
กู้2ล้านล้าน...บาดไทย?(2)
คมชัดลึกจัดถก กู้2ล้านล้าน...บาดไทย?(2)
อภิมหาโปรเจกท์การกู้เงิน 2 ล้านล้านของรัฐบาลยังเป็นข้อถกเถียงและกลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับความไม่โปร่งใส "คม ชัด ลึก" จัดเสวนาตอน กู้ 2 ล้านล้าน...บาดไทย ? (2)
ดร.สมชัย จิตสุชน ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า อยากตั้งข้อสังเกตว่าในการกู้ 2 ล้านล้านบาทว่ามันมีวิธีอื่นหรือไม่ หากมองในมุมรัฐบาล หากกู้เงินโดยผ่านระบบงบประมาณสามารถทำได้ แต่มันเป็นเรื่องยาก เพราะรัฐบาลต้องลดรายจ่ายจากการยกเลิกโครงการหลายอย่าง เช่น โครงการประชานิยมต่างๆ แต่ถ้าออกเป็น พ.ร.บ.อาจติดขัดเรื่องตีความในหลายๆ เรื่อง ซึ่งตรงนี้มองว่าเราควรไปทำวิธีอื่น ด้วยการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เป็น 10% ซึ่งจะทำให้แต่ละปี รัฐบาลจะมีเงินหลายแสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมทั้งหมดของตัวเลขของแต่ละโครงการจะอยู่ที่ 4.3 ล้านล้านบาท โดยโครงการใหญ่จะมาจาก 2 ล้านล้านบาท ส่วนโครงการเล็กจะมาจากงบประมาณรายปี แต่ถ้ารวมดอกเบี้ยทั้งหมดอาจถึง 10 ล้านล้านบาท ส่วนตัวอยากให้โครงการทุกอย่างเกิด แต่อยากให้รัฐบาลทำโครงการให้คอนเฟิร์มในเรื่องความพร้อมก่อน จึงจะเริ่มเดินหน้าโครงการ อย่าให้สะดุด เพราะในระยะยาวอาจมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นจากนักลงทุนได้ ดังนั้นก่อนที่รัฐบาลจะดำเนินการอะไรควรเรียงลำดับความสำคัญของโครงการไว้ จากนั้นค่อยเริ่มดำเนินการไปทีละขั้นตอน
ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การออก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ส่วนตัวไม่ติดใจ เพราะโครงสร้างขั้นพื้นฐานมันต้องเกิด แต่ที่ติดใจคือทำไมต้องใช้ถึง 2 ล้านล้านบาท อีกทั้งโครงการทุกโครงการไม่จำเป็นต้องทำพร้อมกัน ดังนั้นเราควรทำโครงการอื่นๆ ที่จำเป็นก่อน หากดำเนินไปด้วยดี ทำไมไม่นำโครงการนั้นไปให้เอกชนร่วมพัฒนา ซึ่งจะทำให้เกิดรายได้ขึ้นมาทดแทนทันที ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลควรยึดยุทธศาสตร์ของชาติเป็นหลัก โดยดูว่าโครงการใดมีความจำเป็นเร่งด่วน และเป็นประโยชน์เป็นหลักไว้ก่อน
ส่วนที่รัฐบาลไม่ได้ใส่รายละเอียดของโครงการไว้ตั้งแต่แรกนั้น มีทั้งข้อดีข้อเสียทั้งคู่ ซึ่งมองว่าหากเราไม่มั่นใจในนักการเมือง รายละเอียดต่างๆ ควรกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดการบิดพลิ้ว แต่ถ้ามั่นใจในนักการเมือง ควรให้ความยืดหยุ่นให้มากที่สุด แต่เหนือสิ่งอื่นใด ควรมีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลในการบริหารงานประเทศ ดังนั้นหากท่านเห็นว่า โครงการใดไม่จำเป็น ฟุ่มเฟือย รัฐบาลไม่ควรทำ ควรเอาเงินไปลงทุนในเรื่องการศึกษาให้เด็กที่ด้อยโอกาส หรือลงทุนในเรื่องการพัฒนาสาธารณสุขให้แก่คนไทยจะดีกว่าหรือไม่



