
'เต็ง เส่ง'ขู่ใช้กำลังยุติเหตุรุนแรง
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า เตือนว่าจะใช้กำลังยับยั้งเหตุรุนแรง และผู้ที่ฉวยโอกาสจากความขัดแย้งทางศาสนา
29 มี.ค. 56 ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า แถลงเตือนผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า รัฐบาลจะใช้กำลังถ้าจำเป็น เพื่อหยุดยั้งพวกฉวยโอกาสทางการเมืองและพวกหัวรุนแรงทางศาสนา ที่พยายามจะใช้ประโยชน์จากคำสอนอันสูงส่งของศาสนาเหล่านี้ มาปลูกฝังและปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังในหมู่คนที่มีศรัทธาที่แตกต่างกัน เพื่อประโยชน์ของตัวเอง และจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้
นับเป็นครั้งแรก ที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แสดงความเห็นต่อเหตุการณ์รุนแรง ที่เริ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว / มีประชาชนอย่างน้อย 40 คน ถูกสังหาร อันเป็นผลมาจากความบาดหมางกันระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิม มาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม ทำให้ต้องมีการประกาศเคอร์ฟิวในหลายพื้นที่ ขณะที่ม็อบชาวพุทธออกอาละวาด ทำลายอาคารบ้านเรือนของชาวมุสลิม / เมื่อวันพุธ มีรายงานว่า ตำรวจต้องใช้อาวุธปืนเข้าสลายฝูงชนราว 500 คน ในเมืองหนึ่ง ส่วนเมื่อวันศุุกร์ ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉินในเมืองเมกทิลา ในเขตมัณฑะเลย์ ทางภาคกลางของประเทศ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความรุนแรง โดยมีชนวนเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทกันระหว่างเจ้าของร้านทองชาวมุสลิมและลูกค้าชาวพุทธ
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง กล่าวต่อไปว่า โดยทั่วไปแล้ว เขาไม่สนับสนุนการใช้กำลังในการแก้ปัญหา แต่เขาก็จะไม่ลังเลที่จะเลือกใช้กำลังเป็นหนทางสุดท้าย ในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของสาธารณชน พวกที่ปลุกระดมให้เกิดความรุนแรงทุกคน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้นำพม่า กล่าวว่า ความขัดแย้งและบาดหมางกัน ได้ปรากฎขึ้นอย่างไม่คาดคิดในช่วงที่พม่ากำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย แลฃะเรียกร้องให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญและเด็ดขาด ภายใต้กฎข้อบังคับของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ / ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจในเมืองเมกทิลา ถูกตำหนิเรื่องที่ไม่สามารถรับมือกับเหตุจลาจลได้อย่างรวดเร็ว ทันควัน จนบ้านเรือน ร้านค้าและมัสยิดถูกเผา / ชาวมุสลิมอย่างน้อย 12,000 คน ต้องหนีออกจากบ้านเรือนเพราะความรุนแรง
เมื่อปีที่แล้ว มีเหตุปะทะกันระหว่างชาวพุทธกับชาวมุสลิมโรฮิงยา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 200 คน และอีกหลายหมื่นคนต้องอพยพทิ้งบ้านเรือน / ผู้สื่อข่าว ระบุว่า เหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างชาวพุทธ ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ กับชาวมุสลิม ได้เกิดขึ้นมานานหลายทศวรรษแล้ว แม้แต่ในช่วงที่ปกครองโดยรัฐบาลเผด็จการทหาร ระหว่างปี 2505 - 2554
----------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



