ข่าว

14 เดือนก่อนเวิลด์ คัพ 2014

14 เดือนก่อนเวิลด์ คัพ 2014

30 มี.ค. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : 14 เดือนก่อนเวิลด์ คัพ 2014

 

                         ก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิลราวๆ 14 เดือน เป็นช่วงเริ่มเข้าสู่ครึ่งหลังกันแล้วสำหรับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป ที่บางกลุ่มเริ่มจะเข้มข้น แต่บางกลุ่มดูเหมือนจะได้ทีมที่ลอยลำไปแล้ว อย่าง "กระทิงดุ" สเปน กลับมาอยู่ในสถานการณ์ของตัวเองได้หลังจากบุกไปเอาชนะ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ขณะที่ "สิงโตคำราม" อังกฤษ แม้ว่าจะอุ่นเครื่องชนะ "แซมบา" บราซิล มาแต่เมื่อเจอเกมจริงๆ จังๆ ยังแย่เหมือนเดิม

                         สถานการณ์ของ กลุ่ม เอ ถือว่าลุ้นกันสนุกกับม้าสองตัวอย่าง "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" เบลเยียม ที่จัดว่าเป็นทีมดาวรุ่งยุคนี้ กับ "หมากรุก" โครเอเชีย ที่ระยะหลังเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลรายการใหญ่มาตลอดทั้งคู่ยังดูสูสีเมื่อกลางสัปดาห์ เบลเยียม ได้ เอดอง ฮาซาร์ด ยิงประตูชัยพิชิต มาซิโดเนีย ขณะที่โครเอเชีย ไปแซงชนะ เวลส์ 2-1 ทำให้ยังมี 16 แต้มเท่ากัน

                         ทีมร่วมกลุ่มทีมอื่นๆ หมดลุ้นไปแล้ว แต่ทีมอย่าง เซอร์เบีย สามารถเป็นตัวแปรได้ และที่สำคัญเกมตัดสินน่าจะอยู่วันที่ 11 ตุลาคม ที่ทั้งคู่จะพบกันในถิ่นของโครเอเชียอีก 1 นัด หลังจากเคยเสมอกันที่บรัสเซลล์ มา 1 -1

 

                         กลุ่ม บี "อัซซูรี" อิตาลี นำอยู่ด้วยการมี 13 แต้มจาก 5 นัด และดูแล้วคงไม่มีปัญหาอะไรกับการเป็นแชมป์กลุ่ม 2 นัดล่าสุดอุ่นเสมอ บราซิล 2-2 และบุกชนะ มอลตา 2-0 ขณะที่ทีมร่วมกลุ่มแต้มหลุดมือไปพอสมควร ถึงตอนนี้สาธารณรัฐเช็ก คงลุ้นเป็นที่ 2 กับ บัลแกเรีย เพื่อไปเพลย์ออฟ ขณะที่เดนมาร์ก ฟอร์มไม่ดีเท่าไรนัก ถึงจะยังมีโอกาสแต่คงลุ้นยาก

 

                         กลุ่ม ซี "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี น่าจะเข้ารอบสุดท้ายแบบไม่มีปัญหาอีกครั้ง 2 เกมล่าสุดตบ คาซัคสถาน สบายๆ 2 นัด จึงมีไปแล้ว 16 แต้มจาก 6 นัด การที่พวก ออสเตรีย สวีเดน หรือว่าไอร์แลนด์ จะมาไล่คงยาก แต่หากจะมองกันว่าใครจะเป็นอันดับ 2 แล้ว ถึงทั้ง 3 ทีมจะมี 8 แต้มเท่ากัน แต่ดู สวีเดน จะดีที่สุด จากการลงสนามน้อยกว่า 1 นัดและสภาพทีมยังดูดีกว่า

 

                         กลุ่ม ดี เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างขาดมากกว่ากลุ่ม ดี เสียอีกเมื่อ "กังหันสีส้ม" ฮอลแลนด์ เพื่อนบ้านของเยอรมนี เป็นทีมไร้เทียมทานสำหรับรอบคัดเลือกไปแล้ว เพราะลงสนามมา 6 นัด เก็บชัยชนะแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ และยิงได้ถึง 20 ประตู เสียไปแค่ 2 ประตู ขณะที่อันดับ 2 ที่ต้องลุ้นกันใน 4 นัดที่เหลือ ฮังการี กับ โรมาเนีย ยังดูได้เปรียบตุรกี แต่ทีมไก่งวงโชคดีสักหน่อยตรงที่นัดสุดท้ายจะได้เปิดบ้านรับ ฮอลแลนด์ ถึงตอนนั้นทีมกังหันสีส้ม ที่เข้ารอบสุดท้ายไปแล้วอาจจะมองว่าเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องเท่านั้น

