้ขึ้นรถไฟความเร็วสูง นายกฯจึงต้องตอบว่าจะเอาค่าตั๋วแพงหรือถูก ได้คิดทางออกไว้หรือไม่ ส่วนการแก้รัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ยังยืนยันจุดเดิมว่าสามารถแก้รายมาตราได้ แต่มาตราที่รัฐบาลเสนอประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ทางพรรคก็พร้อมอภิปรายเรื่องนี้” นายชวนนท์ กล่าว

 

'ปชป.' เคาะ 'กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่' ลงเลือกตั้งซ่อมส.ส.เชียงใหม่

 

                        รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการคัดเลือกตัวผู้สมัครลงรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 ของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายหลังนายเกษม นิมมลรัตน์ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 21 เมษายน โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ได้ประชุมสรุปเพื่อคัดเลือกตัวบุคคลลงสมัครในนามพรรค โดยนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ภาคเหนือ ได้เสนอรายชื่อบุคคลให้พิจารณารวม 5 คน ซึ่งพรรคได้คัดเลือกนางกัลยากรณ์ เจียมกิจวัฒนา อดีตผู้สมัครเดิมที่เคยลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ 1 แต่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อช่วงการประชุมสามัญประจำปีของพรรคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

                        รายงานข่าวระบุว่า แต่ปรากฏว่าเมื่อเป็นกระแสข่าวออกไป ทำให้บุคคลที่ใกล้ชิดนางกัลยากรณ์ ยื่นเงื่อนไขว่าหากพรรคจะให้นางกัลยากรณ์ลงสมัคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องไปพบญาติผู้ใหญ่ของนางกัลยากรณ์ที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมได้ขอการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้สูงถึง 8 หลัก ซึ่งเกินจำนวนที่กกต.กำหนดให้ใช้จ่ายในการเลือกตั้ง แต่ทางพรรคไม่มีนโยบายดังกล่าวเพราะเห็นว่าผู้ที่เสนอตัวมาทำงาน ต้องมีความพร้อมในระดับหนึ่ง แต่พรรคก็พร้อมให้การสนับสนุนในการเลือกตั้งด้วย ทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้น พรรคต้องมีการทบทวนตัวผู้สมัครใหม่อีกครั้งเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

                        “ที่สุดแล้วพรรคได้เคาะชื่อสรุปลงตัวที่นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ให้ลงสมัครแทนในเขต 3 แทนนางกัลยากรณ์ เพราะถือนางกิ่งกาญจน์ว่ามีความพร้อม ไม่มีเงื่อนไขต่อรองกับพรรค และมีจุดแข็งที่ใช้รณรงค์หาเสียงได้ เพราะเป็นคนพื้นที่ดั้งเดิม มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ไม่มีประวัติด่างพร้อยในด้านต่างๆ มีฐานทางการเมืองที่จะพัฒนาจ.เชียงใหม่ได้” รายงานข่าวระบุ

                        รายงานข่าวระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ในวันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวันรับสมัครนางศิริวรรณ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคเหนือ ได้สั่งระดมส.ส.ภาคเหนือของพรรคทั้งหมดเดินทางไปให้กำลังใจนางกิ่งกาญจน์ในการไปสมัคร ส่วนการรณรงค์หาเสียงทางพรรคจะระดมส.ส.จากทุกภาคให้ช่วยลงพื้นที่หาเสียง โดยใช้โมเดลเดียวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เพราะถือเป็นการเลือกตั้งครั้งสำคัญ

                        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติของนางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ ปัจจุบันอายุ 65 ปี เกิดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2490 สมรสกับเจ้าธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ มีบุตรสาว 2 คน 1.ร้อยเอก(หญิง) ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ อดีตนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และ 2.นางแสงตะวัน ณ เชียงใหม่ คัมภีรญาณนนท์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเศรษฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นางกิ่งกาญจน์ เคยเป็นอดีตส.ส.เชียงใหม่ สังกัดพรรคความหวังใหม่ 2 สมัย เมื่อปี 2538 และปี 2539 ก่อนการเลือกตั้งปี 2550 นายธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ พร้อมครอบครัว ทั้งนางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ และนางเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ได้ย้ายจากพรรคไทยรักไทยเข้าสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากเกิดความขัดแย้งกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในการจัดตัวผู้สมัคร