
'เกาหลีเหนือ'ประกาศสงคราม'เกาหลีใต้'
'เกาหลีเหนือ' ออกแถลงการณ์ประเทศกำลังเข้าสู่ภาวะสงครามกับ 'เกาหลีใต้' พร้อมขู่ใช้นิวเคลียร์หากถูกยั่วยุ
30 มี.ค.56 ทางการเกาหลีเหนือประกาศในวันนี้ว่า ประเทศได้เข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้แล้ว และจะดำเนินการต่างๆในปัญหาระหว่าง 2 เกาหลีทุกอย่าง ตามแนวปฏิบัติที่วางไว้เมื่อประเทศเข้าสู่สงคราม
ในแถลงการณ์ที่เกาหลีเหนือส่งถึงหน่วยงานและสถาบันของรัฐบาลทุกแห่ง และสำนักข่าว เคซีเอ็นเอ ของเกาหลีเหนือนำออกเผยแพร่ ระบุว่า สถานการณ์ที่ดำเนินมานานในคาบสมุทรเกาหลีเรื่องการไม่มีทั้งสันติภาพและสงครามนั้น ได้ปิดฉากลงแล้ว นับตั้งแต่บัดนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 เกาหลีได้เข้าสู่ภาวะสงคราม และทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ 2 เกาหลีจะถูกดำเนินการไปตามระเบียบปฏิบัติเมื่อประเทศเข้าสู่สงคราม
แถลงการณ์ยังบอกอีกว่า การยั่วยุใดๆใกล้กับพรมแดนระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ ทั้งบนบกและในทะเล จะนำไปสู่กรณีพิพาทเต็มขั้นและสงครามนิวเคลียร์
ในทางเทคนิคแล้ว เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ยังคงอยู่ในภาวะสงคราม เพราะสงครามเกาหลีระหว่างปี 2493 - 2496 จบลงด้วยข้อตกลงหยุดยิง ไม่ใช่สนธิสัญญาสันติภาพและเมื่อต้นเดือน เปียงยางก็ฉีกข้อตกลงหยุดยิง และข้อตกลงเกี่ยวกับสันติภาพอื่นๆที่ทำกับกรุงโซล เพื่อประท้วงที่เกาหลีใต้จัดการซ้อมรบกับสหรัฐ ซึ่งการฉีกข้อตกลงหยุดยิง เป็นการเปิดทางสำหรับการกลับมาตั้งท่าเป็นศัตรูกันอีก ขณะที่สหรัฐและเกาหลีใต้ก็ไม่ยอมรับการฉีกข้อตกลงแต่เพียงฝ่ายเดียวของเกาหลีเหนือ
'เกาหลีใต้' ไม่กังวลคำขู่ 'เกาหลีเหนือ'
ภายหลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศว่าประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามกับเกาหลีใต้วันนี้ ชาวเกาหลีใต้ส่วนมากได้แสดงทัศนะในแนวทางที่ว่า ไม่ค่อยวิตกกังวลกับกรณีความตึงเครียดระหว่าง 2 เกาหลีที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างชาวกรุงโซลรายหนึ่งบอกว่า ไม่รู้สึกตื่นตระหนกมากเกินไปเกี่ยวกับการข่มขู่ของฝ่ายเปียงยาง เพราะกรุงโซลมีสหรัฐ เป็นพันธมิตรสำคัญ และฝ่ายสหรัฐก็มีอาวุธชั้นดีที่มีศักยภาพในการตรวจจับความเคลื่อนไหวของฝ่ายศัตรู รวมทั้งยังมีเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนแบบ บี - 2 เขาจึงไม่คิดว่าจะมีสงครามเกิดขึ้น เพราะหากว่าเกิดสงครามขึ้น รัฐบาลเกาหลีเหนือจะต้องล่มสลายแน่ เกาหลีเหนือคงไม่เริ่มสงคราม ที่จะเป็นตัวทำลายพวกเดียวกัน
ส่วนอีกคนบอกว่า เกาหลีใต้ดูเหมือนไม่ค่อยเครียดกับเรื่องแบบนี้ เพราะเคยมีประสบการณ์กับการข่มขู่ทั้งทางวาจาและอื่นๆจากฝ่ายเกาหลีเหนือมาหลายครั้งในอดีต
ขณะที่นักวิเคราะห์เองก็มองว่า กรณีพิพาทถึงขั้นเปิดศึกกันคงไม่น่าจะเกิดขึ้นค่อนข้างแน่ การข่มขู่ของเกาหลีเหนือ มีขึ้นก็เพื่อพยายามดึงสหรัฐให้เข้ามาเจรจาที่อาจจะนำไปสู่การให้ความช่วยเหลือ และการยกระดับภาพพจน์ในประเทศของนายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือคนใหม่ แต่ศาสตราจารย์ ยัง มู จิน ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีเหนือมองว่า แม้การข่มขู่ของเกาหลีเหนือจะไม่ได้หมายถึงประเทศอยู่ในภาวะสงครามจริงๆ แต่มันก็เป็นพัฒนาการของเหตุการณ์ที่จริงจัง
และการที่ยังไม่มีสัญญาณว่าเกาหลีเหนือจะเปิดฉากสงคราม คนงานเกาหลีใต้ในวันนี้ ก็ยังคงข้ามพรมแดนเข้าไปทำงานในนิคมอุตสาหกรรมในฝั่งเกาหลีเหนือ ที่เกาหลีใต้เป็นฝ่ายสนับสนุนตามปกติ