 

                         กลุ่ม อี เพิ่งเล่นกันมาแค่ครึ่งทางเพียงแค่ 5 นัด ตอนแรกเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาเท่าไรนักสำหรับ "นาฬิกา" สวิตเซอร์แลนด์ ทีมนำของกลุ่มที่นำโด่งมาตลอด แต่มาติดเอาในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าพลาดท่าจากการไปเสมอ ไซปรัส 0-0 ที่นิโคเซียจึงมีเพียง 11 แต้ม ส่งผลให้ทีมตามหลังอย่าง แอลเบเนีย ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ เริ่มจะมีความหวัง

                         บางทีอาจจะได้เห็นเซอร์ไพรส์จากกลุ่มนี้เหมือนกัน ผลการแข่งขันล่าสุด แอลเบเนีย บุกไปเอาชนะ นอร์เวย์ 1-0 ขณะที่ไอซ์แลนด์ บุกชนะ สโลวีเนีย 2-1 มี 9 แต้มด้วยกันทั้งคู่ จึงเป็นกลุ่มที่ยังฟันธงอะไรกันไม่ได้ เนื่องจากแต่ละทีมยังเหลือเกมกันอีก 5 นัดเต็มๆ

 

                         กลุ่ม เอฟ "หมีขาว" รัสเซีย เจอกับพายุหิมะที่เบลฟาสต์ ทำให้เล่นเกมกับไอร์แลนด์เหนือ เจ้าถิ่นไม่ได้ แม้ว่าจะซ้อมรออยู่ 2 วัน แต่ลูกทีมของ ฟาบิโอ คาเปลโล ก็ยังกินบุญเก่า นำเป็นจ่าฝูงจากชัยชนะ 4 นัดรวดที่เล่นไปแล้ว ขณะที่ "ฝอยทอง" โปรตุเกส มีปัญหาเสมอกับการเล่นรอบคัดเลือก โชคดีที่ไม่แพ้ที่รามัต กาน เพราะโดน อิสราเอล นำ 3-1 ก่อนที่โปรตุเกส จะมาไล่ตีเสมอ 3-3 ช่วงทดเจ็บ

                         เกมเมื่อกลางสัปดาห์ โปรตุเกส หืดอีกครั้งเมื่อไม่มี คริสเตียโน โรนัลโด้ บุกไปเอาชนะ อาเซอร์ไบจาน 2-0 แต่ อิสราเอล ยังเหนียว ได้ 2 ประตูช่วง 20 นาทีสุดท้ายบุกชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 2-0 ทั้งสองทีมลงสนามไปแล้วทีมละ 6 นัด และเพิ่งมี 11 คะแนน เสียเปรียบ รัสเซีย ค่อนข้างมาก และที่สำคัญ โปรตุเกส ยังเป็นรองเรื่องประตูได้เสีย อิสราเอล อีกต่างหาก

                         โปรตุเกส จะพลาดอีกไม่ได้แล้วในวันที่ 6 มิถุนายน ที่จะเปิดบ้านพบรัสเซีย รวมทั้งวันที่ 11 ตุลาคม จะได้เปิดบ้านรับ อิสราเอล โดยเกมอีก 4 นัด โปรตุเกส จะได้เล่นในบ้านถึง 3 นัด โอกาสแชมป์กลุ่มยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างถึงจะน้อยก็เถอะ

 

                         กลุ่ม จี กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ชื่อชั้นค่อนข้างสูสีกัน เนื่องจากไม่มีทีมใหญ่มาเป็นตัวชูโรง แต่สัปดาห์ที่ผ่าน มามีเกมสำคัญที่อาจจะเป็นเกมตัดสินแชมป์กลุ่มได้เช่นกันเมื่อ บอสเนีย ของ เอดิน เซโก เอาชนะ กรีซ ได้ 3-1 แบบที่ เซโก เหมาคนเดียว 2 ประตู ส่งผลให้ บอสเนีย เป็นทีมนำ 13 แต้มเมื่อเล่นกันไปทีมละ 5 นัด กรีซ ที่ดูจะสบายเมื่อจับสลากมาเสียเปรียบเต็มๆ 3 แต้มในช่วงครึ่งหลังของรอบคัดเลือก

