ข่าว

'วราเทพ'ย้ำพรบ.กู้เงิน2ล้านล้านตรวจสอบได้

'วราเทพ'ย้ำพรบ.กู้เงิน2ล้านล้านตรวจสอบได้

29 มี.ค. 2556

'วราเทพ' ย้ำร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทตรวจสอบได้ ระบุถ้าโครงการแล้วเสร็จสร้างรายได้กลับคืนแน่นอน

 

                       29 มี.ค.56 นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงภาพรวมการอภิปรายร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .... วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า รัฐบาลได้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของการออกพ.ร.บ.ดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว รวมถึงอธิบายต่อความเห็นต่างของฝ่ายค้าน เช่น การที่รัฐบาลไม่ตั้งเป็นเงินงบประมาณปกติในลักษณะก่อหนี้ผูกพันเพื่อใช้ดำเนินการในโครงการต่างๆ เป็นเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้เราเห็นว่าการทำโครงการขนาดใหญ่โดยให้ใช้งบประมาณปกติแต่สุดท้ายเมื่อไม่มีรายละเอียดไม่ชัดเจน ก็ต้องยกเลิกและชะลอโครงการออกไป แต่รัฐบาลนี้ต้องการให้เกิดความมั่นคงกับนักลงทุน จึงต้องกำหนดแผนการใช้เงินและการดำเนินการโครงการซึ่งมีขนาดใหญ่ให้ชัดเจน ส่วนข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลเซ็นเช็คเปล่าก็ไม่เป็นความจริง เพราะการออกเป็นพ.ร.บ.นั้น ต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณารายละเอียด ซึ่งเราแนบท้ายเอกสารไปแล้ว ต่างกับการออกเป็นพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ที่รัฐสภาทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากยกมือเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

                       นายวราเทพ กล่าวอีกว่า ฝ่ายค้านพยายามที่จะไม่เข้าใจและหยิบยกประเด็นต่าง เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่น่าเชื่อถือ รวมทั้งเรียกร้องให้นำเอกสารในการชี้แจงออกเป็นกฎหมายเหมือนบัญชีแนบท้าย ซึ่งไม่สามารถทำได้เพราะจะเกิดอุปสรรคในการดำเนินการตามมาอีก เช่น บางโครงการเวลามีปัญหาจะแก้ไขอะไรก็ต้องเข้าสภาฯทุกครั้ง การทำงานก็คงไม่สำเร็จได้ง่าย ซึ่งข้อกล่าวหานี้รัฐบาลมีวิธีควบคุมโดยให้ฝ่ายบริหารต้องถูกตรวจสอบได้หากไปแก้ไขอะไรนอกเหนือจากแผนที่เสนอ เช่น เราเสนอยุทธศาสตร์ 3 ด้าน โดยไม่มีเรื่องทางอากาศ รัฐบาลก็ไม่สามารถไปทำเรื่องเกี่ยวกับอากาศได้ ส่วนความกังวลว่าเราต้องใช้หนี้ระยะยาวและดอกเบี้ย ถ้าพูดด้านเดียวเป็นเรื่องน่ากลัว แต่ถ้ามองว่า ถ้าเรานำโครงการต่างๆมาประกบกัน จะเห็นภาพว่าเงินที่ใช้ไปมหาศาลนั้น หากโครงการแล้วเสร็จ การคมนาคมก็พลิกฟื้น ก็จะสร้างรายได้ตามมา เราจึงต้องลงทุน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่กู้มาเพื่อแจกหรือนำมาละลายกับรัฐบาล เพราะทรัพย์สินต่างๆจะอยู่กับประเทศและประชาชนเป็นเวลานาน เมื่อเราประกาศแผนการใช้หนี้ชัดเจนเพื่อให้เกิดการยอมรับ และไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนเมื่อโครงการแล้วเสร็จทำให้เกิดรายได้ตามมา ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็สามารถชำระหนี้ได้ก่อนกำหนด อาจไม่ถึง 50 ปีก็ได้

                       นายวราเทพ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตเรื่องการทุจริตนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรือเงินปกติก็ทุจริตได้ และครั้งนี้การดำเนินการตามร่างพ.ร.บ.กู้เงินฯ รัฐบาลก็ใช้ระเบียบ ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบราชการอย่างเข้มข้น จึงต้องระมัดระวัง เพราะทุกฝ่ายทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช. ) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ก็จับตามอง ทั้งนี้ การอภิปรายของฝ่ายค้านพยายามแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่รัฐบาลยืนยันมาตลอดว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่มีผลประโยชน์ใดๆกับใคร ไม่ว่าจะดึงงบประมาณเทไปลงพื้นที่จังหวัดต่างๆ อาทิ การดำเนินการรถไฟความเร็วสูงไปจ.เชียงใหม่นั้น เพราะที่ผ่านมา เราได้รายได้จากการท่องเที่ยวในจังหวัดนี้เป็นจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ใหญ่ลำดับ 2 หรือ 3 ของประเทศ ไม่ใช่เป็นจังหวัดที่มีผู้นำประเทศอยู่ ดังนั้น การมองว่าจ.เชียงใหม่จะได้ประโยชน์จึงเป็นแค่เรื่องการเมืองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการวิสามัญสามารถปรับลดงบประมาณลงได้ถ้าเห็นว่าบางโครงการที่รัฐบาลเสนอไปมีวงเงินที่สูงเกินไปหรือไม่เหมาะสม แต่สุดท้ายต้องดูว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยตามที่กรรมาธิการวิสามัญเสนอแปรญัติหรือไม่

                       เมื่อถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเห็นหลังการอภิปรายอย่างไร เพราะที่ผ่านมาได้กำชับสมาชิกพรรคเพื่อไทยเรื่องนี้มาตลอด นายวราเทพ กล่าวปฏิเสธ “ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่เห็น”

