
'กรณ์'โพสต์FBลั่นค้านกม.เงินกู้
'กรณ์'โพสต์เฟซบุ๊ก ลั่นค้านกม.เงินกู้ถึงที่สุด เชื่อ ขัด'รธน.' ซัด'โต้ง'ทรยศต่อตำแหน่ง'ขุนคลัง'
30 มี.ค. 56นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Korn Chatikavanij” ภายหลังเสร็จสิ้นการลงมติรับหลักการร่าง พรบ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบในหลักการ วาระ 1 ด้วยคะแนน 284 เสียง ไม่เห็นด้วย 152 เสียง งดออกเสียง 21 เสียง ไม่ลงคะแนน 7 เสียง ในหัวข้อ หนึ่งในเสียงข้างน้อย คัดค้านการกู้นอกระบบ 2 ล้านล้านบาท ว่า "หลายครั้งเราอาจจะไม่สามารถยับยั้งสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่ต้องไม่มีครั้งไหนที่เราไม่พยายามต่อสู้"อีลี่ วีเซิ้ล เราแพ้เสียงข้างมากในสภาฯ แต่ผมได้พูดไว้ว่าผมจะค้านการกู้นี้จนถึงที่สุด ผมจะ...เข้าไปทำหน้าที่ในกรรมาธิการ และถ้ารัฐบาลไม่ยอมที่จะนำคำพูดคำสัญญาของตัวเองมาเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายตามคำท้า ๗ ข้อของผม ผมก็จะค้านต่อไปในวาระการพิจารณาที่สอง และถ้ากฎหมายในรูปปัจจุบันผ่านสภาฯไปได้ ผมก็ยังมั่นใจว่า กฎหมายนี้ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่ดี การลงทุนเป็นเรื่องจำเป็น แต่ไม่ใช่นำการลงทุนมาเป็นข้ออ้างในการกู้เงินมหาศาลนอกระบบงบประมาณเพื่อให้สะดวกต่อการโกงกินครับ"
"คุณกิตติรัตน์ ผมขอบอกว่า ที่คุณได้นำเสนอกฎหมายฉบับนี้ ทั้งๆที่คุณสามารถใช้เงินในงบประมาณได้ เท่ากับคุณได้ทรยศต่อตำแหน่งขุนคลังที่มีหน้าที่ปกป้องหลักวินัยทางการคลังของชาติอย่างให้อภัยไม่ได้"
'ปชป.' เรียกถก ส.ส. ถกวางกรอบอภิปรายแก้รธน. 1 เม.ย.นี้
นายนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพรรคร่วมประสานงานฝ่ายค้าน (เลขาฯวิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านในเวลา 09.00 น. ที่อาคารรัฐสภาวันที่ 1 เมษายน ว่า เป็นการประชุมเพื่อพิจารณาวางกรอบการทำงานในการอภิปรายเกี่ยวกับการเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราของรัฐบาล วันที่ 1-3 เมษายน เพราะขณะนี้มีส.ส.ฝ่ายค้านจำนวนมาก ได้แจ้งความจำนงจะขอเข้าร่วมอภิปรายในครั้งนี้ด้วย จึงจำเป็นต้องมีการวางกรอบว่าจะอยู่ในรูปแบบใด อย่างเช่น กรณีพ.ร.บ.เงินกู้ที่ผ่านมา ที่มีการวางกรอบไว้ 3 อย่าง 1.ความจำเป็นในการกู้ 2.การตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกู้เพื่อมาโกง และ 3.ความไม่เหมาะสมของโครงการในลักษณะต่าง ๆ เช่นกัน
ทั้งนี้ในที่ประชุมวิปฝ่ายค้านจะมาพิจารณาที่ละมาตราที่รัฐบาลจะเสนอข้อแก้ไข แต่ที่ชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นมาตรา 68 ซึ่งเดิมกฎหมายให้สิทธิกับประชาชนในการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านอัยการ แต่เมื่อรัฐบาลเสนอขอแก้ไขลิดรอนสิทธิของประชาชนให้ไม่สามารถยื่นต่อศาลได้ โดยให้ยื่นเฉพาะอัยการเท่านั้น ทำให้กรณีนี้พรรคไม่เห็นด้วย ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)ได้ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยแน่นอน ส่วนมาตรา 237 เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองที่มีการเสนอขอให้แก้ไขงดโทษการยุบพรรค ต้องมาดูในรายละเอียดว่าเมื่องดโทษแล้ว จะมีโทษใดมาแทนหากมีการกระทำผิด และสามารถโยงถึงกรรมการบริหารพรรคให้เป็นโทษเฉพาะรายบุคคลที่รู้เห็น
นายนริศ กล่าวด้วยว่า ทั้งหมดต้องมาร่วมพิจารณาหาข้อยุติ เพื่อเป็นมติของวิปฝ่ายค้านก่อน ส่วนข้อยุติท่าทีและการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราก็จะขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมของส.ส.พรรคแต่ละพรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์จะเรียกประชุมส.ส.พรรคเวลา 10.00 น.วันที่ 1 เมษายน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากส.ส.เป็นรายมาตราเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ขณะที่เวลาการอภิปรายเบื้องต้น มีการตั้งเวลาไว้คร่าว ๆ รวม 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นอภิปรายวันละ 12 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติในการจัดสรรแบ่งเวลาของวิป 3 ฝ่ายทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และส.ว. ส่วนที่เป็นข่าวช่วงนี้ว่าแต่ละฝ่ายได้เวลาใดนั้น เป็นแค่การนำเสนอของแต่ละฝ่ายเท่านั้นยังไม่มีการคุยรายละเอียด