                         ขณะที่สโลวะเกีย ที่มี 8 แต้มก็ยังมองข้ามไม่ได้เช่นกัน แต่การที่ บอสเนีย ได้จากกรีซ มาแล้ว 4 แต้ม หากประคองตัวได้เหมือนช่วงครึ่งแรก ฟุตบอลโลก 2014 อาจจะเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งแรกของพวกเขานับตั้งแต่แตกตัวออกมาจากยูโกสลาเวีย

 

                         กลุ่ม เอช ที่มี "สิงโตคำราม" อังกฤษ เป็นตัวชูโรง และรวมเอา 2 เจ้าภาพยูโร 2012 อย่าง โปแลนด์ และยูเครน มาอยู่รวมกัน แต่ถึงวันนี้ที่ส่วนใหญ่เหลือเกมอีกเพียงทีมละ 4 นัด ทีมนำกลุ่มกลับกลายเป็น มอนเตเนโกร ซึ่งจริงๆ แล้ว อังกฤษ มีโอกาสแซงนำในสัปดาห์นี้ แต่กลับไปทิ้งเกมในช่วงครึ่งหลังทำให้ มอนเตเนโกร ตามตีเสมอได้ 1-1

                         ทีมชาติอังกฤษชุดนี้ผลงานยังไม่เข้าตา เพราะนอกจากการเอาชนะ ซานมารีโน หมูน้อยมา 2 นัด และเหนือ มอลโดวา อีก 1 นัด ก็ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย แต่โอกาสก็ยังอยู่ในมืออังกฤษอยู่ดี ทีมสิงโตคำรามยังมีโอกาสอีกครั้งที่เวมบลีย์ในวันที่ 11 มิถุนายน ที่จะรับ มอนเตเนโกร หากพลาดอีกก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่ สถานการณ์ตอนนี้ยังตัดชื่อของโปแลนด์ กับ ยูเครน ออกไปไม่ได้เช่นกัน

 

                         กลุ่ม ไอ "กระทิงดุ" สเปน แชมป์เก่า และแชมป์ยุโรป ทำเป็นเล่นในเกมกับ ฟินแลนด์ ที่กิฆอน โดนไล่ตี เสมอ 1-1 ทำให้ "ตราไก่" ฝรั่งเศส แซงขึ้นนำ แต่เมื่อกลางสัปดาห์ สเปน ของ บิเซนเต เดล บอสเก ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ายังเป็นของจริง ด้วยการแซงกลับเป็นจ่าฝูงเมื่อบุกไปชนะที่สตาด เดอ ฟรองซ์ 1-0 จากรูปเกมเหมือนว่า ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ จัดทีมแบบกล้าๆ กลัวๆ หวังขอแค่เสมอเพื่อความได้เปรียบในการเป็นทีมนำกลุ่มต่อไป

                         สเปน มาเล่นแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก และเป็นเกมที่ส่งกองหน้าอาชีพลงสนามตามปกติ เกมดังกล่าวเป็น ดาวิด บีญา ที่ได้รับเลือก สุดท้าย ฝรั่งเศส ก็ยังแก้ทางการเคาะบอลของสเปน ไม่ตก ก่อนหน้านี้เคยบุกไป เสมอมา 1-1 เกมนี้ แต่เกมนี้มีดีเลย

                         กระทิงดุ มี 11 แต้มเหนือ ฝรั่งเศส 1 แต้ม แต่ก็เหลือเกมอีกทีมละ 3 นัดเท่านั้น โอกาสที่สเปน จะประคองตัวเป็นแชมป์กลุ่มมีสูงมาก เพราะจะได้เล่นในบ้านถึง 2 นัด มีเกมเยือนฟินแลนด์ เพียงเกมเดียว ส่วนฝรั่งเศสต้องเยือนทั้ง จอร์เจีย และเบลารุส ที่สำคัญพิษจากเกมกับสเปนยังทำให้กองกลางตัวหลักโดนแบนในนัดต่อไปถึง 3 ราย

 

                         งานนี้เรื่องราวยังอีกยาวต้องรอดูกันต่อไป

 

 

----------------------

(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : 14 เดือนก่อนเวิลด์ คัพ 2014)