
บึ้มรือเสาะ-ยิงซ้ำ!'ผบ.ร้อย'พลีชีพ
บึ้มรือเสาะ-ยิงซ้ำ ผบ.ร้อยพลีชีพ ลูกน้องเจ็บ 14 นาย ศพอส.ทพ.พรชัยกลับถึงบ้านเกิดบุรีรัมย์แล้ว
เมื่อเวลา 16.40 น.วันที่ 29 มี.ค.2556 เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหารชุดลาดตระเวน สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 15123 (ร้อย ร.15123) หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 30 จุดเกิดเหตุที่บริเวณหมู่ 7 ต.สาวอ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ขณะเดินทางไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยตามที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน
ทั้งนี้ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่อง ประกอบใส่ในถังแก๊ส น้ำหนักประมาณ 25 กิโลกรัม จุดชนวนแบบช็อตด้วยแบตเตอรี่ โดยคนร้ายลากสายไฟฟ้าเข้าไปในป่ารกทึบข้างทาง เมื่อรถยนต์ของทหารซึ่งเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์เงินวิ่งผ่านมา คนร้ายได้กดจุดชนวนจนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จากนั้นคนร้ายยังได้ใช้อาวุธสงครามยิงถล่มซ้ำ จนเกิดการยิงปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารนานหลายนาที กระทั่งมีกำลังสนับสนุนจากกองร้อยทหารพรานที่ 4608 (ร้อย ทพ.4608) จากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สาวอ เข้าไปช่วย คนร้ายจึงล่าถอยไป
เหตุระเบิดดังกล่าวทำให้เกิดหลุมลึก 90 เซ็นติเมตร กว้าง 2 เมตร และมีกำลังพลเสียชีวิต 1 นาย คือ ร.อ.ศิวัช ศรีอุปโย ผบ.ร้อย ร.15123 นอกจากนั้นยังมีกำลังพลได้รับบาดเจ็บอีก 14 นาย ทราบชื่อบางส่วน ได้แก่ จ.ส.อ.ณรงค์ ทศพร ส.อ.อนุชิต วิตตะบุตร ส.ท.ปริญญา กาญจนเพชร ส.ท.มะโซดี ดีเยาะ ส.อ.มุสลีมาน ระเด่นมนตรี ส.ท.ศิริภัทร เริงศักดิ์ ส.อ.อุดม ลานิงค์ ส.อ.ชาติชาญ ใจสมบูรณ์ พลทหารพีระศักดิ์ เต็มโคตร พลทหารนรินทร์ ถิ่นสุวรรณ และชาญชัย พรหมสุวรรณ (ไม่ทราบยศ)
ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.40น. ร.ต.ต.มนตรี จันทร์เมือง ร้อยเวร สภ.รือเสาะ จ.นรธิวาส รับแจ้งคนร้ายจุดชนวนระเบิดรถเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่ บ้าน บาเจาะ บองอ ม.7 ต.สาวอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สืบสวน ภูรจ.นราธิวาส พล.ต.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมชุดเเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส นำโดยร.ต.อ.ประจวบ นิ่มเรือง สว.ชุดเก็บกู้ สนธิกำลังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ศปก.ส่วนหน้า จ.ยะลา กองวิทยาการภูธร นราธิวาส กำลังตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดไปตรวจสอบ
ด้านพ.ท.สฐิรพงษ์ อาจหาญ ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.ศิวัช หรือผู้กองขาม นำกำลังพร้อมลูกน้องจำนวน 15 นาย นั่งรถออกจากฐานที่บ้านสโลว์ ห่างจากจุดเกิเหตุประมาณ 1 ก.ม. เพื่อไปตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยในพื้นที่ เมื่อถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายที่แฝงตัวอยู่ป่ารกทึบ จุดชนวนเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้รถกระบะ ซึ่งวิ่งชลอมาถูกแรงอัดระเบิดจนเสียหลักได้รับเสียหายทั้งคัน
