
คุก50ปี!'แรมบ้า'ข่มขืนสาวป.โท
'แรมบ้า'เจอคุก 50 ปี ข่มขืนพนักงานสาวออฟฟิศ พร้อมถ่ายภาพไว้แบล็คเมล์ ส่วนเมียเจอคุก 10 ปี ฐานเป็นผู้สนับสนุน
เมื่อเวลา 10.30 น . ศาลอ่านคำพิพากษาคดีความผิดทางเพศ อ.4407/52 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้องนายสุรชัย หรือคณิศร ธนะชาติ อายุ 37 ปี หรือแรมบ้า หรือ เอ็ม พญาไท และ นางธนวรรณ หรือเดือน อุดมมีชัย หรือคล้ายแพร อายุ 46 ปี ภรรยา เป็นจำเลยที่ 1 - 2 ตามลำดับ ในความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ,ความผิดต่อเสรีภาพ หมิ่นประมาท และ พรบ.อาวุธปืน ตามฟ้องโจทก์เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 52 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย. - 10 ส.ค.51 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขืนใจ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย ให้กระทำการหรือจำยอมทำงานเป็นพนักงานของห้างหุ้นส่วนจำกัด อินเตอร์เนชั่นแนล ดีเทคทีฟฯ ของจำเลยทั้งสอง โดยไม่ยอมให้ผู้เสียหายลาออก โดยจำเลยที่ 1 นำอาวุธปืนออกมาเล็งขู่เข็ญบังคับ ผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 2 พูดข่มขืนใจ ขู่ขืนใจ ขู่เข็ญผู้เสียหายและทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
รวมทั้งยังได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย หลายครั้งอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ขู่เข็ญผู้เสียหายว่าจะเอารูปถ่ายผู้เสียหายที่จำเลยที่ 1 แอบถ่ายขณะมีเพศสัมพันธ์กับผู้เสียหายออกเผยแพร่ และใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหาย หน่วงเหนี่ยวกักขัง และจำเลยที่ 1 ได้นำเครื่องบันทึกภาพวีดีโอบันทึกภาพการร่วมประเวณีดังกล่าวไว้ด้วย ต่อมาวันที่ 20 ส.ค. 51 จำเลยทั้งสองร่วมกันหมิ่นประมาทผู้เสียหายโดยการโฆษณาการกระจายภาพร่วมประเวณีดังกล่าว
เหตุเกิดที่แขวงสีกัน เขตดอนเมือง แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง แขวง-เขตสะพานสูง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ และแขวงใดไม่ปรากฏชัด เขตหลักสี่ กทม. , ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี , อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ต.สร้างถ่อ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วรับฟังได้ว่า ผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยัน มีเหตุผล เชื่อมโยงเป็นลำดับตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยากที่จะปรุงแต่ง ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย และอับอายแก่ตัว ที่กระทบต่อชีวิตครอบครัว รวมทั้งหน้าที่การงานของผู้เสียหาย หลังเกิดเหตุได้นำเรื่องไปเล่าให้มารดาฟังและหลบหนีจำเลยที่ 1 ไปอยู่กับลุงที่ จ.ราชบุรี ทั้งโจทก์ยังมีบันทึกเสียง และภาพ การสนทนาทางโทรศัพท์ที่จำเลยที่ 1 พูดข่มขู่ผู้เสียหาย พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนัก มั่นคงน่าเชื่อถือ ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง
พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิด ตามมาตรา 276 วรรค 1 และวรรค 2 , มาตรา 309 วรรคแรก , มาตรา 310 วรรคแรก , มาตรา 326 , มาตรา 371 และ พรบ.อาวุธปืนฯ การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรม จำคุก 1 ปี ฐานข่มขืนใจผู้อื่นฯ , ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น 3 กระทงๆ ละ 9 ปี เป็น 27 ปี ,ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้อาวุธปืน 2 กระทงๆ ละ 15 ปี รวม 30 ปี ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นและกระทำชำเรา ซึ่งถือเป็นการกระทำกรรมเดียวให้ลงโทษฐานข่มขืนเป็นโทษบทหนักสุด จำคุก 9 ปี , ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขืนโดยใช้อาวุธปืน จำคุก 15 ปี ความผิดฐานหมิ่นประมาท 3 กระทงๆ ละ 1 ปี รวม 3 ปี และฐานพยายามหมิ่นประมาท จำคุก 6 เดือน รวมโทษจำคุกทั้งสิ้น 85 ปี 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ทั้งสิ้น 50 ปี ฐานพกพาอาวุธมีด ปรับ 100 บาท ฐานกระทำผิด พรบ.อาวุธปืนปรับ 2,000 บาท คำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเฉพาะโทษปรับ คงปรับทั้งสิ้น 1,050 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 จำคุก 10 ปี ฐานสนับสนุนจำเลยที่ 1 กระทำความผิด
ด้านนางรัศมี ไวยเนตร ทนายความผู้เสียหาย กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลถือว่าเป็นไปตามที่ฝ่ายโจทก์นำสืบแล้ว โดยผู้เสียหายเบิกความไปตามข้อเท็จจริง ไม่ได้กลั่นแกล้งจำเลยแต่อย่างใด ขณะคดีที่เกิดขึ้นดังกล่าว ไม่ว่าจะเกิดกับผู้ใด ก็ไม่อยากให้สังคม มองหญิงสาวที่ถูกกระทำด้วยความสงสัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายสุรชัย หรือคณิศร ธนะชาติ หรือเอ็ม พญาไท ผู้นี้ในอดีตเคยถูกศาลอาญาสั่งจำคุกหลังก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.อารีวรรณ จตุทอง อดีตรองนางสาวไทย รวมทั้งยังได้ก่อเหตุระทึกขวัญ ใช้อาวุธปืนยิงถล่ม สน.พญาไท เพราะไม่พอใจที่ลูกน้องจับกุมตัวข้อหาพกพาอาวุธปืนมาแล้ว และรับโทษจำคุกถึงที่สุด 6 ปีเศษแล้ว