 

'ปธ.วิปรบ.' เชื่อ 310 เสียงหนุนร่างพรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ไม่หวั่น 40 สว. ยื่นศาลตีความ

 

                       นายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล(วิปรัฐบาล) กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครง สร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. ...วงเงิน 2 ล้านล้านบาทในวันนี้(29 มี.ค.) นั้น คาดว่าจะสามารถลงมติได้ในเวลา 22.00 น. และเชื่อว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกทางฝั่งรัฐบาลรวมทั้งพรรคภูมิใจไทยบางส่วนไม่ต่ำกว่า 310 เสียง ซึ่งหลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ผ่านการพิจารณาของสภาฯก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการจำนวน 36 คน แบ่งเป็นในส่วนของครม. 9 คน พรรคร่วมรัฐบาล 16 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 11 คน

                       ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อร่างฉบับดังกล่าวอยู่ในชั้นการพิจารณาของกรรมมาธิการ แล้วจะสามารถมีการแปรญัติเพื่อปรับแก้ได้หรือไม่ นายอำนวย กล่าวว่า แต่ละมาตรานั้นได้มีการแนบรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าคงไม่สามารถแก้ไขได้ ส่วนข้อกังวลในเรื่องความโปร่งใสนั้นตนขอเรียนว่าเมื่อมีการเบิกจ่ายในเรื่องใดก็จะต้องมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนกรณีที่กลุ่ม 40 สว.จะมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความนั้น ตนเห็นว่าเป็นสิทธิที่สามารถดำนเนิการได้ แต่ตนก็เชื่อว่าเรื่องนี้รัฐบาลก็ได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

 

'อุดมเดช' มั่นใจถกแก้รธน.ผ่านฉลุย

 

                       นายอุดมเดช รัตนเสถียร ที่ปรึกษาประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การอภิปรายของฝ่ายค้านเมื่อวานนี้ ก็เป็นไปในมุมมองของเขา ที่อาจจะมีข้อกังวลต่างๆ และจิตนาการว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นต่างๆนานา แต่ทางรัฐบาลก็ได้ทำหน้าที่ชี้แจงได้ทั้งหมด โดยการชี้แจงต้องแบ่งเป็น 2 ด้าน ที่เป็นข้องกังวล คือข้อกังวงด้านเทคนิคเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน จะกู้ที่ไหนอย่างไร เรื่องหนี้สาธารณะ ซึ่งกระทรวงการคลังก็ชี้แจงไปแล้ว และอีกข้อกังวลเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคด้านการนำเงินไปใช้ในโครงการต่างๆ ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ทั้งหมดเป็นความชัดเจน ที่เราจะต้องทำให้ประชาชนเข้าใจและพิจารณา ถึงสิ่งที่เราจะได้เป็นทรัพย์สินของประเทศ บางเรื่องบางโครงการถ้าเรารอให้มีเงินแล้วค่อยทำ ก็จะเสียโอกาสไป ตรงนี้จึงถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ที่เราต้องดำเนินการ ส่วนการประชุมวันนี้จะพยายามให้เสร็จสิ้นตามกรอบเวลาคือ 22.00 น. หรืออย่างช้าสุดไม่เกิน 24.00น. และจะมีการโหวตในวาระแรก ซึ่งเชื่อว่าไม่มีปัญหา น่าจะผ่านไปได้ เพราะรัฐบาลมีเสียงมากกว่าอยู่แล้ว

                       นายอุดมเดช กล่าวว่า ส่วนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เบื้องต้นจะเป็นการพิจารณาแบบเรียงเป็นร่างแก้ไขตามลำดับ และจะลงมติวาระแรกสามร่างพร้อมกันหลังจากที่มีการอภิปรายจบแล้ว ทั้งนี้การอภิปรายในวันที่1 เม.ย. ทางวิป3ฝ่ายได้มีการหารือกันหากฝ่ายค้านเห็นว่าเวลาไม่พอก็สามารถขยายเวลาออกไปวันที่2-3เม.ย.ได้ ทั้งนี้ ข้อกังวลที่ว่าการพิจารณาโดยเฉพาะเรื่องที่มาของส.ว. และมาตรา 68 อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนจากฝ่ายไม่เห็นด้วย ทำให้ต้องล่าช้าออกไปจนไม่สามารถลงมติวาระหนึ่งได้นั้น ตนคิดว่าถ้าเป็นไปตามระบบ ยังไงก็ผ่านแน่นอน เพราะส.ว.ส่วนเองก็เป็นตนเรื่องในการพิจารณาเรื่องนี้เอง ก็มีเพียงส.ว. 50 กว่าคนเท่านั้นที่อาจไม่เห็นด้วย แต่หากเกิดปัญหามีม็อบมาใหญ่โต ก็อาจจะทำให้การแก้ไขหยุดชะงักลงได้

 

'ประเสริฐ' มั่นใจ 'รัฐบาล' แจงได้หมด เชื่อลงมติผ่านฉลุย

 

                       นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ภาพร่วมในการอภิปรายร่างพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 28 มี.ค. ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี สิ่งต่างๆที่ฝ่ายค้านพยายามโจมตี ฝ่ายรัฐบาลโดยรัฐมนตรีทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมก็สามารถชี้แจงได้หมด ซึ่งการประชุมน่าจะเสร็จสิ้นได้ภายในวันนี้และสามารถลงมติวาระแรกได้ ตนเชื่อว่าการลงมติไม่น่าจะมีปัญหาน่าจะผ่านได้แน่นอน และอาจจะมีส.ส.ฝ่ายค้านจากพรรคภูมิใจไทยลงคะแนนให้เราด้วย