จากนั้นลูกน้องได้วิทยุสื่อสารขอกำลังช่วยเหลือ จากกองร้อยที่ตั้งในละแวกใกล้เคียง รวมทั้งกรมทหารพราน46 เข้าช่วยเหลือก่อนยิงปะทะ 10 นาที หลังเสียปืนสงบคนร้ายได้หลบหนีไป จากนั้นจึงช่วยลำเลียงทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บส่งชันสูตรที่รพ.รือเสาะ ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อแสดงศักยภาพของกลุ่มร้ายที่อาจมีบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการเปิดเวทีเจรจาระหว่างตัวแทนฝ่ายไทยกับบีอาร์เอ็น หลังจากในวันนี้ได้เกิดเหตุการณ์ในหลายอำเภอ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงเหตุระเบิดที่ อ.รือเสาะ และ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ส่งผลให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย ว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตและบาดเจ็บ ทั้งนี้ยอมรับว่าเหตุที่เกิดขึ้นยากต่อการควบคุม เบื้องต้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้มีการปรับการทำงานว่า จะทำอย่างไรให้ลดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ให้มากที่สุด ส่วนกรณีที่แกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นเสนอระหว่างการพูดคุยเพื่อสันติภาพให้ปล่อยตัวนักโทษคดีความมั่นคงเพื่อแลกกับการลดเหตุรุนแรงนั้น เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้ และไม่คิดที่จะทำ ในเบื้องต้นต้องพูดคุยหารือกันอีกครั้ง
ศพอส.ทพ.พรชัยกลับถึงบ้านเกิดบุรีรัมย์แล้ว
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 29 มี.ค.56 นายอภินันท์ จันทรังษี ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อม พลตรีวุฒิ แสงจักร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกบุรีรัมย์ พ.ต.อ.รวีวรรธน์ เทียนสุวรรณ รอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการรวมทั้งครอบครัวและญาติพี่น้อง ได้มาตั้งแถวรอรับศพอาสาสมัครทหารพรานพรชัย โพธิ์เงิน อายุ 26 ปี สังกัดกองร้อยทหารพรานที่4903 กรมทหารพรานที่ 49 ที่ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ อ.สตึก ทหารกล้า 1 ใน 3 นายที่เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด ขณะออกลาดตระเวนในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 28 มี.ค. โดยหีบศพของอส.ทพ.พรชัย ถูกคลุมด้วยธงชาติไทย ลำเลียงมาโดยเครื่องบิน C-130ของกองทัพอากาศ ซึ่งทันทีที่ศพมาถึงสนามบินกองทหารเกียรติยศได้ทำพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวและญาติที่มารอรับศพ จากนั้นกองทหารเกียรติยศ ได้เคลื่อนขบวนศพของ อส.ทพ.พรชัย โพธิ์เงิน ขึ้นรถที่จอดรอรับ ก่อนจะเคลื่อนไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่วัดสระขาม ต.เมืองไผ่ อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ อส.ทพ.พรชัย ต่อไป
ด้าน น.ส.นิภาวรรณ โพธิ์เงิน อายุ 20 ปี ภรรยาของ อส.ทพ.พรชัย กล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับการจากไปของสามีในเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นแต่ก็รู้สึกภาคภูมิใจที่สามีเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรับใช้ชาติโดยสามีได้เข้าไปเป็นอาสาสมัครทหารพราน ได้ประมาณ 1 ปีแล้วซึ่งการจากไปของสามีในครั้งนี้ ก็อยากให้ทางกองทัพหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ช่วยเหลือส่งเสีย ด.ญ.พรรณนิภา โพธิ์เงินหรือน้อยนิว วัย 1 ขวบเศษ ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของ อส.ทพ.พรชัยได้เรียนจบสูงๆ ให้มีงานทำ และสามารถเลี้ยงตัวเองได้เพราะสามีถือเป็นเสาหลักของครอบครัว เนื่องจากตอนนี้ตนเองก็ตกงานไม่มีรายได้
...........
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก สถานี RTV1 สำนักข่าวออนไลน์ 24 ชั่วโมง)



